
Mercedes-Benz EQB: การปฏิวัติ SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ขุมพลังแห่งอนาคตที่พร้อมเปลี่ยนนิยามการเดินทาง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นพัฒนาการของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวกระโดดอย่างไม่เคยมีมาก่อน และหนึ่งในรุ่นที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Mercedes-Benz ได้อย่างชัดเจน คือ Mercedes-Benz EQB SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก ณ งาน Auto Shanghai 2021 การปรากฏตัวของ EQB ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 7 ที่นั่ง แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Mercedes-Benz กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ ความหรูหรา และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
EQB: วิวัฒนาการจาก GLB สู่ SUV ไฟฟ้าอเนกประสงค์
หัวใจสำคัญของ Mercedes-Benz EQB คือการต่อยอดจากแพลตฟอร์มของ GLB-Class ที่ประสบความสำเร็จ ทำให้ EQB มาพร้อมกับการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความอเนกประสงค์และความทันสมัยของรถยนต์ไฟฟ้า การออกแบบภายในที่โดดเด่นด้วยห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง (ซึ่งสำหรับตลาดในยุโรปจะเป็นออปชันเสริม) เป็นจุดเด่นที่ทำให้ EQB แตกต่างจากรุ่นเล็กอย่าง EQA อย่างชัดเจน การที่ Mercedes-Benz สามารถออกแบบเบาะนั่งแถวที่สามให้รองรับผู้โดยสารที่มีความสูงถึง 165 เซนติเมตร พร้อมทั้งรองรับการติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กเล็ก แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น การที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในให้รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขนสัมภาระ หรือการเดินทางที่ต้องการพื้นที่เพิ่ม เป็นสิ่งที่ทำให้ EQB Mercedes-Benz กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ขุมพลังไฟฟ้าที่ทรงพลังและหลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
สำหรับตลาดจีน EQB เปิดตัวมาพร้อมกับรุ่น AMG Line ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดถึง 288 แรงม้า (HP) ซึ่งเป็นสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและเหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปอย่างแน่นอน ขณะที่เวอร์ชันยุโรป ซึ่งจะได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2021 นี้ จะมาพร้อมกับทางเลือกขุมพลังที่หลากหลายมากขึ้น ลูกค้าสามารถเลือกระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและความมั่นใจในทุกสภาพการขับขี่ นอกจากนี้ แบตเตอรี่มาตรฐานขนาด 66.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมรองรับการใช้งานได้อย่างยาวนาน และมีแผนที่จะเปิดตัวรุ่น Long Range ในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการระยะทางการขับขี่ที่ไกลยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรุ่น EQB 350 4MATIC ที่ได้รับการยืนยันว่าสามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 419 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP นี่เป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ และยืนยันถึงศักยภาพของ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง จาก Mercedes-Benz ในการเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล
ดีไซน์ภายนอก: สุนทรียภาพแห่งตระกูล EQ
การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Benz EQB สะท้อนถึง DNA ของตระกูลรถยนต์ไฟฟ้า EQ ได้อย่างชัดเจน แผงกระจังหน้าสีดำเงาขนาดใหญ่ พร้อมสัญลักษณ์ดาวสามแฉกที่โดดเด่น เป็นจุดเด่นที่ทำให้ EQB มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไฟหน้าและไฟท้าย LED ที่ออกแบบให้เชื่อมต่อกันด้วยแถบแสง สร้างรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยพลัง การเลือกใช้องค์ประกอบสี Rose Gold ที่ปรากฏบนล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว (เป็นอุปกรณ์ที่เลือกได้) ยิ่งเพิ่มความหรูหราและมีระดับให้กับตัวรถ ทำให้ EQB ราคา ที่จะเปิดตัวนั้น สะท้อนถึงคุณค่าของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ การออกแบบที่ผสานความสปอร์ตและความสง่างามเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ EQB เป็นรถที่สะดุดตาบนท้องถนน ไม่ว่าจะในเมืองใหญ่ หรือการเดินทางท่องเที่ยว
ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความหรูหราและการเชื่อมต่อ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz EQB คุณจะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด การออกแบบที่เน้นความเรียบหรู ผสานกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย หน้าจอแสดงผลแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ ทำงานร่วมกับระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) มอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย สะดวก และเต็มไปด้วยความบันเทิง องค์ประกอบสี Rose Gold ที่นำมาใช้ภายในห้องโดยสาร เช่น บริเวณเบาะนั่ง, กรอบช่องแอร์, และแม้กระทั่งลูกกุญแจ ยิ่งเสริมบรรยากาศของความเป็นตระกูล EQ ได้อย่างลงตัว
ระบบนำทาง Navigation with Electric Intelligence เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ระบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีสถานีชาร์จไฟเพียงพอตลอดการเดินทางเท่านั้น แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้แบบเรียลไทม์ตามสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของผู้ขับขี่ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่ต้องการความสะดวกสบายและมั่นใจในทุกการเดินทาง
เทคโนโลยีการชาร์จที่เหนือกว่า: ประหยัดเวลา เพิ่มความสะดวกสบาย
Mercedes-Benz EQB มาพร้อมกับระบบชาร์จไฟ AC ขนาด 11 กิโลวัตต์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเพียงพอต่อการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานได้อย่างสะดวกสบาย แต่สิ่งที่ทำให้ EQB เหนือกว่าใครคือความสามารถในการรองรับการชาร์จด่วนแบบ DC ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 100 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับ 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการชาร์จ และทำให้การเดินทางด้วย รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง เป็นเรื่องที่ง่ายและเป็นไปได้ในทุกสถานการณ์
การเข้าถึงตลาด: การวางจำหน่ายและราคา
Mercedes-Benz EQB เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนและยุโรปภายในปี 2021 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของตลาดเหล่านี้ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้าของ Mercedes-Benz แม้ว่าราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะยังไม่ถูกประกาศออกมาในขณะนั้น แต่การเปิดตัวในวงกว้างนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงสู่ตลาดโลก
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC: พลังแห่งความสปอร์ตที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
นอกเหนือจาก EQB แล้ว ในปี 2021 ยังเป็นปีที่ Mercedes-Benz ได้นำเสนอรถยนต์ที่สะท้อนถึงสมรรถนะและความเร้าใจในอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ซึ่งเป็น Compact SUV ที่มาพร้อมกับ DNA แห่ง AMG อย่างเต็มเปี่ยม การเปิดตัวรถรุ่นนี้ในประเทศไทย โดยมีการประกอบในประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดและลูกค้าชาวไทย ที่มีความชื่นชอบในรถยนต์สมรรถนะสูง
ดีไซน์ AMG ที่ดุดันและเร้าใจ
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ได้รับการปรับเปลี่ยนบุคลิกให้ดูสปอร์ตและทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าดีไซน์เฉพาะของ AMG (AMG-specific radiator grill) พร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง เส้นสายรอบคันถูกออกแบบมาให้ดูแข็งแกร่งและเร้าอารมณ์ ไฟหน้า LED High Performance แบบ Full LED พร้อมไฟ Daytime Running Light เพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวรถในทุกมุมมอง การตกแต่งด้วยชุดแต่ง Crossover รอบคัน ราวหลังคา และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดุดันและมีสไตล์ ปลายท่อไอเสียโครเมียมคู่ และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/50R19 ยิ่งตอกย้ำถึงความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูงได้อย่างชัดเจน การติดตั้งชุดแต่ง AMG body styling ทั้งคัน รวมถึง AMG Spoiler-lip และลิ้นสปอยเลอร์ที่ด้านท้าย พร้อมระบบท่อไอเสีย AMG Performance exhaust system สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้ขับขี่
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งนักแข่ง
ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC คือศูนย์รวมของความเร้าใจและความแม่นยำ พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านท้ายตัด หุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control ช่วยให้การควบคุมเป็นไปอย่างง่ายดายและแม่นยำ เบาะนั่ง AMG Sport Seat ดีไซน์สปอร์ต โอบกระชับสรีระ ถ่ายทอดความรู้สึกราวกับนักแข่ง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทุกรูปแบบ การเลือกใช้วัสดุหนัง ARTICO สลับกับ DINAMICA micro-fibre ตัดเย็บด้วยด้ายสีแดงและเข็มขัดนิรภัยสีแดงตลอดทั้งคัน สร้างบรรยากาศที่สปอร์ตและเย้ายวนใจ เบาะนั่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ เบาะหลังสามารถพับได้ เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ตั้งแต่ 435 ถึง 1,430 ลิตร
นอกจากนี้ ยังมีกาบบันไดสเตนเลสพร้อมสัญลักษณ์ AMG เรืองแสง, ระบบกุญแจ KEYLESS-GO, ไฟ Ambient Light 64 สี, ระบบมัลติมีเดีย MBUX พร้อมหน้าจอสัมผัส, หน้าจอเรือนไมล์ All Digital Instrument Display ขนาด 10.25 นิ้ว, และบริการ ‘Mercedes me connect’ ครบครัน ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้าแบบ AMG Head-up Display, ระบบควบคุมด้วย Touchpad, การเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือด้วย Bluetooth, Apple CarPlay™ และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® ยิ่งเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ขุมพลัง AMG M260: ความแรงที่ตอบสนองทุกการเร่ง
หัวใจสำคัญของ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC คือเครื่องยนต์ AMG ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 สูบ รหัส M260 ซึ่งยกมาจาก Mercedes-AMG CLA 35 4MATIC ให้กำลังสูงสุดถึง 306 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด AMG SPEEDSHIFT DCT 8G ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่น รวดเร็ว และตอบสนองต่อทุกการเร่งได้อย่างใจ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC ที่สามารถกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างเพลาหน้าและหลังแบบ 50:50 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้งอย่างยอดเยี่ยม
