
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: สะท้อนความเป็นเลิศด้านการสื่อสารและการตลาด คว้า 19 รางวัลอันทรงเกียรติจากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของแบรนด์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์หรู ซึ่งการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และตอกย้ำคุณค่าของแบรนด์ เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ การที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สามารถคว้ารางวัลไปถึง 19 รางวัล จากงานประกาศรางวัลประจำปีของสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย “AdPeople Awards & Symposium 2024” ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นของแบรนด์นี้ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ แต่ยังรวมถึงการสื่อสารที่เข้าถึงใจผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง
รางวัลที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้รับ แบ่งเป็นระดับ “Best” 1 รางวัล, “Gold” 4 รางวัล, “Silver” 5 รางวัล และ “Bronze” 9 รางวัล ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การตลาดที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แคมเปญ “The ‘BENZ’ EFFECT” ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่แคมเปญ สามารถกวาดรางวัลไปได้มากที่สุด ซึ่งแคมเปญนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกับ BBDO Bangkok บริษัทเอเจนซี่ชั้นนำที่เข้าใจหัวใจของแบรนด์อย่างแท้จริง
“The ‘BENZ’ EFFECT”: กลยุทธ์สร้างการมีส่วนร่วมผ่านชื่อ “เบนซ์” ที่พลิกวงการโฆษณารถยนต์หรู
หัวใจหลักของแคมเปญ “The ‘BENZ’ EFFECT” คือการใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคในระดับบุคคล ด้วยการดึงเอาอินไซต์ที่น่าสนใจอย่าง “ชื่อ” มาเป็นแกนหลัก การร่วมมือกับ “เบนซ์ – ธนชาติ” ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาชื่อดังจาก Salmon House ทำให้แคมเปญนี้มีชีวิตชีวาและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหนือชั้น แทนที่จะนำเสนอคุณสมบัติของรถยนต์เพียงอย่างเดียว ทีมงานได้ออกเดินทางตามหาผู้คนที่มีชื่อว่า “เบนซ์” จากทั่วประเทศ เพื่อฟังเรื่องราวเบื้องหลังที่มาของชื่อ แรงบันดาลใจจากผู้ปกครอง และความผูกพันที่มีต่อชื่อนี้
การนำเสนอเรื่องราวของคนชื่อ “เบนซ์” ที่มีความหลากหลายทั้งด้านอายุ เพศ และอาชีพ ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกร่วมและน่าจดจำ แต่ยังสะท้อนถึงความหลากหลายและครอบคลุมของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงผู้คนทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ การเชื้อเชิญให้ผู้ที่มีชื่อ “เบนซ์” เหล่านี้ชวนเพื่อนมาร่วมชมบูธในงาน Motor Show 2024 เป็นการต่อยอดแคมเปญให้เกิดการบอกต่อและสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น การดึง “เบนซ์ – ธนวัต” หรือ Bloody Hell Big Head ศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดัง มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์ “Icon of Inspiration” เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะแบรนด์ระดับไอคอนิก ที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยมายาวนาน ผ่านมุมมองศิลปะที่ทันสมัยและสร้างสรรค์
วิดีโอแคมเปญ “THE ‘BENZ’ EFFECT” สามารถคว้ารางวัล Best 1 รางวัล, Gold 4 รางวัล, Silver 4 รางวัล และ Bronze 4 รางวัล ในหมวดหมู่ที่หลากหลาย ได้แก่ Public Relations Plan / Film / Direct / Creative Strategy / Craft / Digital & Social ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแคมเปญในทุกมิติของการสื่อสาร
“FUTURE FOR ALL”: ความเป็นเลิศด้านการออกแบบที่คำนึงถึงความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชน
อีกหนึ่งความสำเร็จที่น่าชื่นชมคือ แคมเปญ “FUTURE FOR ALL” ที่ได้รับรางวัล Silver 1 รางวัล และ Bronze 3 รางวัล แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการสร้างประสบการณ์ที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการออกแบบบูธจัดแสดงรถยนต์
ทีมงานได้ค้นพบอินไซต์ที่สำคัญจากการสัมภาษณ์กลุ่มคนที่มีความหลากหลาย เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์ และพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก ซึ่งพบว่าปัญหา “พื้นต่างระดับ” ของบูธแบบเดิมๆ ก่อให้เกิดอุปสรรคในการเข้าถึงและได้รับประสบการณ์ที่ดี ทำให้เกิดแนวคิดในการออกแบบบูธใหม่ตามหลัก Universal Design ซึ่งเน้นการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย โดยปรับเปลี่ยนให้บูธเป็นพื้นราบ มีทางเดินที่กว้างขวาง
การให้ความสำคัญกับ Diversity (ความหลากหลาย), Equity (ความเท่าเทียม), และ Inclusion (การเคารพความแตกต่าง) ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่ถูกนำมาปฏิบัติจริงผ่านการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม นี่คือสิ่งที่ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ แตกต่างและได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการตลาดที่ใส่ใจสังคม
“MOM IS HIRING HER PERSONAL DRIVER”: การสร้างสรรค์แคมเปญวันแม่ที่อบอุ่นและกินใจ
นอกจากนี้ แคมเปญ “MOM IS HIRING HER PERSONAL DRIVER” ที่ได้รับรางวัล Bronze 2 รางวัล ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการสร้างสรรค์แคมเปญที่เชื่อมโยงกับเทศกาลสำคัญได้อย่างลงตัว การเปิดรับสมัครงานตำแหน่ง “คนขับรถส่วนตัว (ให้คุณแม่)” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของแบรนด์ ภายใต้กิจกรรม “Momcation Test Drive” ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นการสร้างสรรค์ช่วงเวลาคุณภาพระหว่างลูกและแม่
