
Mercedes-Benz: ผู้นำตลาดรถหรูไทย ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้า และการก้าวสู่บัลลังก์ผู้นำอีกครั้ง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพลวัตของตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแข่งขันอันดุเดือดระหว่างแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz และ BMW การช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตลาดเป็นประเด็นที่น่าจับตาเสมอ และในปี 2564 นี้ Mercedes-Benz ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าตลาดรถหรูคืนจากคู่แข่ง ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น และวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
กลยุทธ์การบุกตลาดครึ่งปีหลัง 2564: รุกเต็มกำลังด้วยรถยนต์ระดับสูงสุดและยานยนต์ไฟฟ้า
แผนการรุกตลาดของ Mercedes-Benz ประเทศไทย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะการเปิดตัวยนตรกรรมที่สะท้อนความหรูหราขั้นสูงสุด และการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างจริงจัง
Mercedes-Maybach GLS: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะ
การเปิดตัว Mercedes-Maybach GLS ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการยกระดับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย โดยรุ่นนี้เป็น SUV ขนาดใหญ่ที่สุด ที่มาพร้อมกับความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Maybach การนำเข้าจากโรงงานในสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงการคัดสรรค์วัตถุดิบ คุณภาพการผลิต และการใส่ใจในรายละเอียดในทุกอณู การผสมผสานระหว่างความโอ่อ่า สง่างาม และสมรรถนะที่ทรงพลังของ SUV ระดับพรีเมียม ทำให้ Mercedes-Maybach GLS เป็นที่ต้องการของผู้ที่มองหาที่สุดแห่งความสะดวกสบายและภาพลักษณ์ที่เหนือกว่า
The new EQS: นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 100% แห่งอนาคต
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ The new EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่พัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ (Dedicated Electric Architecture) การเปิดตัว EQS ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการประกาศก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Mercedes-Benz ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์อันล้ำสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด EQS จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ ปราศจากมลพิษ และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ
Mercedes-Benz S-Class W223 (Plug-in Hybrid): การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะและเทคโนโลยี
การเปิดตัว S-Class ในเวอร์ชัน Plug-in Hybrid (PHEV) เป็นการต่อยอดความสำเร็จของ S-Class รุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 350d ที่ได้รับการตอบรับที่ดี การเพิ่มทางเลือกรุ่น PHEV ที่ผลิตในประเทศ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาด และนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ S-Class PHEV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหรา สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และความประหยัดในการใช้งาน
การเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายและพันธมิตร
เพื่อรองรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่เป็น Sub-brand สำคัญอย่าง Mercedes-EQ และ Mercedes-Maybach นั้น Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้มีการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Maybach อย่างเป็นทางการ 4 แห่ง ได้แก่ เบนซ์ ทีทีซี, เบนซ์ สตาร์แฟลก, เบนซ์ ไพรมัส และ เบนซ์ บีเคเค ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์การบริการระดับสูงสุดให้กับลูกค้ากลุ่มนี้
Mercedes-Benz ประเทศไทย: ก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดรถหรูอย่างยั่งยืน
จากแผนธุรกิจที่ชัดเจนและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าจับตาในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นายบีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด ได้กล่าวเสริมด้วยความมั่นใจว่า Mercedes-Benz จะเป็นผู้นำในเซกเมนต์ลักชัวรีของไทยในปีนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังได้จัดแคมเปญ StarFest 2021: Season of the ultimate offers เพื่อมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ในกลุ่ม Compact car, Contemporary Luxury, Dream Cars รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอมจี” โปรโมชั่นนี้มีขึ้นตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นตลาดและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
วิสัยทัศน์สู่ยุค Electric Only: การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืน
นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ย้ำถึงนโยบายระดับโลกของบริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี” ประเทศเยอรมนี ที่ประกาศก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวภายในทศวรรษนี้ การเปลี่ยนจากกลยุทธ์ “ไฟฟ้ามาก่อน” (electric first) เป็น “ไฟฟ้าเท่านั้น” (electric only) ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยรถยนต์ใหม่ที่จะเปิดตัวจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ภายใต้โครงสร้างรถยนต์ใหม่ 3 แบบ ได้แก่ MB.EA, AMG.EA และ VAN.EA
ประเทศไทย: ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต
การที่ Mercedes-Benz เลือกประเทศไทยเป็น 1 ใน 7 ที่ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่และโรงงานประกอบรถยนต์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย และความสำคัญของการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่แรงงานไทยที่มีฝีมือ การตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่และประกอบรถยนต์ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสูงสุด โดยเฉพาะการทดสอบแบตเตอรี่ จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด สอดรับกับเทรนด์ e-mobility ของโลก
