
เปิดศักราชใหม่ 2026 ด้วยปรากฏการณ์ที่เขย่าวงการยานยนต์ไทย เมื่อค่ายตราเพชร Mitsubishi ได้ประกาศศักดาอย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Full Hybrid เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นั่นคือ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV สองโมเดลที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี e:MOTION มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ราคาเริ่มต้นเพียง 912,000 บาท ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ของไทย
ก้าวสู่ยุค xEV เต็มตัว: การปฏิวัติระบบส่งกำลังของ Mitsubishi
Mitsubishi Motors ไม่ได้เพียงแค่เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศทิศทางที่ชัดเจนในการก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) อย่างเต็มตัว ด้วยการส่งมอบ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV สู่ตลาดไทยในปี 2024 นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากเดิมที่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลัง 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร มาสู่ขุมพลังใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าด้วยกัน
ขุมพลังแห่งอนาคต: 1.6L MIVEC ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับของ Xpander HEV คือ เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับระบบ Full Hybrid โดยเฉพาะ ด้วยอัตราส่วนการขยายตัวสูง (วงจร Atkinson) และประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่เหนือกว่า ด้วยการติดตั้งปั๊มน้ำไฟฟ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในเครื่องยนต์ของ Mitsubishi ช่วยลดการสูญเสียทางกล และเสริมให้อัตราประหยัดน้ำมันดีขึ้นกว่าเดิมราว 34% ในการขับขี่ในเมือง และ 15% เมื่อขับขี่แบบผสมผสาน ตามมาตรฐานการวัดระยะทางรถยนต์ไฟฟ้าแบบ NEDC
แต่ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เครื่องยนต์เบนซิน แต่คือการผสานพลังกับ มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงขนาด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 255 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงนี้ทำงานร่วมกับชุดแบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ ตอบสนองต่อการออกตัวที่ฉับไว และให้กำลังขับเคลื่อนหลักในหลายสถานการณ์การขับขี่
Mitsubishi e:MOTION: ประสบการณ์ขับขี่ใหม่เหนือระดับ
Mitsubishi e:MOTION คือนิยามใหม่ของประสบการณ์การขับขี่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยการผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์ของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีจาก Mitsubishi Motors ได้แก่
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มั่นใจได้ทุกเส้นทาง
หัวใจหลักของเทคโนโลยี e:MOTION คือ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) สู่ระบบฟูลไฮบริดที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบนี้ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนหลักขนาด 85 กิโลวัตต์ ให้การขับขี่ที่ราบรื่น เงียบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การทำงานของระบบ:
EV Mode (ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า): ในสภาวะการขับขี่ทั่วไป โดยเฉพาะในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รถจะใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ ทำให้การออกตัวเป็นไปอย่างเงียบเชียบและมีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม
Charge Mode (ชาร์จแบตเตอรี่): เมื่อระดับพลังงานในแบตเตอรี่ลดลง เครื่องยนต์เบนซินจะทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เพื่อชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่โดยตรง โดยไม่ต้องส่งกำลังไปยังล้อ ทำให้รถยังคงรักษาประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานได้สูงสุด
Series Hybrid Mode (ซีรีส์ไฮบริด): ในสภาวะที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง เช่น การเร่งแซง หรือการปีนทางลาดชัน เครื่องยนต์เบนซินจะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อส่งกำลังไปยังล้อพร้อมกัน เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode): ปรับได้ทุกสภาวะการขับขี่
เพื่อตอบสนองต่อทุกความต้องการของผู้ขับขี่ Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 โหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และ 5 โหมดสำหรับพื้นผิวถนนที่มีสภาวะแตกต่างกันตามภูมิประเทศและภูมิอากาศ
โหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Modes):
EV Priority Mode: โหมดเริ่มต้นที่ใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ขับขี่ได้เงียบและประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการเดินทางในชีวิตประจำวัน
Charge Mode: โหมดที่เครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่ชาร์จแบตเตอรี่ สามารถเลือกใช้ได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่หรือหยุดนิ่ง เพื่อให้พร้อมสำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอีกครั้ง
โหมดการขับขี่สำหรับพื้นผิวถนน (Surface Modes):
5 โหมดนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในการขับขี่และการควบคุมตัวรถที่แม่นยำบนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย โดยผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCL) ระบบควบคุมอัตราเร่ง (Acceleration Control) และระบบควบคุมน้ำหนักพวงมาลัย (Steering Control)
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุล เหมาะสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล ให้การควบคุมที่มั่นใจและเกาะถนนเป็นเลิศ แม้ในสภาวะฝนตกหนัก
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ แม้บนถนนคดเคี้ยว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนสภาพถนนที่สมบุกสมบัน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีเอกลักษณ์เฉพาะของ Mitsubishi
เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Mitsubishi Motors ระบบ Active Yaw Control (AYC) ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่สำหรับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดโดยเฉพาะ ระบบนี้ทำงานโดยการควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวาให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่
การทำงานของ AYC:
การเข้าโค้งที่มั่นคง: เมื่อเข้าโค้ง ระบบ AYC จะตรวจจับการหมุนของตัวรถและปรับการทำงานของเบรกที่ล้อ เพื่อช่วยให้รถเลี้ยวได้อย่างแม่นยำและมั่นคง ลดอาการท้ายปัด
การทรงตัวที่ดีเยี่ยม: ในสภาวะถนนที่ลื่นหรือมีพื้นผิวไม่เรียบ ระบบ AYC จะทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) เพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถ ลดอาการลื่นไถล
ความมั่นใจในการขับขี่: ด้วยระบบ AYC ผู้ขับขี่จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการควบคุมรถในทุกสภาวะการขับขี่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องใช้ความคล่องตัวสูง
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว: แสดงข้อมูลครบถ้วน เข้าใจง่าย
โดดเด่นด้วย หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลสำคัญเพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โดยจะแสดงข้อมูลหลากหลายและใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น อาทิ
รูปแบบการขับขี่: แสดงรูปแบบการขับขี่ที่จะเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ และอัตราเร่ง
การใช้พลังงาน: แสดงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานและอัตราการประหยัดพลังงานเมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV)