
Mitsubishi XFORCE HEV เปิดตัวแล้ว! คอมแพ็กต์ SUV ขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ดีไซน์ล้ำ ขับขี่สนุก ในราคาน่าสนใจ
ในที่สุด All-new Mitsubishi XFORCE HEV รถยนต์คอมแพ็กต์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุด ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา การมาถึงของ XFORCE HEV สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการยานยนต์ไม่น้อย เพราะนี่คือการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์กลุ่มนี้ ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi
Mitsubishi XFORCE HEV เป็นรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงาน Mitsubishi Motors ประเทศไทย ที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในศักยภาพการผลิตและบุคลากรของไทย นายเรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวในงานเปิดตัวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ XFORCE HEV ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด และบริษัทฯ มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผลิตรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทย
การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการทดสอบอย่างเข้มข้น ทีมวิศวกรของ Mitsubishi ได้ใช้เวลาหลายเดือนในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ โดยครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วทุกสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศในประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทาน ประสิทธิภาพในการขับขี่ และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้จากการทดสอบเหล่านี้ ถูกนำกลับไปวิเคราะห์และปรับแต่งโดยทีมวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญคือ การทดสอบความทนทานของตัวรถ และการปรับแต่งระบบช่วงล่างที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรับมือกับสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Mitsubishi XFORCE HEV มาพร้อมกับนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว ที่ให้ประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) สูงสุดถึงกว่า 40% ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ที่ใช้ในรถยนต์รุ่น Expander HEV
หัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อนใน XFORCE HEV คือการทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดของระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุดถึง 85 กิโลวัตต์ ที่ทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ในสภาวะการขับขี่ส่วนใหญ่ ซึ่งให้แรงบิดที่จัดจ้านทันใจตั้งแต่การออกตัว และช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งปั๊มน้ำไฟฟ้า เพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากระบบขับเคลื่อนเสริม ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเพียงอย่างเดียว
สำหรับตัวเลขสมรรถนะของ Mitsubishi XFORCE HEV มีดังนี้ เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 107 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร โดยใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.1 kWh เทคโนโลยีการขับเคลื่อนนี้ ไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และตอบสนองได้ทันใจ
Mitsubishi XFORCE HEV เปิดตัวในประเทศไทยด้วยราคาจำหน่ายที่น่าสนใจ ดังนี้
รุ่น Ignite ราคาเริ่มต้น 899,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Grey)
รุ่น Ultimate ราคาเริ่มต้น 1,039,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ สีเงิน (Blade Silver) สีเทา (Graphite Gray) และสีดำ (Jet Black Mica)
รุ่น Ultimate X ราคาเริ่มต้น 1,089,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาวมุก (White Diamond) หลังคาดำ สีเทา (Graphite Gray) หลังคาดำ สีเหลือง (Energetic Yellow) หลังคาดำ สีแดง (Spirit Red) หลังคาดำ และสีดำ (Jet Black Mica)
เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับลูกค้าที่ตัดสินใจจองและรับรถในช่วงเปิดตัว Mitsubishi จัดแคมเปญพิเศษมากมาย ดังนี้
รับประกันระบบไฮบริดเป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานสูงสุดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เป็นเวลา 1 ปี
รับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน)
เลือกรับ แพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี
สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ Mitsubishi (Diamond Club) จะได้รับส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 30,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive
เพื่อให้เห็นภาพรวมของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ได้อย่างชัดเจน เราได้สรุปจุดเด่น 4 ด้านสำคัญของ Mitsubishi XFORCE HEV ดังนี้
ดีไซน์ภายนอกและภายใน
Mitsubishi XFORCE HEV ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Silky and Solid” ซึ่งผสมผสานความสง่างาม ปราดเปรียว และความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked ถูกจัดวางในลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์รูปตัว T แสดงถึง DNA การออกแบบของ Mitsubishi นอกจากนี้ ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 18 นิ้ว ช่วยเสริมให้ตัวรถดูมีมิติและพร้อมสำหรับการขับขี่ในหลากหลายสภาวะ
เมื่อเปิดประตูเข้ามาสัมผัสภายในห้องโดยสาร จะพบกับคอนเซปต์การออกแบบ “Horizontal Axis” ที่เน้นความรู้สึกกว้างขวาง ปลอดโปร่ง และควบคุมง่าย วัสดุภายในเลือกใช้สีทูโทน ตัดกับผ้าแบบพิเศษที่มีคุณสมบัติกันน้ำและป้องกันคราบสกปรก ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ พวงมาลัยหุ้มหนังให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม และมีสวิตช์ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
Mitsubishi XFORCE HEV ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้โดยสารเป็นอย่างยิ่ง ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คน เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับได้แบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระตามความต้องการ และยังสามารถปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ เพื่อความผ่อนคลายในการเดินทางไกล วัสดุหุ้มเบาะเป็นแบบ “Heat Guard” ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ช่วยให้ห้องโดยสารเย็นสบาย ไม่ร้อนอบอ้าว
ระบบความบันเทิงภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับ Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System ที่ติดตั้งลำโพงคุณภาพสูงถึง 8 ตำแหน่ง กระจายเสียงไปทั่วทั้งห้องโดยสาร มอบประสบการณ์เสียงที่คมชัดและสมจริง เพื่อความสดชื่นและสุขภาพที่ดี ระบบฟอกอากาศ nanoe™ X ช่วยกรองอากาศภายในห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่บริสุทธิ์ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย
สมรรถนะการขับขี่
Mitsubishi XFORCE HEV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ที่ทำงานผสานกันอย่างลงตัวระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร ระบบส่งกำลังแบบ 2-Speed Transaxle ใหม่ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวล และส่งถ่ายกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อตอบสนองต่อสภาวะการขับขี่ที่หลากหลาย Mitsubishi XFORCE HEV มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Normal (ถนนทั่วไป) Wet (ถนนเปียก) Gravel (ถนนลูกรัง) Tarmac (ถนนลาดยาง) Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 โหมดพิเศษ คือ Charge (โหมดการชาร์จแบ