
Audi A8 L Security: นิยามใหม่แห่งความปลอดภัยระดับสุดยอดและการเดินทางที่เหนือชั้น
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หรูและความพยายามในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอยู่เสมอ แต่สำหรับ “Audi A8 L Security” คันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Audi ในการมอบการปกป้องที่เหนือชั้นสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุดในทุกสถานการณ์
เมื่อกล่าวถึง “รถยนต์หุ้มเกราะ” หลายคนอาจนึกถึงภาพลักษณ์ของยานพาหนะที่เทอะทะ น้ำหนักมาก และขาดซึ่งความสง่างาม แต่ Audi A8 L Security คันนี้ ได้พลิกแนวคิดดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง ด้วยการผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและวัสดุที่ล้ำสมัยเข้ากับรูปลักษณ์อันหรูหราสง่างามของ Audi A8 L มาตรฐาน เกิดเป็นสุดยอดยานยนต์ที่เปรียบเสมือนปราการเคลื่อนที่ ที่ไม่เพียงแต่ให้ความปลอดภัยสูงสุด แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายในระดับเฟิร์สคลาส
แก่นแท้ของความปลอดภัย: เกราะที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้
สิ่งที่ทำให้ Audi A8 L Security แตกต่างจาก Audi A8 L รุ่นปกติอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือโครงสร้างที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งเพื่อรองรับมาตรฐานการป้องกันในระดับสูงสุด โดยเฉพาะมาตรฐาน VR9 สำหรับการป้องกันขีปนาวุธ และมาตรฐานระดับ 10 สำหรับกระจก ซึ่งหมายความว่ารถยนต์คันนี้สามารถทนทานต่อการโจมตีด้วยอาวุธหนักนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกระสุนปืนไรเฟิลระยะไกล กระสุนปืนกล หรือแม้กระทั่งแรงระเบิดจากระเบิดมือ
เพื่อให้ได้มาซึ่งการปกป้องที่เหนือชั้นนี้ วิศวกรของ Audi ได้ทุ่มเทกว่า 400 ชั่วโมงในการผลิตและปรับแต่งแต่ละคัน โดยมีการเสริมวัสดุพิเศษและเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ทำให้ Audi A8 L Security มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากรุ่นมาตรฐาน อยู่ที่ระหว่าง 3,950 ถึง 4,215 กิโลกรัม แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือสมรรถนะการขับขี่ยังคงน่าเชื่อถือ ด้วยขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ที่ยกมาจาก Audi S8 ให้กำลังสูงสุดถึง 563 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร สามารถให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 6.3 วินาที ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากเมื่อพิจารณาจากน้ำหนักมหาศาลที่ต้องแบกรับ
นวัตกรรมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด: เกินกว่าการป้องกันทางกายภาพ
นอกเหนือจากการเสริมเกราะที่ตัวถังและกระจกแล้ว Audi A8 L Security ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกแง่มุม
ระบบอากาศบริสุทธิ์: ห้องโดยสารได้รับการติดตั้งระบบกรองอากาศคุณภาพสูง ที่สามารถตัดอากาศพิษจากภายนอกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบบสำรองอากาศที่สามารถปล่อยอากาศบริสุทธิ์ให้ผู้โดยสารได้เป็นระยะเวลาหนึ่งในกรณีที่จำเป็นต้องหลบหนี
การป้องกันจากการถูกปิดล้อม: ในกรณีที่ประตูไม่สามารถเปิดได้ ระบบพิเศษจะทำงานเพื่อปลดล็อคกลอนประตู ทำให้สามารถออกจากตัวรถได้
ระบบดับเพลิง: ระบบดับเพลิงภายในห้องโดยสาร พร้อมติดตั้งกล่องหุ้มเกราะพิเศษที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อระบบสื่อสารภายนอก (Intercom) ซึ่งมีแบตเตอรี่เสริม ทำให้สามารถติดต่อโลกภายนอกได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
ยาง Run-flat: ล้อขนาด 20 นิ้วที่ผลิตด้วยวัสดุ Forged มาพร้อมยาง Run-flat ที่สามารถวิ่งต่อไปได้อีกกว่า 80 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่ายางจะแบนราบก็ตาม
ขุมพลังที่น่าเชื่อถือ: ประสิทธิภาพภายใต้เกราะเหล็ก
แม้จะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่ Audi A8 L Security ไม่ได้ละทิ้งสมรรถนะการขับขี่ไปเสียทีเดียว ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้พละกำลัง 563 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร สามารถพา Audi A8 L Security พุ่งทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและเพื่อรองรับน้ำหนักของเกราะที่เพิ่มขึ้น
ถังเชื้อเพลิงยังได้รับการออกแบบเป็นพิเศษด้วยวัสดุที่สามารถสมานรอยรั่วได้เองเมื่อถูกยิง และมีการเสริมความแข็งแรงด้วยหัวฉีดพิเศษบริเวณใต้ท้องรถ จุดยึดล้อ และใต้ฝากระโปรงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงในการรั่วไหลของเชื้อเพลิง
