• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

Part 2: N1906014_ร กในว ยเร ยนEp4.. ความร กท หญ งสาวว งหามาเต มเต มให ก บต วเอง.

admin79 by admin79
June 11, 2026
in Uncategorized
0
Part 2: N1906014_ร กในว ยเร ยนEp4.. ความร กท หญ งสาวว งหามาเต มเต มให ก บต วเอง. Mercedes-Benz EQC SUV: นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ขุมพลังแห่งอนาคตที่พร้อมพลิกโฉมวงการ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz EQC SUV อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น การเปิดตัว Mercedes-Benz EQC SUV ที่งาน Shanghai Auto Show 2021 นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ได้สัมผัสกับ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% อย่างแท้จริง ด้วยกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดถึง 288 แรงม้า (HP) รถรุ่นนี้ไม่เพียงแต่เสริมทัพไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดจีนและยุโรปภายในปี 2021 ซึ่งบ่งชี้ถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ EQC SUV: การผสมผสานความอเนกประสงค์และเทคโนโลยีไฟฟ้าชั้นยอด หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mercedes-Benz EQC SUV โดดเด่น คือการต่อยอดพื้นฐานมาจาก GLB-Class ที่มีอยู่เดิม แต่ได้รับการอัพเกรดให้เหนือกว่ารุ่นเล็กอย่าง EQA ในด้านความอเนกประสงค์ ด้วยการนำเสนอห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดทวีปยุโรป สามารถเลือกติดตั้งเป็นออปชั่นเสริมได้ ความใส่ใจในรายละเอียดนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถที่สามารถรองรับสมาชิกได้หลายคน โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ระบุว่าเบาะนั่งแถวที่สามถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 165 เซนติเมตร และยังสามารถติดตั้งเบาะนั่งเสริมสำหรับเด็กเล็กได้ ทำให้ Mercedes-Benz EQC SUV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับตลาดจีน การเปิดตัว Mercedes-Benz EQC SUV จะมาพร้อมกับรุ่น AMG Line ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะที่เหนือกว่าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 288 แรงม้า (HP) ขณะที่เวอร์ชันยุโรปจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในปี 2021 พร้อมทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า ลูกค้ายังสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกสภาพถนน แบตเตอรี่มาตรฐานมาพร้อมความจุ 66.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และจะมีการเปิดตัวรุ่น Long Range ในอนาคตอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น รุ่น EQC 350 4MATIC ยังสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 419 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในยุคนี้ ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์: ผสานความล้ำสมัยและความหรูหราในแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Benz EQC SUV ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล EQ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จุดเด่นที่มองเห็นได้ชัดเจนคือแผงกระจังหน้าสีดำเงาขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยสัญลักษณ์ดาวสามแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าและไฟท้ายได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟ LED เพิ่มความโดดเด่นและทันสมัย อีกหนึ่งออปชั่นที่เสริมบุคลิกให้ Mercedes-Benz EQC SUV พิเศษยิ่งขึ้นคือ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Rose Gold ซึ่งเป็นสีที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล EQ ได้เป็นอย่างดี การผสมผสานระหว่างเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยว ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ Mercedes-Benz EQC SUV เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อน ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความหรูหรา สะดวกสบาย และอัจฉริยะ เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz EQC SUV คุณจะพบกับการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น หน้าจอแสดงผลแบบ Widescreen ที่ผสานรวมระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เข้าไว้ด้วยกัน มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งภายในยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล EQ ด้วยการใช้วัสดุสี Rose Gold ในบริเวณต่างๆ เช่น เบาะนั่ง กรอบช่องแอร์ และลูกกุญแจ เสริมความหรูหราและสร้างบรรยากาศที่แตกต่าง ระบบนำทาง “Navigation with Electric Intelligence” คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ระบบนี้ไม่ได้เพียงแค่พาคุณไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ยังคำนวณเส้นทางโดยพิจารณาถึงสถานีชาร์จไฟที่เพียงพอตลอดเส้นทาง โดยอัตโนมัติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ตามสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ และพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าไม่เป็นเรื่องน่ากังวลอีกต่อไป ระบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ ประสิทธิภาพการชาร์จ: สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุม หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคพิจารณาเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคือความสะดวกและรวดเร็วในการชาร์จ Mercedes-Benz EQC SUV มาพร้อมกับระบบชาร์จไฟ AC ขนาด 11 กิโลวัตต์ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการชาร์จไฟที่บ้านหรือที่ทำงานในเวลากลางคืน แต่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความสามารถในการรองรับระบบชาร์จด่วนแบบ DC ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 100 kW เพียงแค่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 10% ถึง 80% ได้ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการรอชาร์จ และทำให้การเดินทางไกลเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC: สปอร์ต SUV ขนาดกะทัดรัดที่พร้อมทุกความเร้าใจ นอกเหนือจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz EQC SUV แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงไม่ละทิ้งการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปภายใน และล่าสุดกับการเปิดตัว Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ที่ประกอบในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ต SUV ในระดับเริ่มต้นให้เหนือกว่าใคร Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ได้รับการอัพเกรดรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดุดันและเร้าใจยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบ AMG-specific radiator grill และสัญลักษณ์ Mercedes-Benz ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง เส้นสายการออกแบบรอบคันมีความโฉบเฉี่ยว เสริมด้วยชุดแต่ง Crossover รอบคัน ราวหลังคา และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดูโดดเด่น ปลายท่อไอเสียโครเมียม 2 ท่อ และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50R19 ตอกย้ำความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดแต่ง AMG body styling รอบคัน และ AMG Spoiler-lip พร้อมลิ้นสปอยเลอร์ท้าย ช่วยเพิ่มแอโรไดนามิกส์ และระบบไอเสีย AMG Performance exhaust system ที่ให้เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์
ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC สะท้อนถึงความสปอร์ตเต็มพิกัดด้วยการตกแต่งสไตล์ AMG Interior พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านท้ายตัด หุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control มอบการควบคุมที่แม่นยำและเต็มไปด้วยอารมณ์ เบาะนั่ง AMG Sport seat ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่อย่างยอดเยี่ยม ให้ความกระชับในทุกการเข้าโค้ง หุ้มด้วยหนัง ARTICO สลับกับวัสดุ DINAMICA micro-fibre ตัดเย็บด้วยด้ายสีแดง และเข็มขัดนิรภัยสีแดงทั่วทั้งคัน สร้างความรู้สึกสปอร์ตและมีเอกลักษณ์ เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ และเบาะหลังสามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระตั้งแต่ 435 – 1,430 ลิตร นอกจากนี้ ยังมีกาบบันไดสเตนเลสพร้อมสัญลักษณ์ AMG แบบเรืองแสง ระบบกุญแจ KEYLESS-GO ไฟเรืองแสง Ambient Lighting 64 สีทั่วห้องโดยสาร และระบบมัลติมีเดีย MBUX พร้อมหน้าจอสัมผัส และหน้าจอแสดงผลแบบ All Digital Instrument Display ขนาด 10.25 นิ้ว รวมถึงบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับรถยนต์เป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ยังมาพร้อมกับระบบแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้าแบบ AMG Head-up Display, ระบบควบคุมด้วย Touchpad, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ (Bluetooth), Apple CarPlay™ และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC คือเครื่องยนต์ AMG ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ รหัส M260 ซึ่งยกชุดมาจาก Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC ให้พละกำลังสูงสุดถึง 306 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที สามารถเร่งอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด AMG SPEEDSHIFT DCT 8G ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว แม่นยำ และตอบสนองทุกความต้องการของนักขับ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่สามารถกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างเพลาหน้าและหลังแบบ 50:50 มอบการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่าง AMG RIDE Control Sport Suspension และระบบเบรกสมรรถนะสูง AMG high-performance brake system พร้อมดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน และคาลิปเปอร์เบรกสีเทาพร้อมสัญลักษณ์ AMG ช่วยให้มั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ที่ประกอบในประเทศไทยนี้ จำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท Mercedes-Benz S-Class W223: ความหรูหราเหนือกาลเวลา สู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อน ในส่วนของตลาดรถยนต์หรูระดับ Luxury Sedan เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดรับจอง The new Mercedes-Benz S-Class W223 รุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400-4,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. Mercedes-Benz S-Class W223 แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ Mercedes Benz S 350 d Exclusive: ราคาเริ่มต้น 6.69 ล้านบาท Mercedes Benz S 350 d AMG Premium: ราคา 7.19 ล้านบาท การเปิดตัว S-Class โฉมใหม่นี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ความหรูหราที่หาที่เปรียบมิได้ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ระบบการเชื่อมต่อบนรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สาย 4G LTE ซึ่งเป็นสิทธิ์ประโยชน์เฉพาะรถที่ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับลูกค้าและมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับการขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในปี 2564 ว่าจะเป็นปีแห่งการเดินทางบนเส้นทางแห่งนวัตกรรม ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า การจัดแสดงรถยนต์ไฮไลท์ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ได้แก่ Mercedes-Benz E-Class Coupe, Mercedes-Benz E-Class Cabriolet, The new Mercedes-Benz E-Class, Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC และ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ตอกย้ำถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอ Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Sensual Purity” ที่ผสมผสานความเป็นสปอร์ตคูเป้และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,991 ซีซี เทอร์โบ ให้กำลัง 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที ราคา 4,550,000 บาท Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรูหรา มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เดียวกัน ให้กำลัง 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ราคา 5,140,000 บาท The new Mercedes-Benz E-Class นำเสนอทางเลือกขุมพลัง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลัง 211 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1,950 ซีซี มาตรฐาน EURO 6 ให้กำลัง 194 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที พร้อมระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC ที่ประหยัดน้ำมัน มีวางจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ E 300 e Avantgarde (3,190,000 บาท), E 220 d AMG Sport (3,540,000 บาท) และ E 300 e AMG Dynamic (3,770,000 บาท) Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ที่กล่าวถึงข้างต้น ด้วยราคา 3,190,000 บาท Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive สุดยอด SUV ปลั๊กอินไฮบริดดีเซล เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,950 ซีซี ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 320 แรงม้า พร้อมระบบ 9G-TRONIC และขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 4,699,000 บาท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย การเปิดตัว Mercedes-Benz EQC SUV ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทหลักในอนาคตอันใกล้ หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความหรูหราในแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะพิจารณา Mercedes-Benz EQC SUV และรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้ Thai Language: เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV: นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ขุมพลังแห่งอนาคตที่พร้อมพลิกโฉมวงการ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีรถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น การเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV ที่งาน Shanghai Auto Show 2021 นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ได้สัมผัสกับ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% อย่างแท้จริง ด้วยกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุดถึง 288 แรงม้า (HP) รถรุ่นนี้ไม่เพียงแต่เสริมทัพไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดจีนและยุโรปภายในปี 2021 ซึ่งบ่งชี้ถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ EQC SUV: การผสมผสานความอเนกประสงค์และเทคโนโลยีไฟฟ้าชั้นยอด หัวใจสำคัญที่ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV โดดเด่น คือการต่อยอดพื้นฐานมาจาก GLB-Class ที่มีอยู่เดิม แต่ได้รับการอัพเกรดให้เหนือกว่ารุ่นเล็กอย่าง EQA ในด้านความอเนกประสงค์ ด้วยการนำเสนอห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งในตลาดทวีปยุโรป สามารถเลือกติดตั้งเป็นออปชั่นเสริมได้ ความใส่ใจในรายละเอียดนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถที่สามารถรองรับสมาชิกได้หลายคน โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ระบุว่าเบาะนั่งแถวที่สามถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 165 เซนติเมตร และยังสามารถติดตั้งเบาะนั่งเสริมสำหรับเด็กเล็กได้ ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับตลาดจีน การเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV จะมาพร้อมกับรุ่น AMG Line ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะที่เหนือกว่าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 288 แรงม้า (HP) ขณะที่เวอร์ชันยุโรปจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งภายในปี 2021 พร้อมทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า ลูกค้ายังสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกสภาพถนน แบตเตอรี่มาตรฐานมาพร้อมความจุ 66.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และจะมีการเปิดตัวรุ่น Long Range ในอนาคตอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น รุ่น EQC 350 4MATIC ยังสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 419 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในยุคนี้ ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์: ผสานความล้ำสมัยและความหรูหราในแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์
การออกแบบภายนอกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล EQ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จุดเด่นที่มองเห็นได้ชัดเจนคือแผงกระจังหน้าสีดำเงาขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยสัญลักษณ์ดาวสามแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าและไฟท้ายได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟ LED เพิ่มความโดดเด่นและทันสมัย อีกหนึ่งออปชั่นที่เสริมบุคลิกให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV พิเศษยิ่งขึ้นคือ ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สี Rose Gold ซึ่งเป็นสีที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าในตระกูล EQ ได้เป็นอย่างดี การผสมผสานระหว่างเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยว ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อน ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความหรูหรา สะดวกสบาย และอัจฉริยะ เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV คุณจะพบกับการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น หน้าจอแสดงผลแบบ Widescreen ที่ผสานรวมระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เข้าไว้ด้วยกัน มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งภายในยังคงเอกลักษณ์ของตระกูล EQ ด้วยการใช้วัสดุสี Rose Gold ในบริเวณต่างๆ เช่น เบาะนั่ง กรอบช่องแอร์ และลูกกุญแจ เสริมความหรูหราและสร้างบรรยากาศที่แตกต่าง ระบบนำทาง “Navigation with Electric Intelligence” คือหนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ระบบนี้ไม่ได้เพียงแค่พาคุณไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ยังคำนวณเส้นทางโดยพิจารณาถึงสถานีชาร์จไฟที่เพียงพอตลอดเส้นทาง โดยอัตโนมัติ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ตามสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ และพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าไม่เป็นเรื่องน่ากังวลอีกต่อไป ระบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ ประสิทธิภาพการชาร์จ: สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุม หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคพิจารณาเมื่อเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคือความสะดวกและรวดเร็วในการชาร์จ เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV มาพร้อมกับระบบชาร์จไฟ AC ขนาด 11 กิโลวัตต์ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการชาร์จไฟที่บ้านหรือที่ทำงานในเวลากลางคืน แต่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความสามารถในการรองรับระบบชาร์จด่วนแบบ DC ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 100 kW เพียงแค่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 10% ถึง 80% ได้ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการรอชาร์จ และทำให้การเดินทางไกลเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC: สปอร์ต SUV ขนาดกะทัดรัดที่พร้อมทุกความเร้าใจ นอกเหนือจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงไม่ละทิ้งการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาปภายใน และล่าสุดกับการเปิดตัว เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC ที่ประกอบในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ต SUV ในระดับเริ่มต้นให้เหนือกว่าใคร เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC ได้รับการอัพเกรดรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดุดันและเร้าใจยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าแบบ AMG-specific radiator grill และสัญลักษณ์ Mercedes-Benz ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง เส้นสายการออกแบบรอบคันมีความโฉบเฉี่ยว เสริมด้วยชุดแต่ง Crossover รอบคัน ราวหลังคา และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดูโดดเด่น ปลายท่อไอเสียโครเมียม 2 ท่อ และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/50R19 