
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยนตรกรรมหรู พร้อมสร้างชุมชน “Friend with Benz” ในงาน Bangkok International Motor Show 2025
ในยุคที่การสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อสานต่อความผูกพันอันแน่นแฟ้นกับกลุ่มลูกค้าชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานมหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง Bangkok International Motor Show 2025 ครั้งที่ 46 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 นี้ ทางแบรนด์ได้ประกาศเดินหน้าสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่เปี่ยมด้วยความหมายยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการเชิญชวนผู้ที่มี “Passion for Benz” ตัวจริง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้สุดพิเศษภายใต้ชื่อ “Friend with Benz” เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแบ่งปันแรงบันดาลใจและความชื่นชอบที่มีต่อยนตรกรรมชั้นสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและตอกย้ำถึงจุดร่วมอันมีค่าระหว่างแบรนด์และลูกค้าของเรา คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราแตกต่างในตลาด”
“ย้อนกลับไปในงาน Motor Show 2024 เราได้เริ่มต้นบทสนทนาผ่านภาพยนตร์โฆษณา ‘The Meaning of Benz’ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจุดประกายความรู้สึกร่วมและสะท้อนความผูกพันที่ชาวไทยมีต่อแบรนด์ของเรา ในปีนี้ เราต้องการต่อยอดจากจุดนั้น สู่การสร้างคอมมูนิตี้ที่แท้จริงของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อให้พวกเราทุกคนใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เราขอเชิญชวนผู้ที่มี Passion for Benz ทุกท่าน มาร่วมเป็น ‘Friend with Benz’ กับเรา”
“ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ นอกจากจะได้พบปะเพื่อนใหม่ที่มีความหลงใหลในแบรนด์เดียวกันแล้ว ผู้เข้าชมงานยังจะได้สัมผัสกับยนตรกรรมครบทุกเซกเมนต์ที่จัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัว 3 สมาชิกใหม่ล่าสุดจากตระกูล Mercedes-AMG ที่ได้สร้างความตื่นเต้นในวงการยานยนต์ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา”
เปิดโลกแห่งการปรับแต่งไร้ขีดจำกัดกับ MANUFAKTUR Exclusive
นอกจากความเคลื่อนไหวสำคัญในด้านการสร้างคอมมูนิตี้และเปิดตัวยนตรกรรมใหม่แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เปิดตัวโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์หรูในประเทศไทย โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า Top-End Luxury อย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซปต์ “MADE TO MEASURE” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถร่วมออกแบบและสร้างสรรค์ยนตรกรรมในฝันของตนเองได้อย่างอิสระ
“เรามีความภาคภูมิใจที่จะแนะนำโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ซึ่งจะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการปรับแต่งรถยนต์ระดับลักชัวรีในประเทศไทย” คุณชเวงค์กล่าวเสริม “โปรแกรมนี้ครอบคลุมตั้งแต่รุ่น S-Class ไปจนถึงไลน์อัพ Flagship อย่าง Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach รวมถึง G-Class อันเป็นต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR”
“MANUFAKTUR Exclusive มอบอิสระในการปรับแต่งอย่างแท้จริง ลูกค้าสามารถเลือกสีภายนอกได้มากกว่า 50 เฉดสี เพิ่มเติมจากสีมาตรฐาน และมีตัวเลือกสีภายในอีกกว่า 20 แบบ นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณสามารถตกแต่งรายละเอียดทั้งภายในและภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“ยกตัวอย่างเช่น G-Class ภายใต้โปรแกรม MANUFAKTUR นี้ คุณสามารถสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้มากถึง 1 ล้านรูปแบบ ซึ่งหมายความว่า G-Class ทุกคันที่วิ่งอยู่บนท้องถนน จะสะท้อนตัวตนและสไตล์ของเจ้าของได้อย่างชัดเจนที่สุด”
ประสบการณ์แห่งการเป็นส่วนหนึ่งกับโปรโมชั่น “Friend get Friend”
เพื่อตอกย้ำแนวคิด “Friend with Benz” เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Friend get Friend” ที่มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับลูกค้า เพียงแค่ชวนเพื่อนมาร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ภายในงาน Motor Show 2025 หรือที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ก็จะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษที่สงวนไว้เฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น
เจาะลึก 3 ยนตรกรรมใหม่จาก Mercedes-AMG: สมรรถนะระดับตำนาน สู่การขับขี่ที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญของการจัดแสดงในงาน Bangkok International Motor Show 2025 คือการเปิดตัว 3 ยนตรกรรมสายพันธุ์แรงจาก Mercedes-AMG ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ของการขับขี่อันเร้าใจ:
Mercedes-AMG G 63: ขุมพลังแห่งตำนาน Off-Road สู่ความหรูหราเหนือกาลเวลา
“เพื่อนใหม่สายลุย” คันนี้คือผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของ G-Class ที่โดดเด่นในเรื่องความแข็งแกร่ง สมรรถนะอันทรงพลัง และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา Mercedes-AMG G 63 มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย AMG เอง ผสานกับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION ที่ทำงานสอดประสานกับการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัยอย่างแม่นยำและลื่นไหล มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที
จุดเด่นสำคัญคือการผสานระบบ Mild Hybrid เข้ากับขุมพลัง V8 ภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” ซึ่งหมายถึงเครื่องยนต์แต่ละลูกถูกประกอบขึ้นด้วยมือของวิศวกรเพียงหนึ่งเดียว พร้อมลายเซ็นกำกับบนเพลทเครื่องยนต์ ระบบ Mild Hybrid นี้ช่วยเสริมสมรรถนะในการออกตัวให้เฉียบคมยิ่งขึ้น และตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม
ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วย AMG bodystyling, กระจังหน้า AMG Specific Grille, และกันชนหน้า AMG-specific ที่ไม่เพียงเพิ่มความสปอร์ต แต่ยังช่วยในด้านอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อน ไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่ได้รับการปรับปรุงการออกแบบเสา A-pillar เพื่อเพิ่มทัศนวิสัย และสปอยเลอร์เหนือกระจกหน้าช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลงถึง 20% มาพร้อมหลังคาซันรูฟไฟฟ้า ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว และระบบ KEYLESS-GO ที่ให้การเข้า-ออกรถสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบเบรก AMG High-Performance Braking System ที่ประดับด้วยคาลิปเปอร์สีแดง พร้อมโลโก้ AMG และระบบท่อไอเสียคู่ AMG Performance Exhaust System ที่สามารถปรับระดับเสียงได้ ช่วยเสริมอารมณ์สปอร์ตอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีเพื่อการผจญภัย ประกอบด้วยกล้อง 360° พร้อม Transparent Bonnet ที่ช่วยให้การขับขี่ Off-Road ง่ายและปลอดภัยขึ้น ระบบช่วงล่าง Active Hydraulic ที่ปรับการขับขี่ได้ 2 รูปแบบ คือ Off-Road และ Sport พร้อม Differential Lock 3 จุดที่สามารถล็อกได้เต็ม 100% เพิ่มศักยภาพในการลุยทุกเส้นทาง
ภายในห้องโดยสาร หรูหราด้วยหน้าจอ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa สลับ DINAMICA microfibre ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ให้เลือกโหมดขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมปรับค่าการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และพวงมาลัยได้ตามต้องการ ระบบเสียง Burmester® Surround Sound System และระบบฟอกอากาศ Air Balance Cabin-Air Purification System
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง ได้แก่ Assistance Package ที่ครอบคลุมระบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Assist), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน (Active Lane Keeping Assist), และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist)
Mercedes-AMG G 63 เปิดตัวในราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท พร้อมทางเลือกออปชันตกแต่ง MANUFAKTUR อีกมากมาย
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สปอร์ตโรดสเตอร์หรูหรา พร้อมจิตวิญญาณแห่งสนามแข่ง
“เพื่อนใหม่สายสปอร์ต” คันนี้คือการผสานเสน่ห์อันเย้ายวนของยนตรกรรมเปิดประทุนสุดหรูกับสมรรถนะขั้นสุดจาก Mercedes-AMG มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นแบบ “One Man, One Engine” มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ได้รับการปรับแต่งให้รองรับการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้งานบนถนนทั่วไปจนถึงสมรรถนะในสนามแข่ง
ดีไซน์ภายนอก สะท้อนความสปอร์ตหรูหราด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8-Styling-Paket Exterieur และไฟหน้า DIGITAL LIGHT หลังคาผ้าใบ Fabric soft-top สามารถเปิด-ปิด ได้ภายใน 15 วินาที แม้ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. พร้อมสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า (electrically extending rear wing) และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว
สมรรถนะการขับขี่ มาพร้อมระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ที่เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็ว และระบบช่วยออกตัว RACE START นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดรัศมีวงเลี้ยว ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ปรับได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport, และ Sport+
ภายในห้องโดยสาร ขับเน้นความเป็นสปอร์ตพรีเมียมด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7 จอสัมผัสกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าได้ 12-32 องศา เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจน จอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลแบบ AMG-specific indicator พวงมาลัย AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง Nappa และเบาะ AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF ที่ช่วยเป่าลมอุ่นบริเวณต้นคอ
ระบบเสียง AMG Real Performance Sound ที่สามารถปรับรูปแบบเสียงได้ตามต้องการ สร้างอารมณ์สปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ เปิดตัวในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท พร้อมตัวเลือกออปชันพิเศษอีกมากมาย เช่น สีตัวถัง MANUFAKTUR, ชุดแต่ง AMG Night Package, และระบบช่วงล่าง AMG ACTIVE RIDE CONTROL suspension
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: สุดยอดซูเปอร์คาร์แห่งยุค เจเนอเรชันที่ 2
“เพื่อนใหม่สายทรงพลัง” คันนี้คือเรือธงแห่งตระกูล GT ในเจเนอเรชันที่ 2 รหัสตัวถัง C192 ที่มาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ในตำแหน่ง Hot Inside “V” อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างพละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาสุดยอด 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง
รถรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มสมรรถนะและการตอบสนองให้ถึงขีดสุด ด้วยการควบคุมระบบอัดอากาศให้เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ พร้อมการตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบที่บ่งบอกถึงความเป็น AMG
ดีไซน์ภายนอก มาพร้อมตัวถังแบบ Wide Body ที่กว้างถึง 2 เมตร กระจังหน้า AMG-specific radiator grille with V8 Exterior Styling Package และไฟหน้า DIGITAL LIGHT ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ที่เปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที รองรับแรงบิดมหาศาล
สมรรถนะการขับขี่ ได้รับการปรับแต่งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว พร้อมระบบ RACE START ช่วยในการออกตัว ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ที่ปรับจูนมาเพื่อการเข้าโค้งที่ปลอดภัยและรวดเร็ว ด้วยการกระจายกำลังที่เหมาะสม ระบบเบรกสมรรถนะสูง AMG Sports Braking System และระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ทำงานอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและเสถียรภาพ ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ที่ปรับได้ 3 ระดับ คือ Comfort, Sport, และ Sport+
ภายในห้องโดยสาร สร้างอารมณ์สปอร์ตด้วยเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบแบบ AMG Real Performance Sound ที่สามารถควบคุมรูปแบบเสียงได้หลากหลายผ่านระบบ AMG DYNAMIC SELECT ระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับด้วยไฟฟ้าได้ 12°-32° และจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม AMG-specific indicators พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะหลังที่สามารถพับได้ในรุ่น 2+2 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ เปิดตัวในราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท
การมุ่งเน้นตลาดลักชัวรีและความท้าทายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
แม้ว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2567 จะมีความท้าทาย โดยเฉพาะในกลุ่ม Entry-level ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ทางแบรนด์ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดกลุ่มลักชัวรีและ Mercedes-AMG ที่มีศักยภาพในการเติบโตและลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
“เราไม่ต้องการที่จะลงไปแข่งขันในเกมราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด Entry-level ที่มีการแข่งขันที่รุนแรงและอาจได้รับผลกระทบจากผู้เล่นใหม่ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน” มร. มาร์ทิน ชเวงค์ กล่าว “เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดลักชัวรีและกลุ่มลูกค้าที่มองหาความพิเศษ คุณภาพ และประสบการณ์ที่เหนือกว่า”
“ตัวอย่างความสำเร็จที่เราเห็นได้ชัดคือ การเปิดตัว E-Class ใหม่ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หรือ Mercedes-AMG CLE 53 Coupe ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็สามารถสร้างสัดส่วนการขายในกลุ่ม AMG ได้ถึง 30% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดกลุ่มนี้”
สรุป
งาน Bangkok International Motor Show 2025 เป็นเวทีสำคัญที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ใช้ในการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับลูกค้าชาวไทย ผ่านการเปิดตัวยนตรกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ การสร้างคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น และการนำเสนอโปรแกรมการปรับแต่งที่เหนือระดับ หากคุณคือผู้ที่มี Passion for Benz และต้องการสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์ลักชัวรีระดับสูงสุด อย่าพลาดที่จะเยี่ยมชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ เพื่อค้นหา “เพื่อนใหม่” และเริ่มต้นการเดินทางอันน่าประทับใจไปกับเมอร์เซเดส-เบนซ์.