![Part 2: N1209224_ปมด อยท ม ในใจ[ตอน1] #ต องมนต ฟ ล ม #หน งส นสะท อนส งคม #หน งส น #ห | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260909_175008.jpg)
เผยโฉม All New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV 2026: ยกระดับ MPV 7 ที่นั่ง ด้วยเทคโนโลยี Full Hybrid และดีไซน์พรีเมียม
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในประเทศไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว All New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV ปี 2026 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Full Hybrid ขุมพลังสะอาด ประสิทธิภาพสูง และดีไซน์ที่ยกระดับความพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น จากประสบการณ์ตรงในวงการกว่า 10 ปี ทำให้ผมเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ความคุ้มค่าอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ความประหยัดน้ำมัน และภาพลักษณ์ของรถยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่ต้องการรถที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย และในวันนี้ มิตซูบิชิได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขายังคงเป็นผู้นำในเซกเมนต์นี้
เจาะลึกการออกแบบ: Dynamic Shield ล่าสุดบนขุมพลัง Full Hybrid ครั้งแรกของโลก
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Mitsubishi Xpander คือการออกแบบ Dynamic Shield ที่ปรับโฉมให้ทันสมัยและดูดุดันยิ่งขึ้นในเจเนอเรชั่นที่ 2 นี้ เส้นสายที่เฉียบคม ไฟหน้า LED DRL แบบ T-Shape ที่ดูโฉบเฉี่ยว และกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่ผสานกับโลโก้ HEV สีฟ้าอย่างลงตัว เป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของมิตซูบิชิ จากรถ MPV สไตล์ครอบครัว สู่รถยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือกว่า
มิติขนาดตัวถังของ All New Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV 2026 ถูกปรับให้มีความกว้างขวางมากขึ้น โดยมีความยาว 4,595 มม. กว้าง 1,750 มม. และสูง 1,750 มม. พร้อมระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,775 มม. ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวาง นั่งสบายทุกตำแหน่ง และยังคงรักษาความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในรุ่น Xpander HEV มีระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) ที่ 195 มม. ส่วนในรุ่น Xpander CROSS HEV เพิ่มความสูงเป็น 205 มม. ซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่บนเส้นทางที่หลากหลาย
เฉดสีตัวถังที่มีให้เลือก 4 สี ประกอบด้วย สีขาว White Diamond (ใหม่), สีเงิน Blade Silver Metallic, สีเทา Graphite Gray Metallic และสีดำ Jet Black Mica นอกจากนี้ ในรุ่น Xpander CROSS HEV ยังมีสีพิเศษเฉพาะรุ่นคือ สีเขียว Green Bronze Metallic ที่เพิ่มความโดดเด่นและแตกต่างให้กับผู้ขับขี่ที่ต้องการรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่สัมผัสได้ กับเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อ
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร คุณจะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการยกระดับคุณภาพวัสดุ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียม แผงคอนโซลหน้าได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีการปรับวางตำแหน่งหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ให้สูงขึ้นและอยู่ในระดับสายตา ลดการละสายตาจากถนน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ขับขี่ในปัจจุบัน
เบาะนั่งถูกหุ้มด้วยหนัง Max Cool สีดำ-น้ำตาล ที่ไม่เพียงแต่ดูหรูหรา แต่ยังช่วยระบายความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ในรุ่น Xpander CROSS HEV จะมาในโทนสีดำ-น้ำเงิน ที่เพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้น เบาะฝั่งผู้ขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง และผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง ซึ่งอาจจะยังเป็นจุดที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้รับการปรับปรุงให้เป็นระบบไฟฟ้า แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ยุคใหม่ และ All New Xpander HEV ก็จัดเต็มในส่วนนี้ มาพร้อมมาตรวัดแบบ Full Digital สี TFT ขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม หน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ทำให้การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเป็นไปอย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการเสียบสาย
ชุดอุปกรณ์ภายในอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง, ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, ระบบปรับอากาศพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล และฟังก์ชัน Max Cool ที่ช่วยเร่งความเย็นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกส่วน และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังบนเพดาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับรถครอบครัวขนาด 7 ที่นั่ง กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ, ปุ่ม Push Start, กุญแจ Smart Keyless Entry, และระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
ช่องเชื่อมต่อ USB ที่ให้มาก็ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารยุคดิจิทัล โดยมีช่อง USB ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง, ช่องชาร์จไฟ USB Type A 1 ตำแหน่ง และ Type C 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงช่องชาร์จไฟ 12V ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง และบริเวณเบาะนั่งแถวหลัง 1 ตำแหน่ง
ขุมพลัง Full Hybrid: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ความประหยัดที่สัมผัสได้
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All New Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV แตกต่างจากคู่แข่งคือ ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC 1.6 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง โดยทำงานประสานกันอย่างลงตัวภายใต้ระบบ Mitsubishi e:MOTION ที่ส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า ขับสนุก และประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง
เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า ขนาด 85 kW (เทียบเท่า 116 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ที่ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ จากการทดสอบพบว่าสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 9.7 วินาที ซึ่งถือว่าน่าประทับใจสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง
แบตเตอรี่ขนาด 1.1 kWh ที่เก็บพลังงานไฟฟ้า ถูกจัดวางไว้ใต้เบาะนั่งแถวที่ 3 ซึ่งไม่รบกวนพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และช่วยกระจายน้ำหนักของตัวรถให้สมดุลยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีการเกาะถนนที่ดีขึ้น ระบบ Full Hybrid นี้สามารถทำงานได้หลากหลายโหมด เช่น การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวในความเร็วต่ำ การใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยเสริมกำลังเครื่องยนต์ในขณะเร่งแซง หรือการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ขณะชะลอความเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ในระดับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยทางมิตซูบิชิเคลมไว้ที่ 19.2 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่แข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน
ระบบขับขี่และความปลอดภัย: เทคโนโลยีครบครันเพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง
โหมดการขับขี่ Drive Mode ที่มีให้เลือกถึง 7 โหมด ตอบสนองต่อทุกสภาพเส้นทางและสไตล์การขับขี่ ได้แก่
Normal Mode: โหมดการขับขี่ปกติสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวเปียกหรือลื่น ช่วยเพิ่มการควบคุมรถ
Gravel Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวลูกรัง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวเรียบ เพิ่มความสปอร์ตและตอบสนองได้ดี
Mud Mode: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวโคลน ช่วยเพิ่มการส่งกำลังไปยังล้อ
EV Priority Mode: โหมดที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ใช้ได้ในความเร็วต่ำและระยะทางสั้นๆ
Charge Mode: โหมดสำหรับชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ โดยใช้กำลังจากเครื่องยนต์เป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super All Wheel Control (S-AWC) ในรุ่น Xpander CROSS HEV ช่วยควบคุมการ