ตอกย้ำความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดแต่ง AMG body styling รอบคัน และ AMG Spoiler-lip พร้อมลิ้นสปอยเลอร์ท้าย ช่วยเพิ่มแอโรไดนามิกส์ และระบบไอเสีย AMG Performance exhaust system ที่ให้เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในห้องโดยสารของ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC สะท้อนถึงความสปอร์ตเต็มพิกัดด้วยการตกแต่งสไตล์ AMG Interior พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านท้ายตัด หุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control มอบการควบคุมที่แม่นยำและเต็มไปด้วยอารมณ์ เบาะนั่ง AMG Sport seat ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่อย่างยอดเยี่ยม ให้ความกระชับในทุกการเข้าโค้ง หุ้มด้วยหนัง ARTICO สลับกับวัสดุ DINAMICA micro-fibre ตัดเย็บด้วยด้ายสีแดง และเข็มขัดนิรภัยสีแดงทั่วทั้งคัน สร้างความรู้สึกสปอร์ตและมีเอกลักษณ์ เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ และเบาะหลังสามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระตั้งแต่ 435 – 1,430 ลิตร นอกจากนี้ ยังมีกาบบันไดสเตนเลสพร้อมสัญลักษณ์ AMG แบบเรืองแสง ระบบกุญแจ KEYLESS-GO ไฟเรืองแสง Ambient Lighting 64 สีทั่วห้องโดยสาร และระบบมัลติมีเดีย MBUX พร้อมหน้าจอสัมผัส และหน้าจอแสดงผลแบบ All Digital Instrument Display ขนาด 10.25 นิ้ว รวมถึงบริการ ‘Mercedes me connect’ ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับรถยนต์เป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC ยังมาพร้อมกับระบบแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้าแบบ AMG Head-up Display, ระบบควบคุมด้วย Touchpad, ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ (Bluetooth), Apple CarPlay™ และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC คือเครื่องยนต์ AMG ขนาด 2.0 ลิตร แบบ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ รหัส M260 ซึ่งยกชุดมาจาก Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC ให้พละกำลังสูงสุดถึง 306 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที สามารถเร่งอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด AMG SPEEDSHIFT DCT 8G ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว แม่นยำ และตอบสนองทุกความต้องการของนักขับ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่สามารถกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างเพลาหน้าและหลังแบบ 50:50 มอบการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่าง AMG RIDE Control Sport Suspension และระบบเบรกสมรรถนะสูง AMG high-performance brake system พร้อมดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน และคาลิปเปอร์เบรกสีเทาพร้อมสัญลักษณ์ AMG ช่วยให้มั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC ที่ประกอบในประเทศไทยนี้ จำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class W223: ความหรูหราเหนือกาลเวลา สู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อน ในส่วนของตลาดรถยนต์หรูระดับ Luxury Sedan เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดรับจอง The new Mercedes-Benz S-Class W223 รุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400-4,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class W223 แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 350 d Exclusive: ราคาเริ่มต้น 6.69 ล้านบาท เมอร์เซเดส-เบนซ์ S 350 d AMG Premium: ราคา 7.19 ล้านบาท การเปิดตัว S-Class โฉมใหม่นี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ความหรูหราที่หาที่เปรียบมิได้ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ระบบการเชื่อมต่อบนรถยนต์ผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สาย 4G LTE ซึ่งเป็นสิทธิ์ประโยชน์เฉพาะรถที่ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับลูกค้าและมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับการขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในปี 2564 ว่าจะเป็นปีแห่งการเดินทางบนเส้นทางแห่งนวัตกรรม ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า การจัดแสดงรถยนต์ไฮไลท์ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ได้แก่ Mercedes-Benz E-Class Coupe, Mercedes-Benz E-Class Cabriolet, The new Mercedes-Benz E-Class, Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC และ Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive ตอกย้ำถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์นำเสนอ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 200 Coupe AMG Dynamic โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Sensual Purity” ที่ผสมผสานความเป็นสปอร์ตคูเป้และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,991 ซีซี เทอร์โบ ให้กำลัง 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที ราคา 4,550,000 บาท เมอร์เซเดส-เบนซ์ E 200 Cabriolet AMG Dynamic ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรูหรา มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เดียวกัน ให้กำลัง 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที ราคา 5,140,000 บาท The new Mercedes-Benz E-Class นำเสนอทางเลือกขุมพลัง 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลัง 211 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1,950 ซีซี มาตรฐาน EURO 6 ให้กำลัง 194 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที พร้อมระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC ที่ประหยัดน้ำมัน มีวางจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ E 300 e Avantgarde (3,190,000 บาท), E 220 d AMG Sport (3,540,000 บาท) และ E 300 e AMG Dynamic (3,770,000 บาท) เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี GLA 35 4MATIC ที่กล่าวถึงข้างต้น ด้วยราคา 3,190,000 บาท เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLE 350 de 4MATIC Exclusive สุดยอด SUV ปลั๊กอินไฮบริดดีเซล เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,950 ซีซี ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 320 แรงม้า พร้อมระบบ 9G-TRONIC และขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 4,699,000 บาท
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย การเปิดตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทหลักในอนาคตอันใกล้ หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความหรูหราในแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะพิจารณา เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQC SUV และรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้
Previous Post

