
เจาะลึกกลยุทธ์ Mercedes-Benz ประเทศไทย: ท่ามกลางตลาดรถยนต์หดตัว สู่ความยั่งยืนและการเติบโตในปี 2567-2568
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดรถยนต์ไทยอย่างใกล้ชิด และปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมนี้ การหดตัวถึง 26.2% ด้วยยอดขายรวมประมาณ 5.72 แสนคัน สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยลบที่รุมเร้าทุกเซกเมนต์ รวมถึงกลุ่มตลาดพรีเมียมที่เคยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ในบริบทนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ แบรนด์รถยนต์หรูระดับโลก ก็เผชิญกับความท้าทายเช่นกัน โดยมียอดจดทะเบียนลดลง 30% จากปีก่อนหน้า เหลือ 9,189 คัน คุณมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่หลากหลาย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การบริหารจัดการด้านไฟแนนซ์ รวมถึงการสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดระดับเริ่มต้น (Entry Market) อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม คุณมาร์ทินได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์อันชาญฉลาดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนในระยะยาว การปรับตัวของแบรนด์ กลุ่มลูกค้า และการรักษาคุณค่าของแบรนด์ แม้จะต้องแลกมาด้วยยอดขายที่ลดลงในบางกลุ่มก็ตาม กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ
การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดระดับเริ่มต้น และบทบาทของรถยนต์ไฟฟ้า
ตลาดระดับเริ่มต้น (Entry Segment) ที่เคยเป็นประตูบานสำคัญสู่โลกแห่งยานยนต์พรีเมียม กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด ไม่เพียงแต่จากแบรนด์พรีเมียมด้วยกันเอง แต่ยังรวมถึงผู้เล่นจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สัญชาติจีนที่เข้ามาสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาวะสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นอย่างมาก ทำให้กลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์นี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อยอดขาย
ในทางตรงกันข้าม สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับบน (Top-End Vehicle) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างน่าพอใจ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Mercedes-Benz Mobility ผู้ให้บริการทางการเงินเฉพาะทาง ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการด้านสินเชื่อและเสนอทางเลือกที่เหมาะสมแก่ลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสินเชื่อผ่าน Mercedes-Benz Mobility มีสัดส่วนสูงถึง 50% ของยอดสินเชื่อทั้งหมด
คุณมาร์ทินกล่าวเสริมว่า การฟื้นฟูยอดขายที่หดตัวด้วยการลดราคาเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ไม่ใช่แนวทางที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ยึดถือ เพราะการรักษาคุณค่าของแบรนด์และประสบการณ์ของลูกค้า คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ระดับโลกอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
ความสำเร็จของ E-Class และการเติบโตของ AMG: ตอกย้ำความแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก
แม้ภาพรวมตลาดจะดูหดตัว แต่ก็มีรุ่นที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ Mercedes-Benz E-Class ใหม่ ที่มียอดขายเติบโตสูงถึง 65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พิสูจน์ให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่สำหรับรถยนต์ซีดานหรูที่มอบทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย
อีกหนึ่งตลาดสำคัญที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือกลุ่ม Mercedes-AMG รถม้าศึกสมรรถนะสูง โดยรุ่นใหม่ Mercedes-AMG CLE 53 สามารถทำยอดขายคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงของแบรนด์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเป็นเอกลักษณ์
ในปี 2568 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมเสริมทัพ AMG ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 3 รุ่น ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงในประเทศไทย
Retail of The Future และกลยุทธ์ราคาเดียว: สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้ลูกค้า
การเดินหน้ากลยุทธ์ Retail of The Future อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะการนำเสนอ กลยุทธ์ราคาเดียว (One Price Strategy) ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งในด้านการตลาดและสร้างความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ การสำรวจลูกค้า 300 รายหลังการใช้กลยุทธ์นี้เป็นเวลา 6 เดือน พบว่า 91% รับรู้ถึงนโยบายราคาเดียว และ 74% มองว่าเป็นประโยชน์ต่อการเป็นลูกค้า ในขณะที่มีเพียง 9% ที่ไม่เห็นด้วย
กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความโปร่งใส แต่ยังช่วยลดความสับสนและความไม่แน่นอนในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียม นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อการบริหารจัดการสต็อกและราคาขายต่อของรถยนต์มือสองอีกด้วย
การผลักดันตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยแพ็กเกจ “EV Worry-Free”
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียม EV ด้วยการเป็นแบรนด์พรีเมียมเพียงแบรนด์เดียวที่ ประกอบรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดันการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าให้ง่ายขึ้น ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจ “EV Worry-Free Package” ระยะเวลา 5 ปี สำหรับรุ่น EQE 350 4MATIC SUV Electric Art โดยมีค่าผ่อนเริ่มต้นเพียง 45,000 บาทต่อเดือน โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ก้อนแรกและก้อนสุดท้าย
