• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

เช้าตรู่เดือด! F-16 ปฏิบัติการโจมตี 3 ระลอก ทำลายสะพาน “จัยจุมเนี้ยะ” เสียหายหนัก ตามรายงานภาคสนาม

admin79 by admin79
December 13, 2025
in Uncategorized
0
สะเทือนชายแดน! โซเชียลอ้าง ทอ.ส่ง F-16 ถล่มฐานทหารกัมพูชา ตรงข้ามบ้านหนองจาน

ปี 2567: การพลิกฟื้นและกลยุทธ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยท่ามกลางความท้าทาย

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวของตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในวงการ อสังหาริมทรัพย์ไทย อย่างแท้จริง

หลายคนคาดหวังว่า โมเมนตัมเชิงบวกจากปี 2565 ที่ตลาดเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว จะสามารถส่งต่อไปยังปี 2566 ได้อย่างราบรื่น แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซานี้ก็ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ในช่วงไฮซีซั่นของไตรมาส 4 ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นตลาดให้กลับมาคึกคักได้อย่างที่คาดหวัง ส่งผลให้ภาพรวมของปี 2567 ยังคงไม่สดใสเท่าที่ควร

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 41 แห่ง เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 และค้นหาว่าบริษัทใดสามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่ท้าทายนี้ได้ดีที่สุด และใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดเป็น “ผู้ชนะตัวจริง” ท่ามกลางวิกฤตนี้

ภาพรวมผลประกอบการปี 2566: ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง มีรายได้รวมในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงประมาณ -1.2% แต่เมื่อเจาะลึกในรายละเอียด จะเห็นภาพที่น่าสนใจว่ามีถึง 25 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า

บริษัทที่เผชิญความท้าทายอย่างหนัก:

L.P.N. Development (LPN), Eastern Star Real Estate (ESTAR), และ Country Group Development (CGD) เป็นกลุ่มบริษัทที่รายได้รวมติดลบอย่างมีนัยสำคัญ ประมาณ -28%
Raimon Land (RML) ก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน โดยมีรายได้รวมลดลงถึง -26%
Lalin Property (LPH) และ Major Development (MD) มีรายได้รวมลดลงประมาณ -23% และ -22% ตามลำดับ
Siam Asset (SA) รายได้รวมลดลง -21%

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงอย่าง Land and Houses (LH) ก็ยังไม่พ้นจากภาวะนี้ โดยมีรายได้รวมติดลบถึง -18%

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีถึง 5 บริษัทที่รายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า นอกเหนือจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อยกว่า -1% ตามมาด้วย Supalai (SPALI) ที่รายได้ลดลง -10% และ Pruksa Holding (PPH) ที่ -9% ขณะที่ Origin Property (ORI) มีรายได้รวมลดลงประมาณ -4%

ผู้ชนะในด้านรายได้รวม: แสนสิริ ผงาดขึ้นนำ

เมื่อพิจารณารายได้รวมสูงสุด บริษัทที่น่าจับตามองในปี 2566 คือ Sansiri (SIRI) ที่สามารถทำรายได้รวมได้ถึง 39,082 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12% และเฉือนเอาชนะ AP (Thailand) (AP) ที่มีรายได้รวม 38,399 ล้านบาท ไปอย่างหวุดหวิด

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

Sansiri (SIRI): 39,082 ล้านบาท
AP (Thailand) (AP): 38,399 ล้านบาท
Supalai (SPALI): 31,818 ล้านบาท
Land and Houses (LH): 30,170 ล้านบาท
Pruksa Holding (PPH): 26,132 ล้านบาท
SC Asset Corporation (SC): 24,487 ล้านบาท
U City (U): 17,672 ล้านบาท
Frasers Property (Thailand) (FPT): 16,169 ล้านบาท
Origin Property (ORI): 15,157 ล้านบาท
Singha Estate (S): 15,066 ล้านบาท

การวัดผลที่แท้จริง: รายได้จากการขาย (Sales Revenue)

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การวัดผลประกอบการที่แท้จริงควรพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากบางบริษัทอาจมีรายได้อื่น ๆ เช่น รายได้จากค่าเช่า หรือการขายสินทรัพย์เข้ามาช่วยเสริมในภาพรวม แต่รายได้จากการขายสะท้อนถึงความสามารถในการทำตลาดและยอดขายโครงการที่พัฒนาขึ้นจริง

เมื่อพิจารณารายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัท พบว่าอยู่ที่ประมาณ 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวมประมาณ 299,979 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลงจากปีก่อนหน้า

บริษัทที่เผชิญความท้าทายด้านรายได้จากการขาย:

Raimon Land (RML): รายได้จากการขายลดลงถึง -78%
L.P.N. Development (LPN): รายได้จากการขายลดลงเกือบ -40%
Land and Houses (LH): เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง LH มีรายได้จากการขายลดลงถึง -38%
แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นผู้นำในด้านรายได้จากการขาย ก็ยังมีรายได้ลดลงเล็กน้อยที่ -2%
ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่รายได้จากการขายติดลบ

ผู้นำด้านรายได้จากการขาย: AP (Thailand) กลับคืนบัลลังก์

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำรายได้จากการขายสูงสุดในปี 2566 AP (Thailand) (AP) สามารถกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขายรวม 36,927 ล้านบาท ทิ้งห่าง Sansiri (SIRI) ที่อยู่ในอันดับ 2 ด้วยรายได้จากการขาย 32,829 ล้านบาท แม้ว่า Sansiri จะเป็น 1 ใน 2 บริษัทที่รายงานว่ารายได้จากการขายเติบโตขึ้น 7% ก็ตาม

อันดับ 3 คือ Supalai (SPALI) ที่ยังคงรักษาตำแหน่งได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยรายได้จากการขาย 30,836 ล้านบาท

ตามมาด้วย SC Asset Corporation (SC) ที่ก้าวขึ้นมาติด Top 5 ได้สำเร็จ ด้วยรายได้จากการขาย 23,370 ล้านบาท และเป็นอีกบริษัทที่รายงานว่ารายได้เติบโตเป็นบวกที่ 13%

อันดับ 5 คือ Pruksa Holding (PPH) ด้วยรายได้จากการขายรวม 22,357 ล้านบาท

สำหรับอันดับ 6 แม้รายได้จากการขายจะลดลงมาก แต่ Land and Houses (LH) ก็ยังคงประคองตัวเองอยู่ใน Top 10 ได้ ด้วยรายได้จากการขายรวม 18,966 ล้านบาท

อันดับ 7 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยรายได้จากการขายรวม 10,019 ล้านบาท

อันดับ 8 คือ Origin Property (ORI) แม้จะมีรายได้ลดลงถึง -24% แต่ก็ยังคงอยู่ในกลุ่ม Top 10 ได้ ด้วยรายได้จากการขายรวม 8,840 ล้านบาท

อันดับ 9 คือ Quality House (QH) ที่มักจะติดอันดับมาโดยตลอด ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,619 ล้านบาท

และอันดับ 10 คือ Property Perfect (PF) ด้วยรายได้จากการขายรวม 7,171 ล้านบาท

ดาวเด่นที่ต้องจับตา: CPN (Central Pattana)

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่โดดเด่นเป็นพิเศษที่เราไม่ควรมองข้าม นั่นคือ Central Pattana (CPN) ที่เริ่มเห็นผลจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างจริงจัง ในปี 2566 CPN มีรายได้จากการขายสูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้จากการขาย 2,870 ล้านบาท การเติบโตเช่นนี้สะท้อนถึงศักยภาพของ CPN ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างมีประสิทธิภาพ

กำไรสุทธิ: ตัวชี้วัดสุดท้ายของผู้ชนะที่แท้จริง

เมื่อมาถึงจุดสุดท้ายของการประเมินผลประกอบการ “กำไรสุทธิ” คือปัจจัยชี้ขาดว่าบริษัทใดคือผู้ชนะที่แท้จริง แม้บางบริษัทจะมีรายได้สูง แต่หากมีกำไรน้อย ก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง มีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท ที่น่ากังวลคือ มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน บางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิดก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ และกว่า 20 บริษัทจาก 41 แห่ง ที่มีกำไรลดลงจากปี 2565

Land and Houses (LH) ผงาดคว้าแชมป์กำไรสุทธิ

แม้จะเผชิญกับรายได้ที่ลดลง แต่ Land and Houses (LH) ก็ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำด้านกำไรสุทธิไว้ได้ในปี 2566 ด้วยกำไรสูงถึง 7,495 ล้านบาท ความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากกำไรประมาณ 2,500 ล้านบาท จากการขายโรงแรม 2 แห่งให้กับกองทุน หากไม่มีรายการพิเศษนี้ Supalai (SPALI) ที่มีกำไร 6,083 ล้านบาท คงได้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1

AP (Thailand) (AP) ตามมาในอันดับ 3 ด้วยกำไรสุทธิ 6,054 ล้านบาท เฉือนกันไปอย่างฉิวเฉียด

Sansiri (SIRI) แสดงการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิ 5,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 42%