ธีม “Let me be your Personal Driver” ที่มาพร้อมกับการชวนลูกที่มีใบขับขี่ให้พาคุณแม่ไปเที่ยว ถือเป็นการผสมผสานระหว่างการมอบประสบการณ์พิเศษให้กับครอบครัว และการส่งเสริมภาพลักษณ์ของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะพาหนะที่มอบความสะดวกสบายและความสุขในการเดินทาง
Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium: ยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูที่ประกอบในประเทศ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่
นอกเหนือจากความสำเร็จด้านการตลาด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูรุ่นล่าสุดที่ประกอบในประเทศอย่าง Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium การตัดสินใจผลิตในประเทศไม่ได้เป็นเพียงการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดและความต้องการของลูกค้าชาวไทยที่มองหาสมรรถนะระดับพรีเมียม ผสานกับความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำว่า “การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบความสำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์หรูมาโดยตลอด” การเปิดตัว CLS 300 d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ ตอกย้ำกลยุทธ์นี้ โดยนำเสนอยนตรกรรมในกลุ่ม Dream Car ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์อันงดงาม และสมรรถนะสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกัน ในราคา 4,390,000 บาท
ดีไซน์ภายนอกและภายในที่สะกดทุกสายตา
Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium มาพร้อมกับดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ และกระจังหน้า diamond grille ที่มีเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์แบบคูเป้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเส้นสายที่ดูกว้างและทอดตัวลงไปที่พื้น คล้ายกับ Mercedes-AMG GT นอกจากนี้ ยังเสริมความหรูหราด้วยกันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตจาก AMG, สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรก, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, ยางรถยนต์แบบ Run-flat tyres และไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้หรูหรา เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความพิเศษด้วยไฟประดับที่ช่องลมเครื่องปรับอากาศที่ดูคล้ายเครื่องยนต์เจ็ท ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีตามการปรับอุณหภูมิ แผงหน้าปัดดิจิทัลสำหรับผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ถึง 3 แบบ เพื่อให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และการตกแต่งภายใน
การจัดวางเบาะที่นั่งแบบ 5 ที่นั่ง วัสดุหุ้มเบาะหนัง Nappa และการเย็บที่ประณีต เพื่อสร้างความรู้สึกถึงความเป็นรถสปอร์ต เบาะหลังสามารถพับลงแบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control ระบบ AUDIO 20 GPS และหน้าจอแสดงผล Digital widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบควบคุมด้วย touchpad, กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต และที่พิเศษยิ่งกว่าคือ Premium ambient lighting ที่สามารถเลือกสีไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสารได้ถึง 64 สี
เทคโนโลยีและความปลอดภัยระดับสูงสุด: ประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้กังวล
Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium มาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT: ให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงการขับขี่ที่เร้าใจ หรือนุ่มสบายตลอดการเดินทาง
ระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อมระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ HAND-FREE ACCESS: เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display): ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน: มอบความสบายให้กับทุกที่นั่ง
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system): เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP®, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR, ระบบเบรก ABS, ระบบ ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist: ระบบเบรกและระบบควบคุมการทรงตัวที่เชื่อถือได้
ระบบไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist), ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist): ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะที่เพิ่มความปลอดภัย
ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control), ระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC): ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าสู่ศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system): การดูแลรักษารถยนต์ที่ง่ายดาย
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST): ตรวจสอบสภาพผู้ขับขี่เพื่อความปลอดภัย
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist), ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System): เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่เวลากลางคืน
ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC): การจอดรถที่ง่ายและแม่นยำ
ระบบนำทาง (navigation system), ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System, ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto, ระบบ Bluetooth: ระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ครบครัน
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง: ช่วยให้การมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบรถเป็นไปอย่างสมบูรณ์
สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น: ระบบเกียร์ 9G-TRONIC
Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Mercedes-Benz GLE: ก้าวสู่ยุคใหม่ของ SUV อเนกประสงค์
ในขณะเดียวกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการของ GLE รถ SUV อเนกประสงค์ เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำตลาดในต้นปีหน้า การเปิดตัวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดกับคู่แข่งอย่าง BMW X5
นวัตกรรมระบบช่วงล่างและขับเคลื่อนที่เหนือระดับ
GLE ใหม่ มาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ที่ล้ำสมัยมากมาย เริ่มต้นด้วยระบบช่วงล่างแบบ E-ACTIVE BODY CONTROL on a 48 volt basis ร่วมกับระบบช่วงล่างแบบถุงลม Airmatic ที่สามารถควบคุมความแข็ง-นุ่มของแต่ละล้อได้อย่างอิสระ ช่วยลดการสั่นโคลงของตัวถังและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวเมื่อมีการพ่วงท้าย Active Tailback Assist: ทำงานในช่วงการหยุดและออกตัวที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. สำหรับการลากจูง
ระบบปิดการทำงานของระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Active Brake Assist): ป้องกันการเบรกที่ไม่พึงประสงค์เมื่อแซงรถในเลนช้า หรือเปลี่ยนเลนกระทันหัน
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใหม่ 4Matic พร้อมระบบ Torque on Demand (TonD): กระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 ได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่ 0-100% ตามโหมดที่เลือก ช่วยให้ขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างมั่นใจ
การออกแบบที่คำนึงถึงอากาศพลศาสตร์และพื้นที่ใช้สอย
GLE ใหม่ ได้รับการขยายฐานล้อให้ยาวขึ้น 80 มม. ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น เบาะนั่งแถวสองสามารถปรับได้ และสามารถเพิ่มเบาะนั่งแถวที่สามเป็นอุปกรณ์เสริมได้
การออกแบบภายนอกมาพร้อมรูปทรงที่โค้งมนตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้ GLE มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) เพียง 0.29 ซึ่งเป็นค่าที่ดีที่สุดในคลาส กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ใช้วัสดุโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหรา ไฟหน้าแบบ Multibeam LED ให้ความสว่างระดับ 1 lux ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตร ล้อและยางมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18-22 นิ้ว
ภายในที่หรูหราพร้อมระบบ MBUX อันชาญฉลาด
ภายในได้รับการออกแบบใหม่หมดจด แต่ยังคงความหรูหราและมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ ช่องแอร์ออกแบบใหม่ คอนโซลหน้าดูราบเรียบ แสดงผลข้อมูลได้อย่างครบครัน พร้อมลูกเล่นต่างๆ เช่น ไฟซ่อนทั่วห้องโดยสาร และการสั่งการด้วยมือภายใต้ระบบ Mercedes-Benz User Experience (MBUX)
เหนือสิ่งอื่นใด GLE ใหม่ มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงเวอร์ชันพัฒนาล่าสุด ที่สามารถเริ่มต้นด้วยคำว่า “Hey Mercedes” ซึ่งเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนกว่าเดิม และรองรับถึง 3 ภาษา ได้แก่ จีน(แมนดาริน), อังกฤษ และเยอรมัน
จอแสดงผลบนกระจกหน้า (Head Up Display) รุ่นใหม่มีความคมชัดระดับ 720×240 พิกเซล อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้สะดวก ไม่รบกวนการขับขี่
ขุมพลังใหม่ที่ทรงพลังและประหยัด
GLE ใหม่ เปิดตัวมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ (รองรับเทคโนโลยี 48 โวลท์) กำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-TRONIC) อัตราการปล่อยไอเสีย 220-190 กรัม/กม. และอัตราการบริโภคน้ำมัน 12-10.4 กม./ลิตร โดยเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊กอินไฮบริดจะตามมาในภายหลัง
Mercedes-Benz GLE มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนในงานปารีส มอเตอร์โชว์ ช่วงเดือนตุลาคมนี้
บทสรุป:
การคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพที่รอบด้านของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารการตลาดที่สร้างสรรค์และเข้าถึงผู้บริโภค การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดมั่นในหลักการความเท่าเทียม และการนำเสนอยนตรกรรมที่ล้ำสมัยพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูง การที่แบรนด์สามารถผสานความเป็นเลิศด้านสมรรถนะเข้ากับเรื่องราวที่กินใจและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคต ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคเสมอ
หากคุณคือผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ หรือกำลังมองหาประสบการณ์การสื่อสารการตลาดที่สร้างแรงบันดาลใจ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์จริงได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นพบรถยนต์รุ่นที่ใช่สำหรับคุณ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่จะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง.