
Audi A8 L Security: สุดยอดนวัตกรรมยานยนต์หุ้มเกราะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ในโลกที่ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะ การแสวงหาความปลอดภัยในระดับสูงสุดกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดสำหรับบุคคลสำคัญและผู้ที่ต้องการการคุ้มครองเป็นพิเศษ ยานยนต์หุ้มเกราะจึงไม่ใช่เพียงแค่พาหนะ แต่เป็นเสมือนป้อมปราการเคลื่อนที่ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับวิศวกรรมความปลอดภัยขั้นสูง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หุ้มเกราะมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ ผมขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกอันน่าทึ่งของ Audi A8 L Security สุดยอดผลงานจาก Audi ที่ผสานสมรรถนะ ความหรูหรา และการป้องกันในระดับที่เหนือชั้น
นิยามใหม่ของยานยนต์หุ้มเกราะ: Audi A8 L Security
Audi A8 L Security ไม่ใช่เพียงรถยนต์ที่ถูกเสริมเกราะเข้าไป แต่เป็นการรังสรรค์ยานยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการป้องกันอย่างแท้จริง โดยมีหัวใจหลักคือการนำเสนอ Audi A8 L Security ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก A8 L รุ่นฐานล้อยาว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่เผชิญกับความเสี่ยงสูง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถัง ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักรวมของรถอยู่ที่ประมาณ 3,950 – 4,215 กิโลกรัม แต่สิ่งที่ไม่ลดลงเลยคือสมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยมที่ยังคงได้รับการถ่ายทอดมาจาก Audi S8 ด้วยขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 563 แรงม้า กระบวนการผลิต Audi A8 L Security แต่ละคันนั้นมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 400 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกรายละเอียดได้รับการใส่ใจและได้มาตรฐานสูงสุด
รูปลักษณ์ภายนอกที่เหนือชั้น: ความสง่างามที่มาพร้อมการปกป้อง
เมื่อมองเผินๆ Audi A8 L Security อาจดูไม่แตกต่างจาก Audi A8 L รุ่นมาตรฐานมากนัก แต่ภายใต้รูปลักษณ์อันหรูหราสง่างามนั้น ซ่อนเร้นเทคโนโลยีการป้องกันที่ล้ำสมัย การเสริมเกราะที่ตัวถังของ Audi A8 L Security ได้รับการรับรองมาตรฐานการกันกระสุนระดับ VR9 ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดที่สามารถป้องกันกระสุนจากอาวุธสงครามได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นกระสุนเจาะเกราะจากปืนไรเฟิล หรือแม้กระทั่งการโจมตีด้วยอาวุธหนักอื่นๆ กระจกรอบคันได้รับการอัปเกรดให้ผ่านมาตรฐานระดับ 10 ซึ่งสามารถทนทานต่อแรงกระแทกและการเจาะทะลุจากอาวุธที่รุนแรงกว่ากระจกทั่วไป การป้องกันนี้ครอบคลุมไปถึงการป้องกันอันตรายจากสะเก็ดระเบิดมือ การยิงด้วยปืนกล รวมถึงการโจมตีด้วยเพลิง
เพื่อตอบสนองต่อการขับขี่ที่อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน Audi A8 L Security จึงมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่ผลิตด้วยวัสดุ forged ซึ่งมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และที่สำคัญคือการใช้ยางแบบ Run-flat ยางประเภทนี้จะช่วยให้รถยังคงสามารถขับขี่ต่อไปได้อีกเป็นระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่ายางจะแบนหรือเสียหายจากการถูกยิง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์คับขัน
ภายในห้องโดยสาร: ป้อมปราการแห่งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
ความปลอดภัยของผู้โดยสารคือหัวใจสำคัญของ Audi A8 L Security นอกเหนือจากการป้องกันการโจมตีจากภายนอกแล้ว ภายในห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้ ระบบตัดอากาศพิษจากภายนอกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปล่อยอากาศบริสุทธิ์ที่สามารถหายใจได้ในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ผู้โดยสารมีเวลาเพียงพอในการหาทางหลบหนีในกรณีฉุกเฉิน
ในสถานการณ์ที่ประตูอาจถูกปิดกั้น ระบบพิเศษถูกติดตั้งไว้เพื่อทำลายกลอนประตูให้หลุดออกจากตัวถัง ทำให้ผู้โดยสารสามารถออกจากรถได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ระบบดับเพลิงภายในห้องโดยสารยังได้รับการติดตั้งมาพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และเพื่อการสื่อสารกับโลกภายนอกในสถานการณ์ที่จำเป็น Audi A8 L Security ยังมีกล่องหุ้มเกราะพิเศษที่ใช้เชื่อมต่อกับระบบ intercom พร้อมแบตเตอรี่สำรอง ทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