อันดับ 5 คือ Origin Property (ORI) ด้วยกำไรสุทธิ 3,160 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้าถึง -25%

อันดับ 6 คือ SC Asset Corporation (SC) ด้วยกำไรสุทธิ 2,525 ล้านบาท

อันดับ 7 คือ Quality House (QH) ด้วยกำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท

อันดับ 8 คือ Pruksa Holding (PPH) ด้วยกำไร 2,339 ล้านบาท

อันดับ 9 คือ Frasers Property (Thailand) (FPT) ด้วยกำไร 1,865 ล้านบาท

และอันดับ 10 คือ Central Pattana (CPN) ด้วยกำไรสุทธิประมาณ 1,610 ล้านบาท (คำนวณจากกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 1,975 ล้านบาท)

การวิเคราะห์เชิงลึกและการมองไปข้างหน้า: กลยุทธ์สู่ปี 2567

ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2566 ที่เป็นปีแห่งความท้าทายอย่างแท้จริง การที่บริษัทจำนวนมากมีรายได้และกำไรลดลง บ่งชี้ถึงสภาวะตลาดที่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญปี 2567 ยังคงเป็นปีที่อุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ

กลยุทธ์สำคัญที่ผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นในปี 2567:

การบริหารต้นทุนและการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ: การควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง การบริหารสภาพคล่อง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม จะเป็นกุญแจสำคัญในการประคองธุรกิจ
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง: ตลาดปัจจุบันต้องการที่อยู่อาศัยที่คุ้มค่า ใช้งานได้จริง และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเข้าใจอินไซต์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
การสร้างความแตกต่างและจุดเด่นของโครงการ: ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน การนำเสนอนวัตกรรม หรือการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า จะช่วยสร้างความได้เปรียบ
การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ หรือทำเลที่มีศักยภาพ: การกระจายความเสี่ยงด้วยการสำรวจตลาดใหม่ๆ หรือการจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche Market) อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
การสร้างความแข็งแกร่งทางการตลาดและการขาย: การใช้เครื่องมือดิจิทัล การสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ และการนำเสนอโปรโมชั่นที่ดึงดูด จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้
การพิจารณาโอกาสในการควบรวมกิจการ (M&A): สำหรับบริษัทที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง การมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ หรือการร่วมทุน อาจเป็นการเติบโตที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปี 2567:

สำหรับนักลงทุน การเลือกพิจารณา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีประวัติการดำเนินงานที่ดี มีทีมผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ และมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการรับมือกับสภาวะตลาดปัจจุบัน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การพิจารณา หุ้นอสังหาฯ ที่มี P/E ratio ที่เหมาะสม และมีปันผลที่น่าสนใจ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง

ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความเข้าใจในตลาด การปรับตัวอย่างรวดเร็ว และการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทยจะสามารถก้าวผ่านความท้าทายในปี 2567 ไปได้ และมองเห็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย เพื่อวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจและการลงทุนให้ประสบความสำเร็จในปี 2567 นี้ โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อเรา เราพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาธุรกิจของท่านไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

Previous Post

ด่วน! เพจดังรายงานเหตุชายแดน—ทหารกัมพูชายิง BM-21 ตกใส่บ้านเรือนประชาชนใน จ.ศรีสะเกษ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย

Next Post

ไปต่อไม่ไหว! “นานา–เวย์” ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตกะทันหัน เปิดใจขอโทษแฟน ๆ จากใจจริง

Next Post
ไปต่อไม่ไหว! “นานา–เวย์” ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตกะทันหัน เปิดใจขอโทษแฟน ๆ จากใจจริง

ไปต่อไม่ไหว! “นานา–เวย์” ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตกะทันหัน เปิดใจขอโทษแฟน ๆ จากใจจริง

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Part 2: N1906041_บางคร งความเจ บของคนเล ยงด .. ก ค อว นท พ อแม ต วจร งมาร บล กเขากล บไ
  • Part 2: N1906043_หากค ณถ กเล ยงด มาโดยบ คคลท ไม ใช พ อแม จงด แลบ คคลน นให ด ถ งแม
  • Part 2: N1906042_ล กนอกไส หากเราทำความด ไว ก บใครโดยท เราไม ได คาดหว งอะไร ส กว นค
  • Part 2: N1906044_สาม ท เก บเง น 10 ป เพ อสร างร านให ภรรยา ความเง ยบท ทำให หลายคนต อ
  • Part 2: N1906045_หากค ณเป นคนหน งท เร ยนจบมาได เพราะม พ อและแม เป นฮ โร อย าล มพวกเ

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.