
เปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV 2026: รถยนต์ Full Hybrid ผลิตในไทย ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท
บทนำ
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการยานยนต์ไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ Full Hybrid รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยี e:MOTION สุดล้ำ และได้รับการผลิตขึ้นเป็นพิเศษที่โรงงานแหลมฉบัง ประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทย ด้วยราคาที่น่าดึงดูดใจ เริ่มต้นเพียง 899,000 บาท พร้อมการรับประกันระบบไฮบริดที่ครอบคลุมนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานสูงสุด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี: รถยนต์ Full Hybrid รุ่นใหม่ล่าสุดจากมิตซูบิชิ
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ All-New Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ Full Hybrid รุ่นใหม่ล่าสุด ณ โรงงานแหลมฉบัง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทฯ และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดตัว การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของมิตซูบิชิในการขยายไลน์อัพรถยนต์ Full Hybrid ในประเทศไทย หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้นำ All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และเรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการผลิตที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา เราใช้เวลาหลายเดือนในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทานและสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเราได้นำไปใช้ในการปรับแต่งและพัฒนารถรุ่นนี้ให้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนสุดท้าย คือ การทดสอบความทนทานของรถ และปรับแต่งระบบกันสะเทือนที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ดีไซน์ภายนอก: คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ซึ่งเป็นการผสมผสานความหรูหรา ความเรียบง่าย และความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย และเปี่ยมไปด้วยพลัง สะท้อนผ่านเส้นสายการออกแบบที่คมชัด และรายละเอียดที่ประณีต ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้าง ความมั่นคง และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวรถ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) พร้อมซุ้มล้อที่ใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีตัวรถ ทำให้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มีบุคลิกของรถ Compact SUV ที่ชัดเจน และน่าดึงดูดใจในทุกมุมมอง
การออกแบบภายใน: คอนเซปต์ “Horizontal Axis”
ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Horizontal Axis” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ภายในห้องโดยสารเป็นไปอย่างเป็นระบบและสมดุล ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในขณะขับขี่ วัสดุที่ใช้ภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกหรูหรา ประณีต และสะดวกสบาย คอนโซลหน้าออกแบบให้มีความเรียบง่ายแต่ดูทันสมัย พร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดใหญ่ที่แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างชัดเจน
สีทูโทนภายในห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย เบาะนั่งใช้วัสดุหุ้มเบาะชนิดพิเศษที่ทนทานต่อความร้อนและสิ่งสกปรก พร้อมคุณสมบัติการสะท้อนความร้อน ทำให้รู้สึกสบายแม้ในวันที่อากาศร้อนจัด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ 40:20:40 และสามารถปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ เพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งานตามความต้องการ
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่: MITSUBISHI e:MOTION
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับด้วยระบบ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นเครื่องยนต์หลัก การพัฒนาระบบนี้ต่อยอดมาจากระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นแรกของมิตซูบิชิ สู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ซึ่งปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้เหมาะสมกับการขับขี่และสภาพถนน โดยให้อัตราเร่งที่ดีและนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นอัตราที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสภาพอากาศที่แตกต่างกันได้อย่างง่ายดาย โหมดเหล่านี้ประกอบด้วย:
Normal (ถนนทั่วไป): โหมดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
Wet (ถนนเปียก): ปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับการขับขี่บนพื้นถนนเปียก เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
Gravel (ถนนลูกรัง): ปรับการส่งกำลังและการควบคุมให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลูกรัง
Tarmac (ถนนลาดยาง): ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลาดยาง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
Mud (ถนนโคลน): ปรับการทำงานของระบบให้เหมาะสมกับการขับขี่บนพื้นถนนโคลน เพื่อการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม
Charge (โหมดการชาร์จ): ใช้เครื่องยนต์เบนซินเพื่อชาร์จพลังงานไปยังแบตเตอรี่ขณะขับขี่
EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%): ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อความเงียบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) เทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนามาจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยการคำนวณการส่งกำลังไปยังล้อซ้าย-ขวา ให้หมุนสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสม ขณะที่รถเข้าโค้ง ระบบจะควบคุมแรงเบรกและการส่งกำลังไปยังแต่ละล้อ เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
ช่วงล่างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ
มิตซูบ