บทบาทของ Mercedes-Benz ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ความสัมพันธ์ระหว่าง Mercedes-Benz และประเทศไทย มีประวัติยาวนาน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2448 และการแต่งตั้งบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2493 การเปิดสายการผลิตในประเทศไทย และการผลิตรถยนต์ครบ 100,000 คันในปี 2559 ถือเป็นก้าวสำคัญ
การริเริ่มให้มีโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้การดูแลของบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TESM) ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่ได้รับอนุญาตจาก Mercedes-Benz แต่เพียงผู้เดียว โรงงานแห่งนี้มีความพร้อมในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นต่างๆ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง EQS ที่มีแผนจะประกอบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้
Mercedes-Benz ประเทศไทย ยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนยานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและมลพิษต่ำ โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการคลัง ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย การสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการส่งมอบความรู้ความเชี่ยวชาญให้กับแรงงานไทย ซึ่งจะนำไปสู่การวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าต่อไป
ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากนโยบายและมาตรการที่จูงใจให้เกิดการลงทุน การสนับสนุนผู้ผลิต การกระตุ้นความต้องการยานยนต์ไฟฟ้า การขยายสถานีชาร์จ และการวางแผนดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
การรักษาคุณภาพและความน่าเชื่อถือ: กรณีการเรียกคืนรถยนต์ Mercedes-Benz S450 4Matic
แม้จะมุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้า แต่ Mercedes-Benz ก็ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ กรณีการเรียกคืนรถยนต์ Mercedes-Benz S450 4Matic ที่ผลิตในประเทศไทยระหว่างกรกฎาคม 2562 ถึงพฤศจิกายน 2563 และส่วนใหญ่ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายโดย Mercedes-Benz เวียดนาม เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้า
สาเหตุของการเรียกคืนคือข้อบกพร่องของซีลกันน้ำบริเวณแผงกั้นด้านหน้าใต้ใบปัดน้ำฝน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟรั่ว รวมถึงกระทบต่อการทำงานของระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Pre-Safe) การดำเนินการเรียกคืนรถยนต์ที่ศูนย์บริการหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในเวียดนาม ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2560 (หมายเหตุ: ปีที่ระบุในข้อมูลต้นฉบับอาจคลาดเคลื่อนตามบริบทของเวลาที่เขียน) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการแก้ไขปัญหาและรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า
สำหรับรถยนต์ที่นำเข้าผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ Mercedes-Benz Vietnam พร้อมให้ความช่วยเหลือในการติดต่อกับ Mercedes-Benz AG (ประเทศเยอรมนี) เพื่อตรวจสอบและดำเนินการซ่อมแซมฟรีตามโปรแกรมการเรียกคืนที่ประกาศไว้
การปรับตัวเข้ากับตลาด: การเปิดตัวรุ่นใหม่ในงาน Motor Expo
Mercedes-Benz ยังคงเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญต่างๆ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” Mercedes-Benz ได้นำเสนอทัพรถยนต์พรีเมียมครบครันทุกเซกเมนต์ ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Cars และ SUV รวมถึงแบรนด์รถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง Mercedes-AMG และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริดอย่าง EQ กว่า 25 รุ่น
ไฮไลท์สำคัญของงานคือรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศใหม่ 2 รุ่น ได้แก่
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic: รถยนต์คอมแพคท์ SUV เจเนอเรชันที่ 2 ที่มาพร้อมดีไซน์โดดเด่น ห้องโดยสารกว้างขวาง และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.33 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม โดยมีราคาจำหน่ายที่ 2,399,000 บาท
Mercedes-Benz A-Class: ยนตรกรรมขนาดคอมแพคท์สุดโฉบเฉี่ยว ที่มาพร้อมปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity เครื่องยนต์ 1.33 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าประทับใจ มาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท และ Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท
นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังมอบแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี 2563 โดยมอบ iPhone 12 ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถยนต์ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ที่ร่วมรายการ
Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic: นิยามใหม่แห่ง SUV 7 ที่นั่ง
Mercedes-Benz ยังคงขยายไลน์อัพ SUV อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 7 ที่นั่ง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริหารและครอบครัวที่ต้องการเดินทางพร้อมกันหลายคน ด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา ทั้งเบาะนั่งแถวที่ 3 จำนวน 2 ที่นั่ง ระบบมัลติมีเดีย MBUX ที่พัฒนาจาก AI และบริการ Mercedes me connect
GLE ถือเป็นรถยนต์ตระกูล SUV ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Mercedes-Benz โดยนำเสนอรถยนต์ในตระกูล SUV ทั้งหมด 7 รุ่น ได้แก่ GLA, GLC, GLC Coupé, GLE, GLE Coupé, GLS และ G-Class ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และถือเป็นเสาหลักสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของแบรนด์
อนาคตที่สดใสของ Mercedes-Benz ในประเทศไทย
จากแผนงานที่ชัดเจน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้น และวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz กำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการครองความเป็นผู้นำตลาดรถหรูในประเทศไทย และการเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายนตรกรรมที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย การสำรวจรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จาก Mercedes-Benz คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เชิญเข้ามาสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งการขับเคลื่อนไปกับ Mercedes-Benz ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