สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต กับ All-new Mitsubishi Xforce HEV และ Mitsubishi Xpander HEV Play ใหม่ ครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดประตูสู่โลกแห่งยนตรกรรมสุดล้ำ ด้วยการนำ All-new Mitsubishi Xforce HEV และ Mitsubishi Xpander HEV Play รถยนต์ฟูลไฮบริดโฉมใหม่ล่าสุด มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมมอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองภายในงาน บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ดีไซน์ที่โดดเด่น และสมรรถนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
All-new Mitsubishi Xforce HEV: นิยามใหม่ของ SUV อัจฉริยะ
All-new Mitsubishi Xforce HEV คือความสำเร็จครั้งสำคัญจากการพัฒนาร่วมกับทีมวิศวกรและนักออกแบบชาวไทย โดยมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตและนวัตกรรมของไทย รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Silky & Solid” ที่ผสานความสง่างาม นุ่มนวล เข้ากับความแข็งแกร่ง มั่นคง ให้ความรู้สึกพรีเมียมและทันสมัยในทุกมิติ
สมรรถนะเหนือระดับด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด MITSUBISHI e:MOTION
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xforce HEV แตกต่างคือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและประหยัดน้ำมันได้อย่างลงตัว ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยสูงถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ระบบนี้ทำงานผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้กำลังรวมสูงสุด 116 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ที่พร้อมส่งกำลังทันทีที่เหยียบคันเร่ง
7 โหมดการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อทุกสภาพถนน
เพื่อตอบสนองทุกความท้าทายบนท้องถนน Xforce HEV มาพร้อม 7 โหมดการขับขี่ ที่ทำงานประสานกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสถานการณ์ ได้แก่:
Normal Mode: โหมดสมดุลสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดพิเศษสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพบนพื้นผิวขรุขระ
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลัง
EV Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เพื่อการเดินทางที่เงียบสงบ
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะเบรก
ช่วงล่างและการทดสอบที่เหนือกว่า
ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาและปรับจูนเป็นพิเศษสำหรับสภาพถนนในประเทศไทย โดยผ่านการทดสอบจริงบนถนนจริงทั่วประเทศกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้มั่นใจว่ามอบความนุ่มนวล เกาะถนน และการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ ทางขรุขระ หรือทางโค้ง
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Diamond Sense
Xforce HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense แบบครบครัน ซึ่งรวมถึง:
กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน และแจ้งเตือนเมื่อมีวัตถุเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้
ระบบช่วยควบคุมรถขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ทำงานร่วมกับระบบเบรกและระบบขับเคลื่อน เพื่อควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้าง ให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ให้การปกป้องสูงสุดแก่ผู้โดยสารทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย
ระบบควบคุมการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) ช่วยป้องกันการลื่นไถลและรักษาสมดุลของรถ
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA) ป้องกันรถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ห้องโดยสารกว้างขวาง และระบบเสียงระดับพรีเมียม
ภายในห้องโดยสารออกแบบให้มีความกว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระที่หลากหลาย และเบาะนั่งที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในรุ่นท็อป Ultimate X ที่มาพร้อม ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium และลำโพง 8 จุด มอบประสบการณ์การฟังเพลงที่คมชัดระดับพรีเมียมเสมือนอยู่ในสตูดิโอ
Mitsubishi Xpander HEV Play: สปอร์ตพรีเมียม ดีไซน์โดดเด่น
Xpander HEV Play และ Xpander Cross HEV Play รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ตอกย้ำความสำเร็จของรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก Mitsubishi Xpander ซึ่งเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มนี้ ด้วยการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกใหม่ที่โดดเด่น มีสไตล์ และทันสมัย
ดีไซน์ภายนอกที่แตกต่าง
Xpander HEV Play มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน เช่น กระจังหน้าสีดำ, ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สีดำ, สเกิร์ตหน้า-หลังสีดำ และกระจกมองข้างสีดำ ในขณะที่ Xpander Cross HEV Play เพิ่มความบึกบึนสไตล์ SUV ด้วยราวหลังคาและชุดแต่งสีดำที่โดดเด่น
ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และฟังก์ชันที่ครบครัน
ภายในห้องโดยสารยังคงความกว้างขวางและอเนกประสงค์ตามแบบฉบับ Xpander ด้วยเบาะนั่ง 3 แถวที่สามารถปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ ให้พื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่นตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมของครอบครัว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ และประหยัดน้ำมัน ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเช่นเดียวกับ Xforce HEV
Mitsubishi Pajero Sport Prime ใหม่: ความหรูหราที่เหนือกว่า
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ ยกระดับความหรูหราและความสะดวกสบายให้มากยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครันกว่าเดิม โดยยังคงราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าอย่างเหนือชั้น รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense แบบจัดเต็ม ให้ความมั่นใจในการขับขี่สูงสุดในทุกสถานการณ์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีต สะท้อนความหรูหราและทันสมัย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น
Mitsubishi Triton Athlete: สมรรถนะที่เหนือชั้น ดีไซน์ที่โดดเด่น
มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hyper Power X2 ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองทุกการเร่งแซงได้อย่างทันใจ ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดแต่งสปอร์ตพรีเมียมสีดำ ผสานกับภายในห้องโดยสารโทนสีทูโทน สร้างบรรยากาศที่หรูหราและทันสมัย
เทคโนโลยีและความปลอดภัยระดับท็อป
Triton Athlete มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Diamond Sense แบบครบครัน รวมถึง ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: