
เปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV: รถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนฟูลไฮบริดครั้งแรกในไทย พร้อมเทคโนโลยี e:MOTION ขับเคลื่อน 7 รูปแบบ
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ All-New Mitsubishi Xpander HEV (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์พลังงานทางเลือกสู่ตลาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็ก การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแนะนำรถรุ่นใหม่ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid) และเทคโนโลยี Mitsubishi e:MOTION ที่ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์อย่างลงตัว
Mitsubishi Xpander HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วไป แต่เป็นการนำ DNA ของรถ SUV มาผสมผสานกับความประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของรถยนต์ไฟฟ้าเข้าไว้ด้วยกัน โดยรถรุ่นนี้จะผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานทางเลือกในภูมิภาคอาเซียน
Mitsubishi Xpander HEV: ประวัติความเป็นมาและการเติบโต
ตระกูล Xpander นับเป็นยนตรกรรมที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ระดับโลกสำหรับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส รถยนต์รุ่นนี้ถูกเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียในปี 2017 ก่อนที่จะขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือกว่า และความคุ้มค่า ทำให้ Xpander ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค
เฉพาะในประเทศไทย Mitsubishi Xpander ได้มียอดขายสะสมรวมสูงกว่า 64,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2561 ซึ่งตอกย้ำถึงความนิยมและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคไทยมีต่อแบรนด์มิตซูบิชิ
สำหรับ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ถือเป็นครั้งแรกของรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็กในไทยที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) เข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Mitsubishi e:MOTION: 3 สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อประสบการณ์ขับขี่ใหม่
Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมกับ 3 สุดยอดเทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:MOTION ซึ่งมอบประสบการณ์ขับขี่ใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ความเงียบ และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ได้แก่:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): ผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์ระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ให้ความคล่องตัวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 กิโลวัตต์ และอัตราเร่งที่ทรงพลัง 255 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode): พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ ครอบคลุมตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงสภาพถนนที่หลากหลาย รวมถึงโหมด EV Priority และ Charge Mode สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ช่วยควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าซ้าย-ขวา เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ ควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวโดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
ระบบขับเคลื่อน HEV ใน Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการพัฒนาและถ่ายทอดมาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ของมิตซูบิชิ ทำให้ได้ระบบที่มอบทั้งความประหยัดพลังงาน ความเงียบ และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
รูปแบบการขับขี่ 3 รูปแบบ:
EV Mode (พลังงานไฟฟ้า 100%): เมื่อเริ่มออกตัวและขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ รถจะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างเงียบสงบ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงานสูงสุด
Hybrid Mode: เมื่อขับรถขึ้นเนินที่ลาดชันหรือต้องการเร่งความเร็ว ระบบจะทำการปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบไฮบริด โดยใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ปั่นไฟจากเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC โดยเครื่องยนต์จะทำงานอย่างนุ่มนวล ไม่กระชาก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางที่สะดวกสบาย
Regenerative Braking: เมื่อชะลอความเร็ว รถจะเข้าสู่โหมดชาร์จไฟกลับขณะเบรก ซึ่งจะเปลี่ยนพลังงานจลน์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อเก็บสำรองไว้ในแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
สมรรถนะเครื่องยนต์:
มอเตอร์ไฟฟ้า: กำลังสูง 85 กิโลวัตต์ ให้แรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ตอบสนองต่อการเร่งแซงได้อย่างทันใจ
เครื่องยนต์เบนซิน: 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมวงจร Atkinson และอัตราส่วนการขยายตัวสูง เพื่อประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สูงกว่า
อัตราประหยัดน้ำมัน: ดีขึ้นกว่าเดิมราว 34% สำหรับการขับขี่ในเมือง และ 15% สำหรับการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง (ตามมาตรฐาน NEDC)
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: ปรับได้ตามทุกสภาพถนน
Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับสมรรถนะให้เหมาะสมกับสภาพถนนและภูมิประเทศต่างๆ ดังนี้:
EV Priority Mode: ขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ
Charge Mode: ชาร์จแบตเตอรี่ได้ทุกเวลา ทั้งขณะรถเคลื่อนที่หรือหยุดนิ่ง เพื่อให้สามารถกลับมาใช้โหมด EV ได้อีกครั้ง
Normal Mode: โหมดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน
Wet Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล ให้การควบคุมที่มั่นใจและเกาะถนนเป็นเลิศแม้ขณะฝนตกหนัก
Gravel Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: เหมาะกับการขับขี่บนถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์
Mud Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลัง
ภายในห้องโดยสาร: เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และเงียบสงบ ด้วยการนำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้:
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว: แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น รูปแบบการขับขี่ ระดับพลังงานคงเหลือ อัตราการประหยัดพลังงาน และข้อมูลอื่นๆ พร้อมกราฟิกที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
ดีไซน์หัวเกียร์ใหม่แบบ Electric Shift: มาพร้อมเทคโนโลยีระบบเกียร์ไฟฟ้า (Shift-by-Wire) เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
วัสดุกันเสียงและดูดซับเสียงรบกวน: เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บเสียงในจุดสำคัญทั่วทั้งคัน เพื่อความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร ไม่เพียงแต่ขณะขับขี่ในโหมด EV แต่รวมถึงขณะที่เครื่องยนต์ทำงานด้วย
เบาะนั่ง 3 แถว: กว้างขวางที่สุดในบรรดารถยนต์ระดับเดียวกัน รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่งได้อย่างสะดวกสบาย แม้จะมีการติดตั้งชุดแบตเต