
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมซีดานหรูระดับเรือธง สะท้อนอัตลักษณ์ญี่ปุ่นสุดประณีต
ในโลกแห่งยานยนต์หรูหรา การบรรลุถึงจุดสูงสุดของความสมบูรณ์แบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่า Lexus LS รุ่นล่าสุด ได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะซีดานตัวธงที่เหนือกว่าทุกคำนิยาม ด้วยการหลอมรวมดีไซน์ที่พริ้วไหว โฉบเฉี่ยว แฝงกลิ่นอายสปอร์ตทันสมัย ไว้ภายใต้ตัวถังขนาดใหญ่ สง่างาม อันเป็นผลผลิตจากปรัชญาการออกแบบที่ผสานศิลปะและวัฒนธรรมอันลุ่มลึกของแดนอาทิตย์อุทัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสและประเมินยนตรกรรมชั้นนำมากมาย แต่ Lexus LS นี้ มีบางสิ่งที่สามารถสะกดทุกสายตาและกระตุ้นทุกสัมผัสได้อย่างแท้จริง มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ และเป็นเครื่องยืนยันถึงรสนิยมอันไร้ที่ติของผู้ครอบครอง
การออกแบบภายนอก: “Sensual Aggressive” อันเป็นเอกลักษณ์
แก่นแท้ของ Lexus LS อยู่ที่แนวคิดการออกแบบ “Sensual Aggressive” อันเร้าใจ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การสร้างรูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่เป็นการถ่ายทอดบุคลิกที่ทรงพลังและน่าดึงดูด ตัวรถถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหว ราวกับกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะจอดนิ่ง จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของซีดานหรูที่พร้อมจะปลดปล่อยพละกำลังในทุกอณู
ชุดไฟหน้า LED ที่ได้รับการพัฒนาให้กระจายแสงได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่ให้ทัศนวิสัยที่ดีในยามค่ำคืน แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด ไฟเลี้ยวแบบ LED จำนวน 16 ดวง ที่ไล่ระดับความสว่างทีละดวงจากมุมในสุดจรดมุมนอกของตัวรถ คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่แสดงถึงความพิถีพิถันอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus LS ยิ่งไปกว่านั้น ชุดโคมไฟท้าย LED ที่สอดรับกับดีไซน์ของฝากระโปรงหลัง ยิ่งเพิ่มมิติและความสง่างามให้กับส่วนท้ายของรถ
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งความหรูหราและความสบายเหนือระดับ
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Lexus LS คือการก้าวเข้าสู่อีกมิติหนึ่งที่ซึ่งความหรูหราผสานเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า คำว่า “Comfort” และ “Luxury” ไม่ได้เป็นเพียงคำจำกัดความ แต่เป็นแก่นแท้ของการออกแบบภายในห้องโดยสารแห่งนี้ การตกแต่งที่ประณีตพิถีพิถันทุกอณู สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่นที่ยึดมั่นในหลักการ “Takumi” หรือ “Master Craftsman”
เบาะนั่งตอนหลังคือหัวใจสำคัญที่มอบประสบการณ์ราวกับห้องรับแขกส่วนตัว เบาะไฟฟ้าสามารถปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมพนักวางขาไฟฟ้าที่ช่วยรองรับช่วงขาได้อย่างเต็มที่ ระบบถุงลมภายในเบาะสามารถปรับองศาได้หลากหลาย เพื่อให้สรีระทุกส่วนได้รับการรองรับอย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เบาะหลังด้านซ้าย สามารถปรับพื้นที่วางขาได้สูงสุดถึง 1,020 มิลลิเมตร ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหนือคำบรรยาย
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความบันเทิง ระบบความบันเทิงสำหรับเบาะหลังมาพร้อมจอภาพขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ ที่สามารถปรับตำแหน่งอัตโนมัติให้สอดคล้องกับมุมมองของผู้โดยสาร พร้อมด้วยเครื่องเล่น Blu-ray, ช่องใส่ SD card และสายต่อ HDMI ที่รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Miracast หรือ DLNA ก็เป็นเรื่องง่ายดาย
แต่สิ่งที่ทำให้ Lexus LS แตกต่างอย่างแท้จริงคือระบบนวดผ่อนคลาย พร้อมฟังก์ชันกดจุดแบบร้อนสำหรับเบาะนั่งด้านหลังซ้ายและขวา ถุงลมที่ติดตั้งภายในจะทำงานเพื่อคลายความเมื่อยล้าบริเวณแผ่นหลังและต้นขา ควบคู่ไปกับการให้ความร้อนเพื่อเพิ่มความสบายขั้นสูงสุด ผู้โดยสารสามารถเลือกโปรแกรมการนวดที่หลากหลาย ตั้งแต่การผ่อนคลายทั่วร่าง (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) ไปจนถึงการผ่อนคลายเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก) รวม 7 โปรแกรม ครบครันทุกความต้องการ
การควบคุมระบบต่างๆ ภายในห้องโดยสารเป็นไปอย่างง่ายดายด้วยแผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่จัดวางอย่างลงตัวบริเวณที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง คุณสามารถควบคุมระบบเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับเบาะ, ฟังก์ชันผ่อนคลาย, ม่านกันแดด และไฟต่างๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับระบบเสียง Lexus LS ติดตั้งระบบเสียง Mark Levinson QLI อันเลื่องชื่อ ซึ่งมาพร้อมระบบเสียงสามมิติ 16 ช่องทาง และลำโพง 23 ตำแหน่ง เทคโนโลยี Quantum Logic Immersion (QLI) ช่วยเติมเต็มห้องโดยสารด้วยเสียงคุณภาพคมชัด โอบล้อมผู้ฟังด้วยมิติเสียงที่สมจริง เป็นธรรมชาติ พร้อมตำแหน่งของเสียงที่แม่นยำ
แม้แต่เบาะนั่งตอนหน้าก็ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด เบาะไฟฟ้าปรับ 28 ทิศทาง รองรับสรีระได้อย่างพอดี เบาะรองไหล่ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ และเบาะรองรับสะโพกพร้อมที่ดันหลังที่ปรับได้ รวมถึงเบาะรองรับด้านข้างที่ช่วยกระชับลำตัวในช่วงเข้าโค้งอย่างมั่นคง
ระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะของ Lexus LS สามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารแต่ละคน และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งยังตรวจจับแสงอาทิตย์ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อรักษาความสบายภายในห้องโดยสารอย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีเพื่อการเข้า-ออกที่สะดวกสบาย
Lexus LS ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกรถอย่างเหนือชั้น ระบบถุงลมช่วงล่างควบคุมด้วยไฟฟ้าสามารถยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลง ทำให้การเข้า-ออกเป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายดายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติยังช่วยเสริมประสบการณ์นี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เมื่อผู้ขับขี่ออกจากรถ ระบบจะยกตัวเบาะขึ้นเล็กน้อย และเมื่อขึ้นรถ เบาะจะเลื่อนกลับมาสู่ตำแหน่งเดิม เสริมด้วยเบาะเสริมด้านข้างที่เปิดออกเล็กน้อยเพื่อลดการกดทับบริเวณต้นขาขณะขึ้น-ลงรถ
ขุมพลังและความเป็นเลิศด้านสมรรถนะ
Lexus LS นำเสนอทางเลือกของขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน:
LS 350 Luxury: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที
LS 500 Executive: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ (รหัส V35A-FTS) ที่ทรงพลัง ให้กำลังสูงสุด 421 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 61.2 กก.-ม. พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.0 วินาที
LS 500h Executive และ Executive Pleat: ยนตรกรรมไฮบริดที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ระบบส่งกำลัง Multi Stage Hybrid อันเป็นเอกลักษณ์ สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างต่อเนื่องและตอบสนองอัตราเร่งได้อย่างฉับไว มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.4 วินาที และประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม
ระบบ Multi Stage Hybrid ใน Lexus LS คือหัวใจสำคัญที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ 10 ระดับ ที่ตอบสนองคันเร่งได้อย่างฉับไว ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว เพิ่มแรงบิดและแรงขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกช่วงความเร็ว
นวัตกรรมวัสดุและประสบการณ์การขับขี่ที่ปรับแต่งได้
โครงสร้างตัวถังของ Lexus LS ใช้การผสมผสานวัสดุคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและลดน้ำหนัก เช่น เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงในส่วนสำคัญ เช่น แผงบันได โครงเสาตัวกลางและหลังคา รวมถึงอลูมิเนียมในส่วนต่างๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า-หลัง บังโคลน ประตู และระบบช่วงล่าง การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด
ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ได้แก่ Normal, Eco, Comfort, Sport S และ Sport S+ นอกจากนี้ ยังมีโหมด “Customize” ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง และระบบปรับอากาศได้ตามความต้องการส่วนบุคคล เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัย: ปกป้องทุกการเดินทาง
Lexus LS มาพร้อมระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันขั้นสูง (Advanced Safety Systems) ที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ:
Pre-Collision System (PCS): ระบบนี้จะใช้เรดาร์และกล้องหน้าเพื่อตรวจจับความเสี่ยงในการชน หากตรวจพบ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง ระบบจะสั่งการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): นอกจากรักษาระดับความเร็วแล้ว ระบบ DRCC ยังสามารถควบคุมความเร็วอัตโนมัติและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า โดยใช้เรดาร์และเซ็นเซอร์กล้อง
Lane Keeping Assist (LKA): ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่หากตรวจพบว่ารถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ (โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว) และจะช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน
Two-Stage Adaptive High Beam System (AHS): ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะนี้ จะปรับการทำงานของไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันแสงรบกวนรถคันอื่น แต่ยังคงให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมต่อผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการส่องสว่างไปยังป้ายจราจรและวัตถุข้างหน้า
Panoramic View Monitor: จอแสดงผล EMV ขนาด 12.3 นิ้ว จะแสดงภาพทัศนวิสัยรอบทิศทางของตัวรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมได้อย่างครอบคลุม
Automatic Rear Seat Reclining: ในกรณีที่ไม่มีผู้โดยสารเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองกระจกหลัง ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพได้กว้างขึ้น
สุนทรียภาพแห่งสีสันและรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์
ความโดดเด่นของ Lexus LS ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สมรรถนะและเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงความประณีตในรายละเอียดของงานสี ตัวถังรถได้รับการพ่นด้วยสีพิเศษที่มีส่วนผสมของผงอลูมิเนียม ทำให้สีมีความเงางาม มีมิติ และสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี เมื่อแสงตกกระทบ จะยิ่งขับเน้นเส้นสายอันพลิ้วไหวของตัวถัง ให้ดูมีความเคลื่อนไหวและทรงพลัง แม้ในขณะจอดนิ่ง
การออกแบบด้านข้างของ Lexus LS ถือเป็นอีกจุดเด่นที่น่าประทับใจ ด้วยความยาวกว่า 5.2 เมตร รถกลับดูเพรียว ปราดเปรียว และไม่รู้สึกเทอะทะสายตา เส้นสายที่โฉบเฉี่ยว สะท้อนถึงความหรูหราและสปอร์ตได้อย่างลงตัว
เมื่อมองไปด้านหน้า เส้นสายอันเฉียบคมของโคมไฟหน้า LED ที่มีไฟขับขี่กลางวัน (DRL) พาดผ่านตรงกลางอย่างตั้งใจ บวกกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญ สร้างบุคลิกที่น่าเกรงขามและโดดเด่น ไฟหน้าแบบ Adaptive LED ไม่เพียงให้แสงสว่างชัดเจน แต่ยังปรับการส่องสว่างอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวเข้าโค้ง การเลี้ยวในทางแยก หรือการมีรถคันอื่นอยู่รอบข้าง ทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
“Origami” และงานฝีมืออันทรงคุณค่า
สิ่งที่ทำให้ Lexus LS แตกต่างอย่างแท้จริงสำหรับแฟนๆ คือรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ภายในห้องโดยสาร บริเวณแผงประตูที่ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงจับจีบ คือผลงาน “Origami” ที่ทำด้วยมือ แสดงถึงความประณีตและศิลปะอันล้ำค่า
กระจกแต่งลายบางชิ้นใน Lexus LS ไม่ได้มาจากโรงงานผลิตกระจกทั่วไป แต่เป็นงานแฮนด์เมดจากช่างฝีมือระดับสูงในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้รถแต่ละคันมีชิ้นส่วนที่ไม่ซ้ำกันอย่างแท้จริง แม้จะดูเหมือนกันภายนอกก็ตาม
สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนและการขับขี่
สำหรับรุ่น LS 500h Executive Pleat พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสบายสูงสุดในทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารตอนหน้า ไปจนถึงผู้โดยสารตอนหลังที่มาพร้อมพื้นที่วางขาและพื้นที่ช่วงเข่าที่เหลือเฟือ เบาะหลังสามารถปรับเอนได้จนเกือบจะเหมือนนอนอยู่บนเตียง เมื่อผู้โดยสารเบาะหลังด้านซ้ายใช้ฟังก์ชันนี้ ระบบจะเลื่อนเบาะหน้าออกไปจนสุด และปรับเอนเบาะหลังอย่างนุ่มนวล
เมื่อผนวกกับช่วงล่างที่นุ่มนวล และการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง คุณก็สามารถดื่มด่ำกับภาพยนตร์บนจอหลังเบาะหน้า หรือเพลิดเพลินกับเสียงเพลงจากระบบ Mark Levinson อันทรงพลัง
ระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน ช่วยให้ผู้โดยสารแต่ละคนสามารถตั้งค่าอุณหภูมิที่ต้องการได้อย่างอิสระ พร้อมระบบตรวจวัดอุณหภูมิภายนอก เพื่อปรับความสบายภายในห้องโดยสารให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ขับขี่ ระบบ Head-Up Display (HUD) จะแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น ความเร็ว และข้อมูลการขับขี่อื่นๆ บนกระจกบังลมหน้า โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน ทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
เมื่อต้องการถอยจอด ระบบช่วยเหลือต่างๆ เช่น เซ็นเซอร์รอบคัน และกล้อง 360 องศา จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก และหากไม่มีผู้โดยสารเบาะหลัง ระบบจะปรับเบาะหลังให้ต่ำลงและพับพนักพิงศีรษะลง เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองกระจกหลัง
ความคล่องแคล่วเกินขนาด
แม้ Lexus LS จะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักไม่น้อย แต่การขับขี่กลับให้ความรู้สึกคล่องแคล่วเกินคาด โดยเฉพาะในรุ่น LS 500h Executive Pleat ที่มาพร้อมพละกำลังรวม 359 แรงม้า ผสานกับแรงบิดที่ตอบสนองอย่างฉับไว ทำให้การออกตัว การเพิ่มความเร็ว และการเร่งแซงเป็นไปอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะบนทางหลวงสายหลัก หรือเส้นทางที่คดเคี้ยว
จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือช่วงล่างที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความหนึบแน่นเกาะถนนได้อย่างลงตัว ระบบช่วงล่างถุงลมแบบปรับได้อัตโนมัติ รวมถึงระดับความสูง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพถนนและผู้ขับขี่
นอกจากนี้ ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) ยังช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วในการเข้าโค้ง และการเปลี่ยนเลน ทำให้รถขนาดใหญ่นี้ขับขี่ได้อย่างเฉียบคมและแม่นยำ
การสะท้อนคุณค่าที่เหนือกว่าราคา
ในฐานะรถยนต์ที่นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) Lexus LS อาจมีภาระภาษีศุลกากรที่ส่งผลต่อราคา ทว่า สิ่งที่ Lexus ใส่ใจคือการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน การเน้นย้ำถึงความเป็นรถยนต์พรีเมียมระดับสูง และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน ทำให้ผู้ที่มองหา Lexus LS นั้น ไม่ได้มองที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้คุณค่ากับประสบการณ์และความพิเศษที่ได้รับ
การได้สัมผัสความประณีตของงานฝีมือ การขับขี่ที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ Lexus LS เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือการลงทุนในความสุขและความภาคภูมิใจ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานหรู ที่ผสมผสานความสง่างาม ความสบาย และสมรรถนะอันเหนือชั้นเข้าไว้ด้วยกัน Lexus LS คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เชิญสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ได้ที่ผู้จำหน่าย Lexus ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นพบว่าทำไม Lexus LS จึงเป็นนิยามใหม่แห่งความสำเร็จบนท้องถนน.