• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N0306054_ป ใหม เก อบไม ม ท นอน เขาต องเอาค มของพ อไปจำนำ แต ส ดท ายคนท เหย ยบเข_part2

admin79 by admin79
June 3, 2026
in Uncategorized
0
N0306054_ป ใหม เก อบไม ม ท นอน เขาต องเอาค มของพ อไปจำนำ แต ส ดท ายคนท เหย ยบเข_part2 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: เร่งเครื่องสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดตัว The New GLC ปลั๊กอินไฮบริด เจเนอเรชั่นใหม่ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในแบรนด์ที่ยืนหยัดนำเสนอสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สองไตรมาสแรกของปี 2566 ที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ ด้วยตัวเลขยอดขายและการเติบโตที่น่าประทับใจ พร้อมประกาศเดินหน้าเต็มกำลังสำหรับครึ่งปีหลัง โดยเริ่มจากการเปิดตัว The New GLC เอสยูวีรุ่นยอดนิยม สู่เจเนอเรชั่นที่ 3 พร้อมเผยโฉมรุ่นปลั๊กอินไฮบริด GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ที่ผลิตในประเทศไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” The New GLC: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมอเนกประสงค์สำหรับคนยุคดิจิทัล คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” ไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกน แต่คือการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ต้องการนำเสนอยนตรกรรมเหนือระดับซึ่งพร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัล The New GLC ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดนี้อย่างแท้จริง โดยชูจุดเด่นด้านขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านสมรรถนะและการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สามารถทำได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายๆ นอกเหนือจากสมรรถนะแล้ว The New GLC ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยมากมายที่ช่วยเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่ต่อยอดจุดแข็งเดิมของรถยนต์ในรูปแบบเอสยูวี ที่พร้อมลุยทั้งบนถนน (On-Road) และพร้อมผจญภัยในเส้นทางออฟโรด (Off-Road) ตอกย้ำความสำเร็จของตระกูล GLC ซึ่งมียอดขายรวมกว่า 2.6 ล้านคันทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลกและในประเทศไทย: เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมก้าวสู่ยุค EV มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกมียอดขายรวมสูงถึง 1,019,200 คัน เติบโตขึ้น 5% โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งทำยอดขายได้ถึง 102,600 คัน เพิ่มขึ้นถึง 121% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 6% ปิดยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกได้กว่า 7,700 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
“ในปีนี้ ถือเป็นปีสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย ซึ่งต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่น EQS และ EQB เรามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อีก 2 รุ่น ภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้านี้” มร. ชเวงค์ กล่าวเสริม เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้สามารถจำหน่ายและให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ได้ครอบคลุมกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของและรับบริการหลังการขายได้อย่างสะดวกสบายในทุกพื้นที่ ปลั๊กอินไฮบริด: สะพานเชื่อมสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า นอกเหนือจากการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า 100% เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด โดยมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในทันที “รถปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ทำตลาดในประเทศไทย สามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทยส่วนใหญ่” มร. ชเวงค์ อธิบาย สำหรับผู้ที่ขับขี่ระยะทางไกล ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางและการหาจุดชาร์จไฟ เพราะเครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น ทำให้สามารถขับขี่ต่อเนื่องได้โดยไม่สะดุด เช่นเดียวกับ The New GLC ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่เหนือชั้น GLC: ตำนาน 3 เจเนอเรชั่น สู่ความสมบูรณ์แบบในยุคใหม่ The New GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ คือวิวัฒนาการอีกขั้นของยนตรกรรมเอสยูวี ที่สืบทอด DNA อันแข็งแกร่งมาจาก Mercedes-Benz GLK ที่เปิดตัวในปี 2008 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของรถเอสยูวีขนาดกลางของแบรนด์ ก่อนจะต่อยอดมาเป็น Mercedes-Benz GLC ในเจเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2015 ที่ได้รับการปรับโฉมให้มีความหรูหรา สปอร์ต และทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังคงจุดแข็งด้านการขับขี่ทั้ง On-Road และ Off-Road ทำให้ GLC กลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั่วโลก มียอดขายรวมกว่า 2,600,000 คัน และเป็นหนึ่งในโมเดลที่ขายดีที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในปีนี้ The New GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 ได้ปรากฏตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด ในรุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งผลิตในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการตอบสนองความต้องการของตลาดท้องถิ่น บีเยิร์น กุซเทรา: เจาะลึกคอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The New GLC โมเดลปี 2023 ว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ในตระกูลเอสยูวีขนาดกลาง ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” โดยวางกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ที่มองหาเอสยูวีระดับลักชัวรี่ ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวัน หรือการเดินทางระยะไกล ครอบคลุมทั้ง On-Road และ Off-Road GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic โดดเด่นด้วยดีไซน์ตามปรัชญา “Sensual Purity” ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว ติดตั้ง เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ยกระดับการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีสมรรถนะที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 31.2 kWh ซึ่งมอบ ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า 100% ได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดล่าสุดยังรองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าทั้งแบบ DC Charge สูงสุด 60 kWh และ AC Charge สูงสุด 11 kWh ทำให้การชาร์จทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย ทั้งฟังก์ชันอำนวยความสะดวก ระบบการเชื่อมต่อสื่อสารระดับสูง และระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด การรับประกันแบตเตอรี่: ความมั่นใจไร้ขีดจำกัด สำหรับ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ลูกค้าจะได้รับความมั่นใจสูงสุดด้วยโปรแกรมการขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) เป็นระยะเวลา 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง (Unlimited mileage 10-year warranty for HV Battery) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความทนทานของเทคโนโลยีจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ สีสันแห่งความหรูหรา: ตัวเลือกที่หลากหลาย GLC 350 e 4 MATIC AMG Dynamic พร้อมให้เลือกสรรในสีตัวถัง 6 สี ได้แก่ สีขาว (Polar White), สีน้ำเงิน (Nautic Blue), สีเทา (Graphite Grey), สีเงิน (Mojave Silver), สีเงิน (High-tech Silver) และสีดำ (Obsidian Black) เมอร์เซเดส-เบนซ์: ผู้บุกเบิกด้านความปลอดภัยระดับโลก
นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยึดมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก โดยล่าสุด The New E-Class ได้รับรางวัล “Best Performer” ประจำปี 2024 จาก Euro NCAP ซึ่งเป็นการการันตีตำแหน่งรถยนต์ที่ได้รับคะแนนด้านความปลอดภัยสูงที่สุดจากการทดสอบในปีที่ผ่านมา รางวัล “Best Performer” นี้ เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลในหมวด “Best in Class” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Euro NCAP ได้ประเมินคะแนนเฉลี่ยจาก 4 หมวดหมู่หลัก คือ การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP), การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection: COP), การปกป้องผู้ใช้ถนน (Vulnerable Road User Protection) และเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยขั้นสูง (Safety Assist Technologies) ซึ่ง The New E-Class สามารถทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกมิติ Markus Schäfer คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอด เพราะเราคือผู้บุกเบิกอย่างแท้จริง เราภูมิใจในรางวัล Best Performer จาก Euro NCAP ที่สะท้อนถึงความทุ่มเทของเราในการยกระดับความปลอดภัยสำหรับทุกคนบนท้องถนน” Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) เป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกที่ประเมินความปลอดภัยของยานยนต์อย่างครอบคลุม