
เผยโฉมอย่างเป็นทางการ! Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV 2026 เปิดศักราชใหม่แห่ง MPV ไฮบริดไทย ด้วยราคาเริ่มต้น 912,000 บาท
การก้าวสู่ยุค xEV เต็มตัวของ Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด 2 รุ่น ในรูปแบบพลังงานไฮบริดอย่าง Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026 ที่จะมาพลิกโฉมตลาดรถ MPV และ Crossover 7 ที่นั่ง ด้วยเทคโนโลยี e:MOTION ที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดอย่างลงตัว ในราคาเริ่มต้นเพียง 912,000 บาท
การเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi Motors ในการนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร MIVEC เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง มิตซูบิชิได้สร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งทรงพลัง เงียบสงบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV ราคา และ Xpander Cross HEV ราคา กลายเป็นที่จับตามองของผู้ที่กำลังมองหารถครอบครัวอัจฉริยะในยุคดิจิทัล
ทำความรู้จักกับ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV 2026
Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเทคโนโลยีไฮบริดมาใส่ในตัวถังเดิม แต่เป็นการพัฒนารถทั้งระบบใหม่ภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:MOTION ประสบการณ์ขับขี่ใหม่เหนือระดับ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และมั่นใจในทุกเส้นทาง โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งในด้านขุมพลัง ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย
ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้น:
เครื่องยนต์: 1.6L MIVEC DOHC 16 วาล์ว (วงจร Atkinson)
กำลังสูงสุด (เครื่องยนต์): 95 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด (เครื่องยนต์): 134 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า: 116 แรงม้า (85 kW)
แรงบิดสูงสุด (มอเตอร์ไฟฟ้า): 255 นิวตันเมตร
ระบบขับเคลื่อน: ฟูลไฮบริด (Full Hybrid)
ระบบส่งกำลัง: เกียร์ไฟฟ้า (Shift-by-Wire)
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: ดีขึ้น 34% (ในเมือง), 15% (นอกเมือง) ตามมาตรฐาน NEDC
แบตเตอรี่: ลิเธียม-ไอออน ความจุสูง (ติดตั้งใต้เบาะหน้า)
ระบบขับเคลื่อน: 2 ล้อหน้า
จำนวนที่นั่ง: 7 ที่นั่ง
ระยะเวลาโปรโมชั่นราคาพิเศษ: ถึงวันที่ 7 เมษายน 2026
เทคโนโลยี e:MOTION หัวใจสำคัญของ Xpander HEV 2026
การผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์ของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV 2026 แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System)
พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ทำให้ Xpander HEV สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักในหลายสถานการณ์การขับขี่ ส่งผลให้มีอัตราเร่งที่ทันใจและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง: 116 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ที่พร้อมส่งกำลังทันทีที่เหยียบคันเร่ง ทำให้รู้สึกถึงความคล่องตัวและตอบสนองได้ดั่งใจ
ระบบชาร์จไฟอัจฉริยะ: สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ทั้งจากการเบรก (Regenerative Braking) และจากการทำงานของเครื่องยนต์ ทำให้สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Modes)
มิตซูบิชิได้พัฒนาระบบโหมดการขับขี่ขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองต่อทุกสภาพเส้นทางและทุกสไตล์การขับขี่:
EV Priority Mode: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบสงบและประหยัดพลังงาน
Charge Mode: สลับไปชาร์จแบตเตอรี่ทันทีเมื่อพลังงานเหลือน้อย ทั้งขณะขับขี่หรือหยุดนิ่ง เพื่อให้พร้อมสำหรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าอีกครั้ง
Normal Mode: โหมดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและการประหยัด
Wet Mode: ออกแบบมาสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและป้องกันการลื่นไถล ให้ความมั่นใจขณะฝนตกหนัก
Gravel Mode: เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนทางลูกรังหรือพื้นผิวไม่เรียบ ให้การควบคุมที่มั่นคงและปลอดภัย
Tarmac Mode: เน้นสมรรถนะและการควบคุมบนถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการตอบสนองที่คล่องตัว เหมาะกับการขับขี่บนถนนคดเคี้ยว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระเป็นพิเศษ
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC)
เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเข้าโค้ง AYC จะทำงานร่วมกับระบบเบรกและระบบควบคุมการขับเคลื่อนเพื่อกระจายแรงเบรกไปยังล้อแต่ละข้างอย่างเหมาะสม ทำให้รถมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และควบคุมได้ง่ายดายราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผู้ขับขี่
AYC ยังทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่:
Traction Control System (TCL): ตรวจจับการลื่นไถลของล้อหน้าและควบคุมพละกำลังการขับเคลื่อนเพื่อป้องกันการสูญเสียการควบคุม
Acceleration Control: ปรับกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้ทำงานสอดประสานอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อมีการกดคันเร่ง
Steering Control: ปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้ตอบสนองได้ดั่งใจตามความเร็วและสภาพพื้นผิวถนน
การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและทันสมัย
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV 2026 ยังคงเอกลักษณ์ Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความพรีเมียมและล้ำสมัยยิ่งขึ้น:
โลโก้ HEV: ดีไซน์ใหม่ที่กระจังหน้าและฝาประตูท้าย แสดงถึงการเป็นรถยนต์พลังงานไฮบริด
โลโก้ HYBRID EV: ที่ประตูหน้า สื่อถึงเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต
เส้นสายสีน้ำเงิน: ตกแต่งที่กันชนหน้า กาบข้างประตู และกันชนหลัง เพิ่มความรู้สึกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ล้ออัลลอยทูโทน: ดีไซน์ใหม่ทั้ง 4 ล้อ เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
สีตัวถัง:
สีใหม่ล่าสุด: White Diamond สีขาวมุกที่เพิ่มความพรีเมียม สะท้อนถึงความสะอาดตาของรถยนต์ไฟฟ้า
สีมาตรฐาน: Blade Silver Metallic, Graphite Gray Metallic, Jet Black Mica
สีพิเศษ (เฉพาะรุ่น Xpander Cross HEV): Green Bronze Metallic สีบรอนซ์อมเขียว ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและโดดเด่นไม่เหมือนใคร
Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026 ยังคงเอกลักษณ์ของรุ่น Cross ด้วยการตกแต่งสไตล์ Crossover เช่น กันชนหน้า-หลัง ดีไซน์เฉพาะ, คิ้วล