ระบบช่วงล่าง AMG RIDE Control Sport Suspension และระบบเบรกประสิทธิภาพสูง AMG high-performance brake system พร้อมดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน และคาลิปเปอร์เบรกสีเทาพร้อมสัญลักษณ์ AMG ยิ่งเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ที่ประกอบในประเทศไทย วางจำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา Mercedes-AMG ราคา ที่เข้าถึงได้ พร้อมสมรรถนะระดับสูง
Mercedes-Benz S-Class W223: ความหรูหราเหนือกาลเวลา กับการปรับไลน์อัพในไทย
ในส่วนของยนตรกรรมระดับเรือธงอย่าง Mercedes-Benz S-Class W223 นั้น บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลที่ประกอบในประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด S-Class ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา นวัตกรรม และความเป็นเลิศทางวิศวกรรม โดยรุ่นที่เปิดตัว ได้แก่
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive: ราคาเริ่มต้น 6.69 ล้านบาท
Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium: ราคา 7.19 ล้านบาท
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400-4,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร ที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับรถยนต์ Mercedes-Benz ที่ซื้อจากดีลเลอร์อย่างเป็นทางการ คือ สิทธิประโยชน์ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านเครือข่าย 4G LTE ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นบริการพิเศษที่มอบให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ การส่งมอบ S 350 d รุ่นประกอบไทย เริ่มดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคม 2021
Mercedes-Benz ในงาน Motor Show 2021: นำเสนอหลากหลายรุ่น สู่ผู้บริโภคชาวไทย
ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายน 2564 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี Mercedes-Benz ได้นำเสนอไฮไลท์สำคัญหลายรุ่น เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของแบรนด์ในปี 2564 ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับความพิเศษ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และนวัตกรรม
ไฮไลท์สำคัญในงาน Motor Show 2021:
Mercedes-Benz E 200 Coupe AMG Dynamic: ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1,991 ซีซี เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.6 วินาที จำหน่ายในราคา 4,550,000 บาท
Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic: ยนตรกรรมสปอร์ตเปิดประทุนที่ถ่ายทอดความสง่างามและสปอร์ตในทุกมุมมอง ขุมพลังเช่นเดียวกับรุ่น Coupe แต่มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที จำหน่ายในราคา 5,140,000 บาท
The new Mercedes-Benz E-Class: นำเสนอทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ได้แก่
รุ่น Plug-in Hybrid: เครื่องยนต์เบนซิน 1,991 ซีซี ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที
รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล: เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1,950 ซีซี เทอร์โบ มาตรฐาน EURO 6 ให้กำลัง 194 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมัน
รุ่นย่อยที่วางจำหน่าย:
Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde ราคา 3,190,000 บาท
Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport ราคา 3,540,000 บาท
Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC: Compact SUV สายพันธุ์แรง ที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น ราคา 3,190,000 บาท
Mercedes-Benz GLE 350 de 4MATIC Exclusive: SUV ปลั๊กอินไฮบริดดีเซลรุ่นแรกในไทย ที่ผสานเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1,950 ซีซี เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้า เจเนอเรชันที่ 3 ให้กำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ 9G-TRONIC พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จำหน่ายในราคา 4,699,000 บาท
การนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นในงาน Motor Show 2021 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการมอบ ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้าชาวไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถยนต์สมรรถนะสูง ไปจนถึงยนตรกรรมหรูหราที่เป็นที่สุดของนวัตกรรม
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานาน ผมมองว่าปี 2021 เป็นปีที่ Mercedes-Benz ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz EQB ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนนิยามของ SUV 7 ที่นั่ง รวมถึงการพัฒนากลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง AMG และการปรับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และความหรูหราเหนือกาลเวลา การศึกษาข้อมูลและสัมผัสกับรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ๆ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน ค้นหารถยนต์ Mercedes-Benz ที่ใช่สำหรับคุณวันนี้ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่ไม่เหมือนใคร