การได้รับรางวัลนี้จึงเป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยระดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และตอกย้ำความเชี่ยวชาญในการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างต่อเนื่อง Motor Expo 2023: “FUTURE FOR ALL” สู่ความเท่าเทียมในการเข้าถึงนวัตกรรม ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” สะท้อนถึงความเท่าเทียมและหลากหลายของลูกค้า ด้วยการออกแบบบูธแบบ Universal Design ไร้ทางต่างระดับ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบูธได้อย่างไร้รอยต่อ มร. มาร์ทิน ชเวงค์ กล่าวถึงคอนเซ็ปต์นี้ว่า “ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เราให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเป็นอันดับแรกเสมอ เราเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของทุกคน คอนเซ็ปต์ “FUTURE FOR ALL” ย้ำจุดยืนเรื่องความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการเคารพถึงความแตกต่าง (Inclusion) การปรับเปลี่ยนดีไซน์บูธให้เป็น Universal Design จะช่วยให้ผู้ที่ใช้วีลแชร์ ผู้สูงอายุ หรือผู้ปกครองที่มีเด็กเล็ก สามารถเข้าถึงบูธได้อย่างสะดวกสบาย และได้รับประสบการณ์ที่เท่าเทียมกัน” ภายในบูธ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ทั้ง The new GLC ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid (GLC 220 d 4MATIC Avantgarde), EQE 350 4MATIC SUV Electric Art รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่วิ่งได้ไกล 558 กม. ต่อการชาร์จ, The new GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic สุดยอดเอสยูวีที่ผสานสมรรถนะและความสะดวกสบาย, และ C 220 d AMG Line ซีดานยอดนิยมดีไซน์สปอร์ต เจาะลึกรุ่นเด่นใน Motor Expo 2023 GLC 220 d 4MATIC Avantgarde: มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล OM654M 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG (Integrated starter generator) แบบ 48V มอบกำลังรวมสูงสุด 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที พร้อมระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC ช่วยประหยัดน้ำมัน EQE 350 4MATIC SUV Electric Art: รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุด 292 แรงม้า แรงบิด 765 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.6 วินาที แบตเตอรี่ 89 kWh วิ่งได้ไกลกว่า 558 กม. (WLTP) รองรับ DC Charge สูงสุด 170 kWh GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic: เครื่องยนต์ดีเซล OM654M 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG แบบ 48V ให้กำลังรวมสูงสุด 269 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที C 220 d AMG Line: ซีดานยอดนิยม มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล OM654M 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG แบบ 48V ให้กำลังรวมสูงสุด 197 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา อุปกรณ์ตกแต่งใหม่ล่าสุดที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์รอบตัวรถ พร้อมมอบการรับประกัน 2 ปี โดยจะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ในราคาแนะนำ 19,000 บาท พบกับสุดยอดยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ได้ที่งาน Motor Expo 2023 และที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2566 อนาคตแห่งการขับเคลื่อนอยู่ที่นี่แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็นผู้นำในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีที่ยกระดับคุณภาพชีวิต และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สังคมยานยนต์ที่ยั่งยืน ด้วยการเปิดตัว The New GLC ปลั๊กอินไฮบริดที่ผลิตในประเทศ และการเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้า 100% เมอร์เซเดส-เบนซ์ กำลังเปิดประตูสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
ถึงเวลาแล้วที่จะสัมผัสอนาคตที่พร้อมอยู่เสมอ เชิญชวนทุกท่านเข้ามาสัมผัสยนตรกรรมแห่งอนาคตจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ยุคใหม่ของการขับเคลื่อน
Previous Post

N0406012_สาม เอาเง น 3 ล านสร างบ านให คนอ น…เม ยท เขาค ดว าโง ร มาต งแต ว นแรก_part2

Next Post

N0306053_ว นส ข_part2

Next Post

N0306053_ว นส ข_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1706009_อย าเหย ยบย ำคนอ น เพ ยงเพราะค ณย นอย ส งกว า_part2
  • N1706008_บทเร ยนราคาแพงของพ อแม ท ร กล กไม เท าก น_part2
  • N1706011_ความสำเร จท ฉาบฉวย ม กพ งทลายลงง ายดาย_part2
  • N1706005_คนรวยท แท จร งค อรวย น ำใจ_part2
  • N1706003_ว นท แฟนท ง… เราถ งร ว าใครท ร กเราจร ง_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.