ขุมพลังที่ทรงพลัง: สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกสถานการณ์
หัวใจของ Audi A8 L Security คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบคู่ ที่ยกมาจาก Audi S8 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ให้พละกำลังสูงและตอบสนองฉับไว กำลังสูงสุด 563 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำให้รถยนต์คันนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.3 วินาที แม้จะมีน้ำหนักตัวที่มากก็ตาม ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมกับยานยนต์ประเภทนี้
เพื่อเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของถังน้ำมัน ถังเชื้อเพลิงของ Audi A8 L Security ผลิตจากวัสดุพิเศษที่มีคุณสมบัติในการอุดรอยรั่วได้เองในกรณีที่ถูกยิง นอกจากนี้ ยังมีการเสริมความแข็งแกร่งด้วยการติดตั้ง nozzles พิเศษบริเวณใต้ท้องรถ จุดยึดล้อ และใต้ฝากระโปรงหน้า เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตี
Audi A8 L Security: ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งความปลอดภัย
Audi A8 L Security ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม และพร้อมวางจำหน่ายในตลาดสำคัญอย่างรัสเซีย โดยมีราคาประมาณ 750,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 23,925,000 บาท) ราคาดังกล่าวนี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาสำหรับผู้ที่สนใจในประเทศไทย และระยะเวลาในการส่งมอบรถยนต์หลังจากการสั่งซื้อจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด
Audi A8: วิวัฒนาการแห่งความหรูหราและนวัตกรรม
นอกเหนือจากรุ่น Security แล้ว Audi ยังได้ยกระดับความหรูหราและนวัตกรรมในรถยนต์ Flagship Sedan ของตนเองอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว All NEW Audi A8 ที่งาน Audi Summit ณ กรุงบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2017 นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศศักยภาพของ Audi ในการแข่งขันกับคู่แข่งระดับพรีเมียมอย่าง Mercedes-Benz S-Class, BMW 7-Series และ Lexus LS ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะที่ล้ำสมัย
Audi A8 โฉมใหม่ได้รับการวางตำแหน่งเป็นรถยนต์ Flagship Sedan ที่กำหนดทิศทางแห่งอนาคตของยานยนต์ระดับหรู และเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการออกแบบใหม่ล่าสุดที่จะปรากฏในรถยนต์ Audi รุ่นต่อๆ ไป
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่สะท้อนตัวตน
เอกลักษณ์การออกแบบของ Audi A8 โฉมใหม่ สะดุดตาด้วยใบหน้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เน้นมิติความกว้างด้วยกระจังหน้า Singleframe ที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมการเคลือบกรอบกระจังหน้าโครเมียมที่ไล่ระดับความหนาได้อย่างลงตัว เส้นสายตัวถังถูกลดทอนความซับซ้อนลง ด้วยการใช้เส้นนำสายตาที่ลากยาวจากขอบฝากระโปรงหน้าจรดด้านท้าย รวมถึงการเสริมลวดลาย “กล้าม” เล็กๆ เหนือซุ้มล้อหน้าและล้อหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการศึกษาผลตอบรับในรถต้นแบบ Audi Prologue Concept
มิติตัวถังของ Audi A8 Standard มีความยาว 5,172 มิลลิเมตร กว้าง 1,945 มิลลิเมตร และสูง 1,473 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,998 มิลลิเมตร ส่วนรุ่น Audi A8 L ที่มีฐานล้อยาวขึ้น จะมีความยาว 5,302 มิลลิเมตร กว้าง 1,945 มิลลิเมตร และสูง 1,485 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,128 มิลลิเมตร
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี
จุดเด่นของ Audi คือการผสานรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต โครงสร้างน้ำหนักเบา และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การออกแบบสัดส่วนตัวรถจึงเน้นความสมดุล และการเสริมเส้นสายที่โป่งบริเวณซุ้มล้อ เพื่อสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานด้านการขับเคลื่อนสี่ล้อของแบรนด์
ระบบไฟหน้ามาพร้อมเทคโนโลยี HD Matrix LED พร้อมด้วยลำแสงเลเซอร์ที่ให้ความสว่างและความแม่นยำในการส่องสว่างที่เหนือกว่า ขณะที่แถบไฟท้ายด้านหลังติดตั้งเทคโนโลยี OLED ที่สร้างมุมมองไฟท้ายที่ดูคล้ายอนิเมชั่นอันเป็นเอกลักษณ์
โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา Audi Space Frame คืออีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญ ที่ผสมผสานวัสดุถึง 4 ชนิดเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย อลูมิเนียม, เหล็ก, แม็กนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ เทคนิคการเชื่อมตัวถังต่างวัสดุที่ซับซ้อนถึง 14 รูปแบบ ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเฉียบคมในการขับขี่ ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และยังเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้แก่โครงสร้าง
จุดขายที่สำคัญอีกประการของ Audi A8 คือการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกเหมือน “เลาจ์” สุดหรู การจัดวางอุปกรณ์และวัสดุตกแต่งให้ดูมีคุณค่า และการสร้างพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง Audi เน้นย้ำถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่รูระบายอากาศบนเบาะนั่ง ไปจนถึงการออกแบบแผงช่องแอร์ที่สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า
นวัตกรรมแห่งยุคดิจิทัล: ประสบการณ์ผู้ขับขี่ที่เหนือระดับ
แผงคอนโซลหน้าของ All NEW Audi A8 ถูกออกแบบให้ดูเรียบหรู สะอาดตา แต่แฝงไว้ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย อาทิ Audi Virtual Cockpit หน้าจอสี TFT ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ตรงกลางสำหรับระบบ Infotainment และการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ
หน้าจอสัมผัสบริเวณคอนโซลกลางแบ่งเป็นสองส่วน คือหน้าจอบนสำหรับระบบ Infotainment ทั่วไป และหน้าจอล่างสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศ ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกต่างๆ และยังรองรับการป้อนข้อมูลด้วยการเขียนลายมือได้อีกด้วย ระบบรองรับการสั่งการด้วยการลากนิ้วมือ และการออกคำสั่งด้วยเสียง
สำหรับ Audi A8 L ผู้โดยสารตอนหลังจะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยที่พักเท้าที่สามารถให้ความอบอุ่นและระบบนวดอัตโนมัติ ผู้โดยสารสามารถควบคุมการตั้งค่าไฟภายในห้องโดยสารได้ รวมถึงไฟอ่านหนังสือแบบ HD Matrix LED ที่ส่องสว่างได้อย่างแม่นยำ
อากาศภายในห้องโดยสารได้รับการดูแลให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยระบบฟอกอากาศ ที่ปล่อยไอออนเพื่อประจุอนุภาคฝุ่นหรือสารแขวนลอย ทำให้พวกมันตกลงสู่พื้นรถ ลดความเสี่ยงในการสูดดมฝุ่นหรือควันพิษ นอกจากนี้ ระบบยังสามารถปล่อยน้ำหอมได้ถึง 2 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นลมทะเล และกลิ่นอากาศบนภูเขา พร้อมปรับระดับความหอมได้ถึง 4 ระดับ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ: ก้าวสู่อนาคตของการขับขี่
Audi AI คือระบบช่วยเหลือการขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่ล้ำสมัย รองรับการขับขี่อัตโนมัติในสภาวะการจราจรที่ติดขัด โดยทำงานได้ที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งบนทางด่วนและถนนทั่วไป ระบบนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ขับขี่ในการออกตัว เร่งความเร็ว เบรก และควบคุมพวงมาลัย โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องจับพวงมาลัยตลอดเวลา
ระบบช่วยเข้าจอดรถอัตโนมัติ (Audi AI Parking Pilot) ยังเพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับ โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ในรถขณะทำการจอด ระบบ AI จะทำการจอดรถให้อัตโนมัติ โดยสามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน myAudi ได้
ช่วงล่างปฏิวัติวงการ: Audi AI Active Suspension
นวัตกรรมช่วงล่าง Audi AI Active Suspension คืออีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญ ช่วงล่างนี้สามารถปรับตัวได้ทุกสภาวะ เพื่อสร้างความมั่นคงและความสบายสูงสุดขณะขับขี่ ระบบช่วงล่างของแต่ละล้อสามารถปรับการทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการยกตัวหรือยุบตัว เพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและตอบสนองต่อสไตล์การขับขี่ของผู้ใช้งานได้อย่างไร้ข้อแม้
ในกรณีที่ระบบตรวจจับว่ามีรถยนต์กำลังจะวิ่งเข้ามาปะทะด้านข้าง Audi A8 โฉมใหม่จะสามารถยกตัวขึ้นได้ในฝั่งที่กำลังจะถูกชน เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้โดยสารจากแรงปะทะ
โครงสร้างตัวถัง Audi Space Frame: ความแข็งแกร่งจากวัสดุผสมผสาน
โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ ASF (Aluminum Space Frame) คือการผสานวัสดุ 4 ชนิดเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ อลูมิเนียม, เหล็ก, แม็กนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) เพื่อให้ได้โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา รองรับการบิดตัวได้สูง และมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ
ขุมพลังที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
Audi ได้ติดตั้งระบบ Mild Hybrid ในเครื่องยนต์ทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น e-tron ที่เป็น Plug-in Hybrid) โดยมีส่วนประกอบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) 48V ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้ถึง 0.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร
เครื่องยนต์ดีเซล:
A8 3.0 TDI: เครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมระบบยกวาล์ว AVS ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร
A8 4.0 TDI: เครื่องยนต์ดีเซล V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พร้อมระบบยกวาล์ว AVS และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า
เครื่องยนต์เบนซิน:
A8 3.0 TFSI: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ พร้อมระบบยกวาล์ว AVS ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร
A8 4.0 TFSI: เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ พร้อมระบบยกวาล์ว AVS และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) ให้กำลังสูงสุด 460 แรงม้า
A8 W12 6.0: เครื่องยนต์ Top of the line ที่มาพร้อมภายหลัง คือเครื่องยนต์เบนซิน W12 สูบ ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร พร้อมระบบ Active Noise Cancellation (ANC)
A8 e-tron Quattro (Plug-in Hybrid): การผสมผสานพลังไฟฟ้าและเครื่องยนต์
รุ่น A8 e-tron Quattro เป็นทางเลือกแบบ Plug-in Hybrid ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 TFSI พร้อมระบบ ANC ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 449 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและสภาพอากาศ) รองรับการชาร์จแบบ Plug-in Hybrid และยังมีระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) ที่ให้กำลังสูงถึง 3.6 kW
รุ่นนี้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ
ระบบไฟหน้าแบบ HD Matrix LED และ Laser Spot
ไฟท้ายแบบ Matrix OLED Technology
ไฟภายในห้องโดยสารแบบ Matrix LED
หน้าจอควบคุมกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 10.1 นิ้ว
คอนโซลกลางควบคุมแบบระบบสัมผัส
ชุดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit
เบาะนั่งพร้อมระบบนวด, ระบบระบายอากาศ และระบบทำความร้อน
เบาะนั่งปรับเป็นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Footrest) พร้อมระบบนวด
ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light
ระบบ Active Noise Cancellation
ระบบเสียง Bang & Olufsen Advanced Sound System
ระบบชาร์จไร้สาย Wireless Charging
หน้าจอควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบ Tablet
หลังคากระจก Panoramic Sunroof
ช่วงล่างแบบ Five-link Suspension
ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Dynamic all-wheel Steering
ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ (Audi AI Parking Pilot)
ระบบกล้องรอบทิศทาง 360 degree camera
ระบบเซนเซอร์รอบคัน (เลเซอร์, คลื่น Ultra Sonic และเรดาร์)
ระบบ Pre Sense Side ที่สามารถปรับช่วงล่างเพื่อปกป้องการชนด้านข้างได้ถึง 80 มิลลิเมตร
บทสรุปของความยอดเยี่ยม
All NEW Audi A8 ผลิตขึ้นที่โรงงาน Neckarsulm ประเทศเยอรมนี และได้เปิดตัวในตลาดเยอรมนีในช่วงปลายปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 90,600 ยูโร (ประมาณ 3,540,000 บาท ไม่รวมภาษีไทย) สำหรับรุ่น A8 มาตรฐาน และ 94,100 ยูโร (ประมาณ 3,680,000 บาท ไม่รวมภาษีไทย) สำหรับรุ่น A8 L
Audi A8 L Security คือที่สุดแห่งยานยนต์หุ้มเกราะที่มอบความปลอดภัยขั้นสูงสุด ผสานกับความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เหนือกว่าใคร หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่จะปกป้องคุณและคนที่คุณรักอย่างดีที่สุด และพร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ Audi A8 L Security คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เราขอเชิญชวนท่านที่สนใจ เข้ารับคำปรึกษาและสัมผัส Audi A8 L Security ตัวจริง เพื่อค้นหาโซลูชันด้านความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ.