
Mercedes-Benz: ทะยานสู่ตำแหน่งผู้นำตลาดรถหรูไทย ด้วยกลยุทธ์ ‘Electric First’ และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สุดตระการตา
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองความเคลื่อนไหวของแบรนด์รถยนต์หรูระดับโลกในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และในปี 2564 (และต่อเนื่องมาถึงปี 2565-2566) เป็นอีกครั้งที่ Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้ประกาศศักดาอย่างไม่เกรงใจใคร ด้วยการวางแผนเชิงรุกที่ชัดเจนในการทวงคืนตำแหน่งผู้นำตลาดรถหรูจากคู่แข่งคนสำคัญอย่าง BMW บทพิสูจน์ความมุ่งมั่นนี้สะท้อนผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าสนใจอย่างน้อย 3 รุ่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นำโดยที่สุดแห่งความหรูหราอย่าง Mercedes-Maybach GLS, รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง The new EQS และ S-Class ในเวอร์ชัน Plug-in Hybrid การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มตัวเลือกในตลาด แต่เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของแบรนด์ในการก้าวสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างแท้จริง
กุญแจสู่ชัยชนะ: การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เด่น ครึ่งปีหลัง 2564
นายโรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยืนยันแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าตื่นเต้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 เริ่มต้นด้วยการนำเสนอ Mercedes-Maybach GLS ซึ่งเป็นสุดยอด SUV หรูที่ผลิตจากโรงงานในสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความหรูหราและความสง่างามในระดับสูงสุด การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำตำแหน่งของ Mercedes-Benz ในกลุ่มตลาด Luxury SUV ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ตามมาด้วย The new EQS รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ (Dedicated EV Platform) การเปิดตัว EQS ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าในพอร์ตโฟลิโอ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า Mercedes-Benz พร้อมแล้วที่จะนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตและสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถยนต์ไฟฟ้าสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2564 และพร้อมจำหน่ายจริงต้นปี 2565
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ The new S-Class Plug-in Hybrid ซึ่งจะได้รับการประกอบในประเทศ หลังจากที่รุ่นดีเซล 350d ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี การมาถึงของ S-Class Plug-in Hybrid ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและยั่งยืนให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภคในปัจจุบัน
การเสริมทัพแบรนด์ย่อย: Mercedes-EQ และ Mercedes-Maybach
เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ในกลุ่ม Sub-brand อย่าง Mercedes-EQ (รถยนต์ไฟฟ้า) และ Mercedes-Maybach (รถยนต์ Ultra-Luxury) ล่าสุด Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้แต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ Mercedes-Maybach แล้ว 4 แห่ง ได้แก่ เบนซ์ ทีทีซี, เบนซ์ สตาร์แฟลก, เบนซ์ ไพรมัส และ เบนซ์ บีเคเค การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ Mercedes-Benz ให้กับตลาดไทย และความพร้อมที่จะมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในกลุ่มนี้
นายบีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด ได้เสริมความมั่นใจว่า ด้วยแผนธุรกิจที่แข็งแกร่งและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เหล่านี้ Mercedes-Benz จะสามารถทวงคืนตำแหน่งผู้นำในเซกเมนต์รถหรูของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
กลยุทธ์ ‘Electric Only’ สู่ปี 2568
เบื้องหลังความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ คือวิสัยทัศน์ระดับโลกของ Daimler AG (หรือ Mercedes-Benz AG ในปัจจุบัน) ที่ประกาศก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวภายในทศวรรษนี้ โดยมีการเปลี่ยนจากกลยุทธ์ “Electric First” (เน้นรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก) ไปสู่ “Electric Only” (รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น) ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป รถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ภายใต้โครงสร้างแพลตฟอร์มใหม่ 3 แบบ ได้แก่ MB.EA, AMG.EA และ VAN.EA
สำหรับประเทศไทย การที่ Mercedes-Benz เลือกให้ไทยเป็นหนึ่งใน 7 ศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่และโรงงานประกอบรถยนต์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย ความสำคัญของการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของภาครัฐ แรงงานไทยที่มีฝีมือและความพร้อมในการผลิตได้มาตรฐานระดับสากล ยิ่งตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค
ความสัมพันธ์อันยาวนาน: Mercedes-Benz กับประเทศไทย
ความสัมพันธ์ระหว่าง Mercedes-Benz และประเทศไทยนั้นยาวนานย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2448 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำรถยนต์ Mercedes-Benz เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย จากนั้นในปี 2493 ได้มีการแต่งตั้งบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ เป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และเริ่มสายการผลิตรถยนต์ในประเทศ ต่อมาในปี 2559 โรงงานในประเทศไทยได้ผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz ครบ 100,000 คัน และได้ริเริ่มการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้การดูแลของบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TESM) ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก Mercedes-Benz
โรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งนี้ มีความพร้อมในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ Plug-in Hybrid หลายรุ่น เช่น C-Class, E-Class, GLC และ S 580 e รวมถึงแบตเตอรี่สำหรับ The new EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจาก Mercedes-Benz ที่มีแผนจะประกอบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ การผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ในประเทศด้วยมาตรฐานการผลิตและการทดสอบระดับสูงสุด จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และตอบรับเทรนด์ e-mobility ของโลก
ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
Mercedes-Benz ประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวและมลพิษต่ำ โดยมีการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพลังงาน, และกระทรวงการคลัง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทย สนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และส่งมอบความรู้ความเชี่ยวชาญให้กับแรงงานไทย ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไปได้
ความสำเร็จเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากนโยบายและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งการส่งเสริมผู้ผลิต การกระตุ้นความต้องการยานยนต์ไฟฟ้า การขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และการวางแผนดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และมาตรการเรียกคืนรถยนต์
นอกจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการผลิตแล้ว Mercedes-Benz ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังจะเห็นได้จากกรณีการเรียกคืนรถยนต์ Mercedes-Benz S450 4Matic ในบางตลาด (เช่น เวียดนาม) ซึ่งผลิตระหว่างเดือนกรกฎาคม 2562 ถึงพฤศจิกายน 2563 สาเหตุเกิดจากข้อบกพร่องของซีลกันน้ำบริเวณแผงกั้นด้านหน้าใต้ใบปัดน้ำฝน ซึ่งอาจทำให้น้ำเข้าสู่ตัวรถและก่อให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือส่งผลกระทบต่อระบบความปลอดภัย การเรียกคืนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของแบรนด์ต่อผู้บริโภคและความใส่ใจในการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การตอบสนองความต้องการของตลาด: การเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ และแคมเปญพิเศษ
Mercedes-Benz ไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาด ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ที่ผ่านมา Mercedes-Benz ได้นำเสนอทัพรถยนต์พรีเมียมครบทุกเซกเมนต์กว่า 25 รุ่น โดยมีไฮไลท์คือรถยนต์ประกอบในประเทศใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic รถยนต์ Compact SUV ที่มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่น ห้องโดยสารกว้างขวาง และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย รวมถึง Mercedes-Benz A-Class ยนตรกรรมขนาดคอมแพคท์ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และสไตล์ที่โฉบเฉี่ยว
GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.33 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม การออกแบบภายนอกที่เน้นความสั้นกระชับ แต่สูงขึ้น ทำให้มีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสไตล์สปอร์ต โมเดิร์น พร้อมระบบ Ambient Light 64 สี ระบบช่วยเหลือการขับขี่อย่าง Active Parking Assist และ Active Brake Assist รวมถึง Mercedes me Connect ที่ทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience)
ในส่วนของ A-Class ก็โดดเด่นด้วยปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เรียบง่ายแต่เร้าใจ เครื่องยนต์ 1.33 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าประทับใจเช่นกัน ภายในห้องโดยสารทันสมัย กว้างขวาง พร้อมระบบ Ambient Light 64 สี ระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ และ Mercedes me Connect
นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังได้เปิดตัว Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic รถยนต์ SUV ระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พร้อมเบาะนั่ง 7 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวขนาดใหญ่ หรือกลุ่มผู้บริหารที่ต้องการเดินทางพร้อมกันหลายคน ด้วยระบบมัลติมีเดีย MBUX ที่พัฒนาจาก AI บริการ Mercedes me connect และเบาะนั่งแถวที่ 3 ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ GLE เป็นรถยนต์ SUV ที่มีความอเนกประสงค์สูง
การมองอนาคต: ยานยนต์แห่งความหรูหราและยั่งยืน
Mercedes-Benz ไม่เพียงแต่เป็นแบรนด์ที่นำเสนอความหรูหรา แต่ยังเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ การลงทุนในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า การผลิตในประเทศ และการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ล้วนแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการก้าวสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และแผนการพัฒนาที่มุ่งมั่นต่ออนาคต เราเชื่อมั่นว่า Mercedes-Benz จะยังคงเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคในตลาดรถหรูของประเทศไทย และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่ระดับสากล
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา เทคโนโลยีแห่งอนาคต และความมุ่งมั่นเพื่อความยั่งยืนถึงขีดสุด อย่าพลาดที่จะสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ของ Mercedes-Benz ติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Mercedes-Benz ใกล้บ้านคุณ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมและทดลองขับรถยนต์รุ่นที่คุณสนใจวันนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่เหนือกว่า