Audi A8: นิยามใหม่ของยนตรกรรมซีดานหรูแห่งอนาคต
นอกเหนือจากรุ่น Security แล้ว Audi A8 รุ่นมาตรฐาน ยังคงเป็นตัวแทนของความล้ำสมัยและนวัตกรรมในตลาดรถยนต์ซีดานระดับหรู โดย Audi ได้เปิดตัว All NEW Audi A8 ที่งาน Audi Summit ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2017 โดยประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการท้าชนกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Mercedes-Benz S-Class, BMW 7-Series และ Lexus LS ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันชาญฉลาด
Audi A8 ถูกวางตำแหน่งให้เป็น Flagship Sedan ที่ไม่เพียงแต่จะกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ในอนาคต แต่ยังเป็นสัญญาณแรกของการก้าวเข้าสู่ยุคการออกแบบใหม่ล่าสุดของ Audi
ดีไซน์ที่สะท้อนความสง่างามและความล้ำสมัย
เอกลักษณ์ของการออกแบบ Audi A8 โฉมใหม่ อยู่ที่การผสมผสานความหรูหราเข้ากับเส้นสายที่เฉียบคมและสปอร์ต กระจังหน้า Singleframe ถูกออกแบบใหม่ให้ดูมีมิติและความกว้างมากขึ้น ด้วยกรอบโครเมียมที่ไล่ระดับความหนาบางลง เส้นสายตัวถังถูกลดทอนความซับซ้อนลง เน้นความลื่นไหลตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าจรดด้านท้าย เสริมด้วยลวดลายกล้ามเนื้อเล็กๆ เหนือซุ้มล้อหน้าและหลัง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการศึกษาผลตอบรับจากรถต้นแบบ Audi Prologue Concept
มิติตัวถัง:
Audi A8: ยาว 5,172 x กว้าง 1,945 x สูง 1,473 มิลลิเมตร, ระยะฐานล้อ 2,998 มิลลิเมตร
Audi A8 L: ยาว 5,302 x กว้าง 1,945 x สูง 1,485 มิลลิเมตร, ระยะฐานล้อ 3,128 มิลลิเมตร
ภายในห้องโดยสาร: เลานจ์ลอยฟ้าที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี
จุดเด่นสำคัญของ Audi A8 คือการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกราวกับเลานจ์สุดหรู เน้นความกว้างขวาง การจัดวางอุปกรณ์ที่ดูมีค่า และการใช้วัสดุคุณภาพสูง Audi ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่รูระบายอากาศบนเบาะนั่ง ไปจนถึงการออกแบบแผงช่องแอร์ที่เปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า
Audi Virtual Cockpit: แผงหน้าปัดดิจิทัลที่แสดงข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วนด้วยหน้าจอสี TFT
หน้าจอสัมผัสคู่: หน้าจอบนสำหรับระบบ Infotainment และหน้าจอล่างสำหรับควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบอำนวยความสะดวก และรองรับการเขียนข้อความด้วยการวาดนิ้วมือ หรือสั่งการด้วยเสียง
ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ: ระบบฟอกอากาศที่ปล่อยไอออนเพื่อจับอนุภาคฝุ่นละออง และระบบปล่อยกลิ่นหอมได้ถึง 2 กลิ่น พร้อมปรับระดับความหอมได้ 4 ระดับ สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
พิเศษสำหรับ A8 L: มาพร้อมที่พักเท้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่สามารถให้ความอบอุ่นและระบบนวดอัตโนมัติ ผู้โดยสารตอนหลังสามารถควบคุมระบบแสงสว่างภายในห้องโดยสาร และมีไฟอ่านหนังสือแบบ HD Matrix LED
เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติและความปลอดภัยขั้นสูง
Audi A8 ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถยนต์ซีดานทั่วไป ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่กึ่งอัตโนมัติ “Audi AI” ที่สามารถทำงานภายใต้การจราจรที่ติดขัดได้ถึงความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่การออกตัว การเร่ง การเบรก ไปจนถึงการควบคุมพวงมาลัย โดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องกังวล
ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ: ผู้ขับขี่สามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน myAudi ให้รถเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องนั่งอยู่ภายในรถ
ระบบช่วงล่าง Audi AI Active Suspension: ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับตัวได้ตามสภาพถนนและสภาวะการขับขี่ได้อย่างอิสระในแต่ละล้อ เพื่อมอบความสบายสูงสุด หรือปรับไปสู่โหมดสปอร์ตได้อย่างไร้ข้อจำกัด
ระบบป้องกันการชนด้านข้าง: หากระบบตรวจจับว่ามีรถกำลังจะพุ่งเข้ามาชนด้านข้าง ช่วงล่างของรถยนต์ฝั่งที่ถูกชนจะถูกยกตัวขึ้นเพื่อลดแรงปะทะและเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร
โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา: พื้นฐานแห่งสมรรถนะที่เหนือกว่า