Part 2: N1906017_มนต ร กดอนขะจาวEp2 เม อโชคชะตาเล นตลกให เธอ ในฐานะเม ยเส ยเม องกร ง

Next Post

Part 2: N1906015_ร กในว ยเร ยนEp2.. เม อสาม ร กในว ยเร ยนของเธอเปล ยนไป..ทำงานสบายม ค

Next Post

Part 2: N1906015_ร กในว ยเร ยนEp2.. เม อสาม ร กในว ยเร ยนของเธอเปล ยนไป..ทำงานสบายม ค

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Part 2: N1906041_บางคร งความเจ บของคนเล ยงด .. ก ค อว นท พ อแม ต วจร งมาร บล กเขากล บไ
  • Part 2: N1906043_หากค ณถ กเล ยงด มาโดยบ คคลท ไม ใช พ อแม จงด แลบ คคลน นให ด ถ งแม
  • Part 2: N1906042_ล กนอกไส หากเราทำความด ไว ก บใครโดยท เราไม ได คาดหว งอะไร ส กว นค
  • Part 2: N1906044_สาม ท เก บเง น 10 ป เพ อสร างร านให ภรรยา ความเง ยบท ทำให หลายคนต อ
  • Part 2: N1906045_หากค ณเป นคนหน งท เร ยนจบมาได เพราะม พ อและแม เป นฮ โร อย าล มพวกเ

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.