
เปิดศักราชใหม่: Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Crosss HEV – รถครอบครัวไฮบริดที่พลิกโฉมวงการในไทย
ในปี 2024 วงการยานยนต์ไทยได้ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อค่ายตราเพชร Mitsubishi ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในรูปแบบพลังงานไฮบริดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอย่าง Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Crosss HEV ด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจเพียง 912,000 บาท การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ของ Mitsubishi แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงก้าวสำคัญของแบรนด์ในการก้าวสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) อย่างเต็มตัวในตลาดไทย
ก้าวสู่ยุคใหม่: Mitsubishi xEV กับ 2 รุ่นไฮบริด
Mitsubishi ไม่รอช้าที่จะนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสู่ผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ในรูปแบบ Full Hybrid (HEV) พร้อมกันในครั้งเดียว นั่นคือ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Crosss HEV รถยนต์สไตล์ MPV (Multi-Purpose Vehicle) หรือ Crossover ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และความอเนกประสงค์ ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่
สิ่งที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้พิเศษยิ่งกว่าเดิม คือการเปลี่ยนแปลงระบบขับเคลื่อนจากเดิมที่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลัง 105 แรงม้า และแรงบิด 141 นิวตันเมตร มาเป็นเครื่องยนต์ 1.6L MIVEC ที่ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิด 134 นิวตันเมตร ซึ่งทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 255 นิวตันเมตร การผสานกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้านี้ ทำให้รถยนต์รุ่นใหม่มีสมรรถนะที่เหนือกว่า ขับสนุก และประหยัดน้ำมันกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
Mitsubishi e:MOTION: ประสบการณ์ขับขี่ใหม่เหนือระดับ
ภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:MOTION ทาง Mitsubishi มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยการผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์ของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีจาก Mitsubishi Motors ได้แก่:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): ระบบนี้มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมอบความเร้าใจและคล่องตัว ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงจากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ซึ่งได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode): พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อตอบสนองต่อทุกสภาพถนนและทุกสภาวะการขับขี่ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ เพื่อให้ได้สมรรถนะที่ปลอดภัย มั่นใจ และลุยได้ในทุกสภาพถนน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Mitsubishi Motors ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในการควบคุมรถ โดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง ด้วยการควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าซ้ายและขวาให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่
เทคโนโลยีล้ำสมัย: ประสิทธิภาพและสมรรถนะที่เหนือกว่า
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดใน Xpander HEV และ Xpander Crosss HEV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 กิโลวัตต์ พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC โดยมีแบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่สามารถตอบสนองต่อแรงบิดได้สูงถึง 255 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นแรงบิดที่เทียบเท่ารถยนต์ขนาดใหญ่
เครื่องยนต์เบนซินใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว มีอัตราส่วนการขยายตัวสูง (วงจร Atkinson) พร้อมประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สูงขึ้น ด้วยการติดตั้ง ปั๊มน้ำไฟฟ้า เป็นครั้งแรกในเครื่องยนต์ของ Mitsubishi Motors และ คอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้า เพื่อลดการสูญเสียทางกล ช่วยเสริมให้อัตราประหยัดน้ำมันของเครื่องยนต์ดีขึ้นกว่าเดิมราว 34% สำหรับการขับขี่ในเมือง และดีขึ้นกว่าเดิมราว 15% สำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง เมื่อดำเนินการทดสอบตามมาตรฐานการวัดระยะทางรถยนต์ไฟฟ้าแบบ NEDC
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: ตอบสนองทุกสภาวะการเดินทาง
Xpander HEV และ Xpander Crosss HEV มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ ประกอบด้วยโหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) 2 รูปแบบ และอีก 5 โหมดสำหรับพื้นผิวถนนที่มีสภาวะแตกต่างกันตามภูมิประเทศและภูมิอากาศ
ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ โหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ ซึ่งประกอบด้วย:
EV Priority Mode: ขับเคลื่อนรถด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์ หากพลังงานแบตเตอรี่เหลือน้อย ผู้ขับขี่สามารถปรับเข้าสู่ Charge Mode เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้ทุกเวลา ทั้งในขณะที่ตัวรถกำลังเคลื่อนที่หรือขณะหยุดนิ่ง เพื่อให้สามารถกลับมาสนุกกับการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้อีกครั้ง
ส่วน โหมดการขับขี่อีก 5 รูปแบบ ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในการขับขี่และการควบคุมตัวรถที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำบนพื้นผิวถนนที่มีสภาวะแตกต่างหลากหลายตามภูมิประเทศและภูมิอากาศ โดยพัฒนาระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าให้ดียิ่งกว่ารุ่นเดิม ผสานกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนต่างๆ ดังนี้:
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Mitsubishi ซึ่งเป็นการควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวาให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL): ช่วยตรวจจับอาการลื่นไถลของล้อหน้าและควบคุมพละกำลังการขับเคลื่อน
ระบบควบคุมอัตราเร่ง (Acceleration Control): ช่วยปรับกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้ทำงานสอดประสานอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการกดคันเร่ง
ระบบควบคุมน้ำหนักพวงมาลัย (Steering Control): ช่วยปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้ตอบสนองได้ดั่งใจตามความเร็วและสภาพพื้นผิวถนน
โหมดการขับขี่ทั้ง 5 รูปแบบ ได้แก่:
Normal Mode: โหมดที่สมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล ให้การควบคุมที่มั่นใจและเกาะถนนเป็นเลิศแม้ขณะฝนตกหนัก
Gravel Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: เหมาะกับการขับขี่บนถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ แม้บนถนนที่คดเคี้ยว
Mud Mode: ทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน
ห้องโดยสารอัจฉริยะ: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสารของ Xpander HEV และ Xpander Crosss HEV โดดเด่นสะดุดตาด้วย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว เพื่อการแสดงข้อมูลที่หลากหลายและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจะแสดงข้อมูลสำคัญเพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด อาทิ แสดงรูปแบบการขับขี่ที่จะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์การขับขี่และอัตราเร่ง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงาน อัตราการประหยัดพลังงานเมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ระดับพลังงานคงเหลือในแบตเตอรี่ และข้อมูลอื่นๆ ทั้งนี้ เมื่อมีการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ จะมีการแสดงภาพกราฟฟิกกลางหน้าจอเพื่อแจ้งโหมดการขับขี่ที่กำลังทำงานอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผู้ขับขี่ยัง