![Part 2: N2809239_ส นดานแก ยาก [ตอน1] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260923_093400.jpg)
ปล่อยของ! มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส ไฮบริด (Mitsubishi XFORCE HEV) เปิดตัวแรง คว้า 1,800 ยอดจองก่อนส่งมอบจริง
ตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในไทยระอุไม่หยุด! ในช่วงต้นปี 2026 นี้ ค่าย Mitsubishi (มิตซูบิชิ) สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ ด้วยการเดินหน้าเร่งเครื่องส่งมอบ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (Mitsubishi XFORCE HEV) สู่มือลูกค้ากลุ่มแรกอย่างเป็นทางการ หลังกวาดยอดจองท่วมท้นไปถึง 1,800 คัน นับตั้งแต่การเปิดตัวเพียงไม่นาน
การมาถึงของ XFORCE HEV ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลือกในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือไฮบริด แต่เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของ Mitsubishi ที่ต้องการครองตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (Compact SUV) ในไทยให้ได้เบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสานเทคโนโลยี Hybrid ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเข้ากับดีไซน์ที่ถูกใจคนไทย
ย้อนรอยความสำเร็จ: จากเปิดตัวสู่ยอดจองถล่มทลาย
สำหรับ Mitsubishi XFORCE HEV นั้น ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568 (ปรับปรุงตามข้อมูลล่าสุด: เมษายน 2569) ท่ามกลางความคาดหวังสูงจากทั้งกลุ่มลูกค้าเดิมและผู้บริโภคที่กำลังมองหารถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่
มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวในพิธีส่งมอบรถครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ โรงงานแหลมฉบังว่า:
“เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เริ่มจัดส่ง Mitsubishi XFORCE HEV ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ รถรุ่นนี้ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย โดยมียอดจองสะสมแล้วกว่า 1,800 คัน นับตั้งแต่เปิดตัว การตอบรับที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดไทย และความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหมาย”
ยอดจอง 1,800 คัน ที่เกิดขึ้นก่อนที่รถจะเริ่มส่งมอบจริง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อแบรนด์ Mitsubishi และเทคโนโลยี Hybrid ที่บริษัทนำเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่าง Compact SUV
จุดเด่นที่ทำให้ XFORCE HEV คว้าใจลูกค้า
จากการสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของลูกค้ากลุ่มแรก พบว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้ XFORCE HEV โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาด:
ดีไซน์ภายนอกที่ “ดุดันและทันสมัย”
Mitsubishi XFORCE HEV ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Dynamic Shield” ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสปอร์ตและพรีเมียมมากขึ้น เส้นสายตัวถังที่คมชัด กระจังหน้าขนาดใหญ่ และมิติตัวรถที่ลงตัว ทำให้รถดูทรงพลังและแตกต่างจากคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
ภายในที่ “กว้างขวางและอเนกประสงค์”
แม้จะเป็น Compact SUV แต่ XFORCE HEV ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางเป็นพิเศษ สามารถรองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสะดวกสบาย เบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ และมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
ระบบขับเคลื่อน Hybrid ที่ “เหนือกว่า”
หัวใจสำคัญที่ทำให้ XFORCE HEV แตกต่างคือระบบ Full Hybrid (HEV) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Xpander HEV โดยผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC ได้อย่างลงตัว มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจ
เจาะลึกเทคโนโลยี: Mitsubishi e:MOTION และ 7 Drive Mode
เพื่อให้เข้าใจถึงเหตุผลที่ XFORCE HEV ได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้ เราจำเป็นต้องเจาะลึกถึงเทคโนโลยีที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวถังอันงดงามนี้ เทคโนโลยี Mitsubishi e:MOTION คือหัวใจสำคัญที่มอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ความเงียบ และความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid (HEV) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอด
Mitsubishi XFORCE HEV ใช้ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ทำให้รถสามารถทำงานได้หลายรูปแบบ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด:
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode)
ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามความต้องการ โดยมีโหมดหลัก 2 กลุ่ม ดังนี้:
โหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode):
EV Priority Mode: รถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์ มอบการขับขี่ที่เงียบสงบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง
Charge Mode: โหมดสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ โดยใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟ หรือ Regenerative Braking ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถกลับมาสนุกกับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้อีกครั้ง
โหมดการขับขี่ตามสภาพพื้นผิว (Surface Drive Mode):
พัฒนาขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในการขับขี่และการควบคุมตัวรถบนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย:
Normal Mode: โหมดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถลและเกาะถนนเป็นเลิศ
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง มอบพละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว
Mud Mode: โหมดทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)
เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Mitsubishi ที่ช่วยปรับแรงเบรกระหว่างล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวาให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ ทำให้รถเกาะถนนได้ดีและควบคุมได้ดั่งใจ โดยทำงานร่วมกับ:
Traction Control System (TCS): ป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล
Acceleration Control: ปรับกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้ทำงานสอดประสานอย่างมีประสิทธิภาพ
Steering Control: ปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้ตอบสนองได้ดั่งใจตามความเร็วและสภาพพื้นผิวถนน
ประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมาย
ด้วยระบบขับเคลื่อน Full Hybrid มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงขนาด 85 กิโลวัตต์ และแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มอบอัตราเร่งที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแรงบิด 255 นิวตัน-เมตร ที่พร้อมส่งกำลังทันทีที่เหยียบคันเร่ง
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว 4 วงจร Atkinson ยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้ ด้วยการติดตั้งปั๊มน้ำไฟฟ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้า ช่วยเสริมให้อัตราประหยัดน้ำมันดีขึ้นกว่าเดิมราวร้อยละ 34 สำหรับการขับขี่ในเมือง และร้อยละ 15 สำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง (ตามมาตรฐาน NEDC)
ความปลอดภัยระดับ 5 ดาว: การันตีคุณภาพและมาตรฐาน
นอกจากสมรรถนะที่เหนือกว่าแล้ว ความปลอดภัยยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจใน Mitsubishi XFORCE HEV โดยรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP และได้รับคะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมการทดสอบสมรรถนะด้านความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ในภูมิภาคอาเซียน
คะแนน 5 ดาวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi ในการพัฒนารถยนต์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถยนต์กลุ่ม Compact SUV ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดไทย
การขยายตลาด: XFORCE HEV ในฐานะรถยนต์เพื่อการส่งออก
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ การที่ Mitsubishi XFORCE HEV ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ บริษัท ม