
การก้าวสู่ยุคใหม่ของมิตซูบิชิในงานฟาสต์ ออโตโชว์ ไทยแลนด์ 2024: นวัตกรรม e:MOTION และความมุ่งมั่นเพื่อผู้บริโภคชาวไทย
ในโลกที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากยุคเครื่องยนต์สันดาปสู่ยุคแห่งพลังงานทางเลือกและการขับเคลื่อนอัจฉริยะ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านนวัตกรรมและความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการนำเสนอทัพสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ งานฟาสต์ ออโตโชว์ ไทยแลนด์ 2024 โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid) รุ่นแรกของมิตซูบิชิในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ “ที่สุดแห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness)” ได้อย่างชัดเจน
การแสดงวิสัยทัศน์ผ่านเทคโนโลยี e:MOTION
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้กล่าวถึงปรัชญาการดำเนินงานของบริษัทว่า “ปรัชญาความเป็นที่สุดแห่ง ดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) คือพลังขับเคลื่อนให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมปลุกพลังแห่งการผจญภัย ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์ที่เพียบพร้อมทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความล้ำสมัย ความปลอดภัย รวมถึงความไว้วางใจได้ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความอุ่นใจในการใช้งาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกหลอมรวมไว้ในรถยนต์มิตซูบิชิทุกคันที่ทุกท่านได้สัมผัสในวันนี้” คำกล่าวนี้เป็นการยืนยันว่ามิตซูบิชิไม่ได้เพียงแค่ขายรถยนต์ แต่กำลังส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบโจทย์ยุคสมัยใหม่
หัวใจสำคัญของการนำเสนอในครั้งนี้คือเทคโนโลยี Mitsubishi e:MOTION ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System) ระบบขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคุณสมบัติทางเทคนิค แต่เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ขับขี่เป็นหลัก เพื่อให้เกิด “พลังใหม่ ความรู้สึกใหม่” ที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วไป
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System) ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ของมิตซูบิชิ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในเมืองที่การจราจรติดขัดและการขับขี่บนทางหลวง ระบบจะสลับการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมที่สุด พร้อมทั้งมอบอัตราเร่งที่ทันใจด้วยแรงบิดสูงจากมอเตอร์ไฟฟ้า มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและเร้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่น
นอกจากนี้ ระบบขับขี่ 7 รูปแบบ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ ตั้งแต่โหมดประหยัดพลังงาน (Eco) ไปจนถึงโหมดสมรรถนะสูง (Sport) ที่ตอบสนองทันใจ ซึ่งสามารถเลือกปรับได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส และเทคโนโลยี Active Yaw Control (AYC) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ จะช่วยควบคุมการทรงตัวของรถขณะเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ มอบความรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วหรือบนเส้นทางที่คดเคี้ยว
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี: ผู้นำแห่งยุคไฮบริด
รถยนต์ที่สะท้อนเทคโนโลยี Mitsubishi e:MOTION ได้อย่างชัดเจนที่สุดในงานนี้ คือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ซึ่งเป็นรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นแรกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย การเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกในเซกเมนต์นี้
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฮบริด แต่เป็นการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความสะดวกสบายและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ การออกแบบภายนอกที่สะท้อนความแข็งแกร่งและทันสมัย และภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและหรูหรา ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน
ลูกค้าที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ภายในงาน จะได้รับข้อเสนอพิเศษสุดจากแคมเปญล่าสุด ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมด้วยแพ็กเกจ MITSUBISHI XTRA CARE บริการหลังการขายที่ครอบคลุมและมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว ความคุ้มค่าและข้อเสนอพิเศษเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของมิตซูบิชิต่อลูกค้า และความต้องการที่จะส่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024: ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีและความหรูหรา
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ในงานนี้ คือ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกมิติ รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับขุมกำลังใหม่ “ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power)” ซึ่งเป็นการยกระดับสมรรถนะการขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์แบบคอมมอนเรลเจนเนอเรชันใหม่
เครื่องยนต์ใหม่นี้ให้พละกำลังสูงสุดถึง 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การเดินทางไกล หรือการขับขี่แบบออฟโรด นอกจากนี้ เครื่องยนต์ยังได้รับการออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 5 (Euro 5) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ประหยัดมากขึ้น ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ลดลง ทำให้รถยนต์สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิง
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มีทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Elite Edition ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบบนี้สามารถปรับเข้าสู่โหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (4H Full-time) ได้ทันที แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) ซึ่งช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความมั่นใจในการขับขี่ได้อย่างมาก
ความปลอดภัยและความสะดวกสบายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันอัจฉริยะ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ซึ่งประกอบด้วยระบบเตือนการชน