แพ็กเกจนี้ครอบคลุมทั้งประกันภัย 3 ปี และการบำรุงรักษาเซอร์วิส โดยหากรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 52,000 บาทต่อเดือน สำหรับรุ่นใหญ่เช่น EQS จะเริ่มต้นประมาณ 72,000 บาทต่อเดือน โปรโมชั่นนี้ถือเป็นการลดข้อจำกัดและ “pain point” สำคัญของลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นตลาด EV พรีเมียมให้เติบโตได้อย่างแน่นอน
3 แนวทางหลักเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในปี 2568
สำหรับปี 2568 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้วางแผนการดำเนินงานที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างเข้มข้น ภายใต้ 3 แนวทางหลักดังนี้:
กิจกรรมร่วมกับคอมมูนิตี้และกิจกรรมพิเศษ:
การจัดกิจกรรมร่วมกับ Mercedes-Benz Club ประเทศไทย: ส่งเสริมความผูกพันระหว่างแบรนด์และลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัด Road Trip สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์คลาสสิก ซึ่งจะนำรถยนต์หายากกว่า 10 คัน มาร่วมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ
กิจกรรมทดสอบรถยนต์ประจำปี (Mercedes-Benz Driving Events & SUV Driving Events): จัดขึ้นรวม 18 ครั้ง ครอบคลุมทั้งการขับขี่บนถนนจริงและในสนามแข่ง (On Road/On Track) เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะและเทคโนโลยีของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเต็มที่
“MercedesTrophy” การแข่งขันกอล์ฟระดับตำนาน: กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไป 5 ปี เพื่อมอบประสบการณ์การแข่งขันสุดพิเศษให้กับลูกค้าผู้รักกีฬากอล์ฟ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จาก 7 รอบการแข่งขัน
การยกระดับการบริการหลังการขาย:
เครือข่ายบริการที่แข็งแกร่ง: ปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์มีเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ 41 แห่ง ซึ่งมากที่สุดในตลาดพรีเมียม พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง (Certified Body & Paint Service Center) อีก 26 แห่ง
ความสำเร็จของแพ็กเกจ MBSP: ยอดขายแพ็กเกจ MBSP (Merceded-Benz Service Package) เพิ่มขึ้น 12% พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจ MBSP Extra Guarantee Lite สำหรับลูกค้าเก่าที่มีอายุรถ 5 ปีขึ้นไป
การเติบโตของผลิตภัณฑ์และบริการ: ผลิตภัณฑ์จาก MBTires มียอดขายเพิ่มขึ้น 84% และบริการ Digital Extras บนแพลตฟอร์ม Mercedes-Benz Store เติบโตถึง 86%
แคมเปญพิเศษ: จัดแคมเปญ “Welcome Back Stars” เพื่อคืนสิทธิ์การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) จนถึงอายุรถ 10 ปี และร่วมมือกับ Michelin ในแคมเปญ “Sustainability in Motion”
Service Select Loyalty Program: แผนการเปิดตัวโปรแกรมความภักดีสำหรับลูกค้าเก่า เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น
การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี:
การเปิดตัว New GLA 200 Night Edition: รุ่นพิเศษของ SUV ยอดนิยมในเซกเมนต์ Entry Luxury ราคา 2,580,000 บาท มาพร้อมชุดแต่ง AMG Line และ Night Package รอบคัน ดีไซน์สปอร์ตดุดันทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนภาพลักษณ์ของ GLA ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
เครื่องยนต์และสมรรถนะ: New GLA 200 Night Edition ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ รหัส M282 รองรับน้ำมันสูงสุด E85 ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ 7G-DCT อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
ดีไซน์และฟังก์ชัน: มาพร้อมกระจังหน้า Diamond Radiator Grille, ชุดแต่ง AMG Bodystyling, ล้ออัลลอย AMG Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว, ภายในตกแต่งด้วย Aluminium Trim, เบาะนั่ง Sport seats หุ้มหนัง ARTICO สลับ Microcut Microfibre สีดำ พร้อมเข็มขัดนิรภัยสีเทา
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: ครบครันด้วยระบบไฟหน้า LED High Performance, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบช่วงล่าง Comfort Suspension, ระบบเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ, Keyless-Go, หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ, หน้าจอแสดงผล All-digital Instrument Display และหน้าจอคอนโซลกลาง 10.25 นิ้ว, ระบบ MBUX7, Apple CarPlay & Android Auto, ระบบสื่อสาร LTE สำหรับ Mercedes me connect, Ambient Lighting 64 เฉดสี
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง: ถุงลมนิรภัยรอบคัน, ระบบ Active Safety อาทิ ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติ, ESP, ABS, Adaptive Brake, Attention Assist, Blind Spot Assist, Active Parking Assist, Exit Warning, Cruise Control
ทิศทางตลาดรถยนต์ไทยปี 2568: การทรงตัวและความท้าทายจากปัจจัยภายนอก
สำหรับทิศทางตลาดรถยนต์ในปี 2568 คุณมาร์ทินคาดการณ์ว่ามีโอกาสที่จะ ทรงตัว เนื่องจากยังไม่เห็นสัญญาณกระตุ้นที่ชัดเจน ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์การเติบโตเพียง 2-3% ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง
ในภาพรวม ปี 2568 จะเป็นอีกปีแห่งการปรับตัวและการสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต
หากท่านกำลังมองหารถยนต์พรีเมียมที่มอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ ควบคู่ไปกับการบริการที่เป็นเลิศ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เชิญสัมผัสกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ที่ผู้จำหน่ายใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ และก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์พรีเมียมที่ยั่งยืนไปด้วยกัน