
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย): สร้างสรรค์ประสบการณ์ “Friend with Benz” สู่ยุคใหม่ ยกระดับความหรูหราด้วย MANUFAKTUR และเปิดตัว 3 ยนตรกรรม AMG สุดเร้าใจในงาน Bangkok International Motor Show 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ลักชัวรี ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และลูกค้าชาวไทย ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่เปี่ยมด้วยความหมาย การสร้างสรรค์ “คอมมูนิตี้” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความหลงใหลในตราดาว (Passion for Benz) ได้มาแบ่งปันแรงบันดาลใจและประสบการณ์ร่วมกัน โดยไฮไลท์สำคัญในปีนี้คือการปรากฏตัวในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 46 ณ เมืองทองธานี พร้อมการเปิดตัว 3 ยนตรกรรมสมรรถนะสูงจาก Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมาสร้างนิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด
“Friend with Benz”: ก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้บริโภค สู่การเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว
ภายใต้แนวคิด “Friend with Benz” เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ต้องการสร้างแพลตฟอร์มที่เหนือกว่าการซื้อขายรถยนต์ทั่วไป มุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจและความผูกพัน โดย มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน การสร้างความสัมพันธ์และตอกย้ำถึงจุดร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้เล่นอื่นในตลาด”
ต่อยอดจากความสำเร็จของแคมเปญ “The Meaning of Benz” ที่สร้างการรับรู้และความรู้สึกร่วมกับแบรนด์ในปีที่ผ่านมา ปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเชื้อเชิญผู้ที่มี “Passion for Benz” ทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ “Friend with Benz” โดยงาน Motor Show 2025 นี้ เป็นมากกว่าการจัดแสดงรถยนต์ แต่คือโอกาสในการพบปะผู้ที่มีความสนใจและความหลงใหลในแบรนด์เดียวกัน สร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง
MANUFAKTUR Exclusive: นิยามใหม่ของการปรับแต่งรถยนต์ระดับ Top-End Luxury
นอกเหนือจากการสร้างคอมมูนิตี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้เปิดตัวโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่จะเข้ามาพลิกโฉมวงการรถยนต์ลักชัวรีในประเทศไทยภายใต้คอนเซปต์ “MADE TO MEASURE” โปรแกรมนี้มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้า Top-End Luxury อย่างแท้จริง ครอบคลุมตั้งแต่รุ่น S-Class ไปจนถึงไลน์อัพระดับ Flagship อย่าง Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ G-Class อันเป็นต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR
“โปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive จะทำให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถยนต์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด” มร. ชเวงค์ กล่าวเสริม “เรานำเสนอทางเลือกสีตัวถังที่เพิ่มขึ้นถึง 50 แบบ, ออปชันสีภายในอีกกว่า 20 แบบ และแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณตกแต่งรถยนต์รอบคันทั้งภายในและภายนอกได้ตามต้องการ สำหรับ G-Class เพียงรุ่นเดียว คุณสามารถออกแบบรถยนต์ของคุณให้มีความแตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านแบบ ซึ่งนั่นทำให้ G-Class ทุกคันที่อยู่บนถนนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงเจ้าของรถได้อย่างชัดเจน”
การมาถึงของ MANUFAKTUR Exclusive ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีความเป็นส่วนตัวและสะท้อนตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ลักชัวรีในประเทศไทย ให้สามารถเทียบเคียงกับตลาดระดับโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ
3 ยนตรกรรม Mercedes-AMG: สมรรถนะ แรง เร้าใจ สู่สายตาชาวไทย
ไฮไลท์สำคัญที่ดึงดูดความสนใจของผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะในสนาม Motor Show 2025 คือการเปิดตัว 3 ยนตรกรรมสุดร้อนแรงจากตระกูล Mercedes-AMG ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” ซึ่งหมายถึงเครื่องยนต์ทุกตัวถูกประกอบขึ้นด้วยมือโดยวิศวกรเพียงหนึ่งท่านเท่านั้น สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม
Mercedes-AMG G 63: จ้าวแห่งเส้นทาง Off-Road ที่มาพร้อมจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะ
“เพื่อนใหม่สายลุย” คันนี้คือที่สุดของความแข็งแกร่ง สมรรถนะอันทรงพลัง และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา Mercedes-AMG G 63 โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งโดย AMG พร้อมระบบ Mild Hybrid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกตัวและการตอบสนองที่เฉียบคมยิ่งขึ้น ส่งพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 4.5 วินาที
สิ่งที่ทำให้ G 63 มีความพิเศษยิ่งขึ้นในด้านเทคโนโลยี คือการติดตั้งระบบเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การถ่ายทอดกำลังเป็นไปอย่างลื่นไหลและแม่นยำ ระบบช่วงล่างแบบ Active Hydraulic ช่วยเพิ่มความเสถียรในการขับขี่ ควบคุมการขับขี่ได้ 2 รูปแบบ ทั้ง Off-Road และ Sport พร้อม Differential Lock ที่สามารถล็อกเฟืองท้ายได้ 3 จุด เพื่อมอบประสบการณ์ออฟโรดที่เหนือชั้น
ภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยหน้าจอ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย COMAND Online ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa สลับ DINAMICA microfibre ระบบเสียง Burmester® Surround Sound System และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงมากมาย
ราคาเริ่มต้น: 18,800,000 บาท
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสปอร์ตหรูและความเร้าใจ
“เพื่อนใหม่สายสปอร์ต” คันนี้คือการนิยามใหม่ของรถยนต์เปิดประทุนสุดหรู ที่ผสานเสน่ห์แห่งความสง่างามเข้ากับสมรรถนะอันเหนือชั้นจาก Mercedes-AMG ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นแบบ “One Man, One Engine” มอบกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.9 วินาที
เทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ ทำให้ SL 55 4MATIC+ สามารถตอบสนองต่อทุกสภาวะการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งบนถนนทั่วไปและในสนามแข่ง ระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพที่ความเร็วสูง
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille, ไฟหน้า DIGITAL LIGHT และหลังคาเปิดประทุนแบบผ้า Fabric soft-top ที่สามารถเปิด-ปิดได้อย่างรวดเร็ว ภายในห้องโดยสารมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 จอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้วที่ปรับระดับได้ จอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัย AMG Performance steering wheel และเบาะ AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF มอบความสบายในทุกการเดินทาง
ราคาเริ่มต้น: 14,900,000 บาท
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: ยนตรกรรม GT เจเนอเรชันใหม่ ขีดสุดแห่งพละกำลังและไดนามิก
“เพื่อนใหม่สายทรงพลัง” คันนี้คือเรือธงแห่งตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ที่มาพร้อมรหัสตัวถัง C192 การกลับมาครั้งนี้ของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ได้รับการพัฒนาให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ “hot inside V” ส่งพละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม.
GT 63 4MATIC+ ได้รับการปรับแต่งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว พร้อมระบบ RACE START เพื่อการออกตัวที่ทรงพลัง ระบบเบรกสมรรถนะสูง AMG Sports Braking System และระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering เพิ่มความแม่นยำในการควบคุม
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยตัวถังแบบ Wide Body, กระจังหน้า AMG-specific radiator grille, ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ที่เปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที สร้างอารมณ์สปอร์ตด้วยเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบ AMG Real Performance Sound ที่สามารถปรับรูปแบบได้หลากหลาย
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับได้ จอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะหลังที่พับพนักพิงได้ในรถยนต์แบบ 2+2 ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
ราคาเริ่มต้น: 15,900,000 บาท
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดลักชัวรี
การเปิดตัวยนตรกรรม AMG ทั้ง 3 รุ่นนี้ ตอกย้ำกลยุทธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในการมุ่งเน้นตลาดกลุ่มลักชัวรีและกลุ่มสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ายอดขายรวมในปี 2567 อาจจะต่ำกว่าหลักหมื่นคันเป็นครั้งแรก และมีการหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ประธานบริหาร มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ชี้แจงว่า เป็นผลมาจากตลาดกลุ่ม Entry ที่มีการแข่งขันสูงและได้รับผลกระทบจากรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงเลือกที่จะไม่ลงไปเล่นในเกมราคา แต่หันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ
ตัวอย่างความสำเร็จของกลยุทธ์นี้คือ การเปิดตัว Mercedes-Benz E-Class ใหม่ ที่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% จากปีก่อนหน้า หรือรถในตระกูล AMG อย่าง Mercedes-AMG CLE 53 Coupe ที่เปิดตัวในปีที่แล้ว สามารถสร้างสัดส่วนการขายในกลุ่ม AMG ได้ถึง 30% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความต้องการของตลาดลักชัวรีในประเทศไทย
ข้อเสนอสุดพิเศษ “Friend get Friend”
เพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิด “Friend with Benz” และส่งเสริมให้เกิดการบอกต่อ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้จัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษ “Friend get Friend” เพียงแค่ชวนเพื่อนมาร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ตัวแทนจำหน่ายฯ ทั่วประเทศ ทั้งผู้ที่แนะนำและผู้ถูกแนะนำจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่มีเฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น
สัมผัสประสบการณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตัวจริง เสียงจริง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ขอเชิญชวนทุกท่าน สัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และนวัตกรรมล่าสุดของยานยนต์ ณ บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 หรือเยี่ยมชมยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่มี “Passion for Benz” และต้องการก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้สุดพิเศษนี้ หรือปรารถนาที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ระดับสูงสุดด้วยโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive หรือค้นพบสุดยอดสมรรถนะจาก Mercedes-AMG อย่าพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้!