
เปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ฟูลไฮบริดใหม่ล่าสุด: ดีไซน์ล้ำสมรรถนะโดดเด่น พร้อมเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะ
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All-New Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ฟูลไฮบริดที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนอันล้ำสมัย การออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่เหนือระดับ โดยจุดเด่นสำคัญคือการผลิตในประเทศไทย ณ โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง พร้อมการรับประกันระบบไฮบริดนาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์คอมแพ็กต์ SUV ที่มีการแข่งขันสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความสะดวกสบาย สมรรถนะที่ดีเยี่ยม และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถยนต์รุ่นนี้เป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของมิตซูบิชิ โดยนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ประสบความสำเร็จไปต่อยอด เพื่อสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่มอบประสิทธิภาพสูงสุด
ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จะได้สัมผัสกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุดใน Mitsubishi Xforce HEV “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแนะนำ All-New Mitsubishi Xforce HEV สู่ตลาดไทย รถยนต์รุ่นนี้ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์อีกหนึ่งรุ่น แต่เป็นตัวแทนของความมุ่งมั่นของเราในการส่งมอบเทคโนโลยีที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของตลาดไทยต่อมิตซูบิชิ” มร. อินาบะ กล่าว
นอกจากนี้ มร. มาซาฮิโระ อิโตะ Chief Product Specialist จากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้ในรถยนต์รุ่นนี้ โดยเน้นถึงการทำงานร่วมกันของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ในการแข่งขันรถยนต์แรลลี่ ทำให้ Mitsubishi Xforce HEV สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ทั้งในด้านอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม ความเงียบในการขับขี่ และความมั่นใจในการควบคุมในทุกสภาพถนน
การออกแบบภายนอกภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ไฟหน้า LED ดีไซน์ทันสมัย ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ และซุ้มล้อสีทูโทนที่เพิ่มมิติความเป็น SUV ให้กับตัวรถ ขณะที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบตามแนวคิด “Horizontal Axis” ที่เน้นทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม พร้อมวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งหุ้มผ้ากันน้ำและคราบสกปรก และระบบเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System ที่มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม
สำหรับด้านสมรรถนะ All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมกับระบบ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งประกอบด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานอัตโนมัติ และ Active Yaw Control (AYC) ที่ช่วยควบคุมสมดุลขณะเข้าโค้ง ทำให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร และมีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ที่ครอบคลุมทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็น Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, Charge และ EV Priority
ระบบความปลอดภัย Diamond Sense ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ด้วยกล้อง เรดาร์ และเซนเซอร์ ครอบคลุมระบบสำคัญ เช่น Active Cruise Control (ACC) ที่สามารถทำงานได้ถึงจุดหยุดนิ่ง, Forward Collision Mitigation (FCM) ที่ช่วยเตือนและชะลอความเร็วเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า, Blind Spot Warning (BSW) ที่เตือนจุดอับสายตา, Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ที่เตือนขณะถอยหลังออกจากช่องจอด และระบบกล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะและระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกัน เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับได้ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ พร้อมวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ระบบฟอกอากาศ nanoe™ X ช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เพิ่มความสดชื่นตลอดการเดินทาง ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (Ambient Light) บริเวณคอนโซลหน้าและแผงประตูหน้า ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทาง
All-New Mitsubishi Xforce HEV มีจำหน่าย 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท, รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท และรุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท ซึ่งมาพร้อมการรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสูงสุด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ทำให้การจัดส่งอะไหล่เป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่งทั่วประเทศ
สำหรับลูกค้าที่ตัดสินใจจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568 จะได้รับสิทธิพิเศษภายใต้แคมเปญ “Early Bird Offers” ซึ่งประกอบด้วยบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งเป็นเวลา 1 ปี, การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร, ฟรีค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมข้อเสนอพิเศษด้านการเงินจากสถาบันการเงินที่กำหนด เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.99% (เมื่อดาวน์ 25% และผ่อนชำระ 48 เดือน) และแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดแสดง All-New Mitsubishi Xforce HEV พร้อมรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่งานโรดโชว์ทั่วประเทศ และที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (A9) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี โดยลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่นี้ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยตนเอง
นอกจากนี้ ลูกค้าครอบครัวมิตซูบิชิ หรือลูกค้าเก่าที่ซื้อรถมิตซูบิชิ จะได้รับส่วนลดเพิ่มสูงสุดถึง 30,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมพิเศษที่มิตซูบิชิจัดทำขึ้นเพื่อตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้า
การเปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์คอมแพ็กต์ SUV ในตลาดไทย ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่น และการออกแบบที่ตอบโจทย์