Audi A8 สร้างขึ้นบนโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ “Audi Space Frame” (ASF) ซึ่งเป็นการผสมผสานวัสดุถึง 4 ชนิด ได้แก่ อลูมิเนียม, เหล็ก, แม็กนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรงสูง มีความยืดหยุ่น และช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคการเชื่อมต่อวัสดุต่างชนิดกันถึง 14 เทคนิคถูกนำมาใช้ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบสูงสุด
ขุมพลังหลากหลายให้เลือกสรร: ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
Audi A8 มาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยทุกรุ่นเครื่องยนต์ (ยกเว้น e-tron ที่เป็น Plug-in Hybrid) จะมาพร้อมกับระบบ Mild Hybrid 48V ซึ่งติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ (BAS) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
เครื่องยนต์ดีเซล:
A8 3.0 TDI: V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร, 286 แรงม้า, 600 นิวตันเมตร
A8 4.0 TDI: V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร, 435 แรงม้า, พร้อมระบบ Active Noise Cancellation (ANC)
เครื่องยนต์เบนซิน:
A8 3.0 TFSI: V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร, 340 แรงม้า, 500 นิวตันเมตร
A8 4.0 TFSI: V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร, 460 แรงม้า, พร้อมระบบ Active Noise Cancellation (ANC)
A8 W12 6.0: เครื่องยนต์ W12 สูบ 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่, 585 แรงม้า, 800 นิวตันเมตร, พร้อมระบบ Active Noise Cancellation (ANC) (รุ่นท็อป)
A8 e-tron Quattro (Plug-in Hybrid): การผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 TFSI เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 449 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกล 50 กิโลเมตร รองรับการชาร์จแบบ Plug-in Hybrid และ Wireless Charging กำลังสูง 3.6 kW อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
เทคโนโลยีเสริมความเหนือระดับ
Audi A8 ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบาย อาทิ
ระบบไฟหน้า HD Matrix LED และ Laser Spot
ไฟท้าย Matrix OLED Technology
ไฟภายในห้องโดยสาร Matrix LED
หน้าจอสัมผัส 10.1 นิ้ว และ Controller ระบบสัมผัส
ระบบมาตรวัด Virtual Cockpit
เบาะนั่งพร้อมระบบนวด, เบาะปรับเอนเหมือนที่วางขา, เบาะปรับอุณหภูมิ
ระบบ Active Noise Cancellation
ระบบเสียง Bang & Olufsen Advanced Sound System
ระบบชาร์จไร้สาย Wireless Charging
หน้าจอควบคุมสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบ Tablet
หลังคากระจก Panoramic Sunroof
ช่วงล่าง Five-link Suspension
ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Dynamic all-wheel Steering
ระบบกล้องรอบทิศทาง 360 องศา
เซ็นเซอร์รอบคัน (เลเซอร์, คลื่น Ultra Sonic, เรดาร์)
ระบบ Pre Sense Side ที่ช่วยป้องกันการชนด้านข้าง
การผลิตและความพร้อมในการจำหน่าย
All NEW Audi A8 ผลิตที่โรงงาน Neckarsulm ประเทศเยอรมนี โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในตลาดเยอรมนีช่วงปลายปี 2017 ด้วยราคาเริ่มต้น 90,600 ยูโร สำหรับรุ่น A8 มาตรฐาน และ 94,100 ยูโร สำหรับรุ่น A8 L (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย)
สำหรับ Audi A8 L Security นั้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 750,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 23,925,000 บาท ไม่รวมภาษีนำเข้า) และใช้เวลาในการผลิตราว 3-6 เดือนหลังการสั่งซื้อ
สรุป
Audi A8 L Security และ Audi A8 รุ่นมาตรฐาน คือบทพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ของ Audi ในการผสานเทคโนโลยี ความปลอดภัย สมรรถนะ และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับผู้ที่ต้องการการปกป้องที่เหนือชั้น Audi A8 L Security คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่ Audi A8 รุ่นมาตรฐาน ก็ยังคงเป็นยนตรกรรมซีดานหรูที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมและตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่มอบความอุ่นใจ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ เราขอเชิญคุณมาสัมผัส Audi A8 L Security และ Audi A8 รุ่นล่าสุดด้วยตัวคุณเองได้ที่ผู้จำหน่าย Audi อย่างเป็นทางการ เพื่อค้นพบกับนิยามใหม่ของความปลอดภัยและการเดินทางอันเป็นนิรันดร์