
Xpander HEV ปฏิวัติตลาดรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ด้วยเทคโนโลยี Full Hybrid และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ
Mitsubishi Motors ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการยานยนต์ ด้วยการเปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV รถยนต์ MPV Full Hybrid ที่ผสานดีไซน์โฉบเฉี่ยวเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้าอันทรงพลัง พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และความปลอดภัยระดับสูงสุด ท้าทายทุกนิยามของรถครอบครัวยุคใหม่ พร้อมประกาศศักดาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 มิตซูบิชิได้สร้างความฮือฮา ด้วยการจัดแสดงยนตรกรรมแห่งอนาคต ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคดิจิทัล โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ All-New Mitsubishi Xpander HEV ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดไทย โดยทีมวิศวกรชาวไทย เพื่อให้ตอบสนองต่อสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอย่างแท้จริง
Mr. Ryuichi Inaba กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดเผยว่า “การเปิดตัว Xpander HEV ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของมิตซูบิชิ เราได้ผสานเทคโนโลยี Full Hybrid อันล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Xpander เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า”
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: พลังแห่งอนาคต
Xpander HEV ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อน Full Hybrid เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ให้กำลังรวมสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิด 255 นิวตันเมตร พร้อมมอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมแต่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม./ลิตร
ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ของ Xpander HEV ทำงานอย่างชาญฉลาด โดยจะเลือกโหมดการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการขับขี่ในเมืองที่ความเร็วต่ำ ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% เพื่อความเงียบและประหยัดพลังงาน เมื่อต้องการเร่งแซงหรือขับขี่บนทางด่วน ระบบจะผสานการทำงานของทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อมอบพละกำลังสูงสุด พร้อมระบบ Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะเบรกหรือลดความเร็ว
7 Drive Modes: ควบคุมได้ดั่งใจในทุกสภาพถนน
Xpander HEV มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่:
Normal Mode: โหมดสมดุลสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับทางลาดยาง มอบพละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและควบคุมบนพื้นผิวสมบุกสมบัน
EV Mode: ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% สำหรับการเดินทางที่เงียบสงบและประหยัดพลังงาน
EV Charge Mode: ชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะขับขี่
Active Yaw Control (AYC): ความปลอดภัยเหนือระดับ
ระบบ Active Yaw Control (AYC) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ทำงานผสานกับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น AYC จะช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง โดยการกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้าง เพื่อลดการลื่นไถลและเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่
ช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาพิเศษ: ขับสนุก มั่นใจ ในทุกสภาพถนน
ช่วงล่างของ Xpander HEV ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยทีมวิศวกรชาวไทย เพื่อให้ตอบสนองต่อสภาพถนนของประเทศไทยโดยเฉพาะ ผ่านการทดสอบจริงบนถนนกว่า 100,000 กิโลเมตร ส่งผลให้ Xpander HEV มีความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความนุ่มนวลในการขับขี่และความมั่นคงในการควบคุมรถ ทั้งยังลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดียิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบและผ่อนคลาย
ดีไซน์ Silky & Solid: ความงามที่ทรงพลัง
ภายนอกของ All-New Mitsubishi Xpander HEV โดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบ Silky & Solid ที่ผสานความเรียบหรูเข้ากับความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว เส้นสายที่เฉียบคมและลื่นไหล สะท้อนถึงความสง่างาม ในขณะที่ส่วนประกอบที่แข็งแกร่งสื่อถึงความทนทานและความน่าเชื่อถือ
ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ ที่ผสาน DRL แบบ T-Shape ให้ความสว่างไสวและโดดเด่น ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างขณะเข้าที่พัก (Follow Me Home) เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย
กระจังหน้าดีไซน์ Dynamic Shield เอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและความแข็งแกร่ง การออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ต ทำให้ Xpander HEV โดดเด่นท่ามกลางการจราจร
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่สัมผัสได้
ภายในของ Xpander HEV ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวาง โอ่อ่า และสะดวกสบาย วัสดุที่เลือกใช้มีคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกพรีเมียม เบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสบายสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกตำแหน่ง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแผ่นกรองอากาศ PM2.5 ช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสารสะอาดและสดชื่น ระบบฟอกอากาศ Nanoe-G ช่วยลดแบคทีเรียและไวรัส มอบอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับผู้โดยสาร
ระบบไฟ Ambient Light ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร โดยสามารถปรับเปลี่ยนสีได้ตามความต้องการ
ความปลอดภัยระดับสูงสุด: Diamond Sense
Xpander HEV มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense ซึ่งรวมถึง:
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
ระบบตัดกำลังไฟหน้าเมื่อมีรถสวนมา (AHB)
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSW)
ระบบเตือนการเคลื่อนไหวผ่านด้านหลังขณะถอย (RCTA)
กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว (MOD)
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบช่วยเบรกในภาวะฉุกเฉิน (BA)
พื้นที่อเนกประสงค์: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
Xpander HEV มอบพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและยืดหยุ่น เบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 สามารถพับราบได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ สามารถรองรับสัมภาระขนาดใหญ่ เช่น จักรยาน หรืออุปกรณ์กีฬาต่างๆ
ช่องเก็บของอเนกประสงค์ กระจายอยู่ทั่วห้องโดยสาร เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บของใช้ส่วนตัว ช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้พื้นห้องโดยสาร เพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบความบันเทิง: ความสุขทุกการเดินทาง
Xpander HEV มาพร้อมระบบ Infotainment หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และ USB สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium ในรุ่นท็อป ให้คุณภาพเสียงระดับออดิโอไฟล์ พร้อมลำโพง 8 จุด มอบประสบการณ์การฟังเพลงที่ดื่มด่ำ
แคมเปญพิเศษ: Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัว
สำหรับลูกค้าที่จองซื้อ Xpander HEV ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 จะได้รับข้อเสนอพิเศษ “Early Bird Offers” ประกอบด้วย:
บัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท
โปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น
Xpander HEV รุ่นย่อย ราคาจำหน่าย
Xpander HEV มีจำหน่าย 3 รุ่นย่อย