
Mitsubishi Xpander Cross 2026: เปิดประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ กับ MPV สไตล์ SUV คู่ใจสายลุย
หลังจากสร้างปรากฏการณ์ในวงการยานยนต์ไทยไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา สไตล์ MPV ผสมผสานความแกร่งแบบ SUV และการใช้งานที่ครบครันถึง 7 ที่นั่ง ล่าสุด ทีมงานได้รับเกียรติจาก Mitsubishi Motors ประเทศไทย เชิญเข้าร่วมทริปทดสอบสุดพิเศษ ณ จังหวัดเชียงราย เส้นทางหลากหลายกว่า 200 กิโลเมตร ครบทั้งถนนดำและทางฝุ่น เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงในทุกมิติ
มิติใหม่แห่งดีไซน์: Advanced Dynamic Shield ที่ลงตัว
ก้าวแรกที่ได้ยลโฉม Mitsubishi Xpander Cross 2026 ก็ต้องยอมรับว่าได้รับการปรับโฉมใหม่ที่ชัดเจนกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง หัวใจหลักของความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่งานออกแบบด้านหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ในยุคปัจจุบัน ที่ผสานความแข็งแกร่งและความสง่างามได้อย่างลงตัว
ภายนอกที่แกร่งขึ้น สไตล์ SUV ตัวจริง
กระจังหน้าใหม่: โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำแบบสามชั้น ที่ให้ความรู้สึกบึกบึนและทันสมัย
ชุดกันชนหน้า-หลัง: ดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มความดุดัน มาพร้อมการ์ดกันกระแทกชายกันชนหน้าด้านล่างสีเงินแบบสามช่อง เสริมความรู้สึกสมบุกสมบันสไตล์ SUV
ซุ้มล้อและการ์ดข้าง: ลดความบางของซุ้มล้อลง พร้อมติดตั้งการ์ดกันกระแทกชายประตูด้านข้างสีเงิน ให้ลุคที่แกร่งขึ้นพร้อมลุยทุกสภาพถนน
ระบบไฟส่องสว่าง: อัปเกรดชุดไฟหน้าเป็น LED ทั้งหมด ประกอบด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRLs) แบบ LED, ไฟเลี้ยว LED และไฟตัดหมอก LED ที่ให้ความสว่างคมชัดและประหยัดพลังงาน
ชุดไฟท้าย: ดีไซน์ใหม่แบบ LED ที่มีความเหลี่ยมเข้ากับลุค SUV มากขึ้น พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED บนสปอยเลอร์หลัง
อุปกรณ์เพิ่มความอเนกประสงค์: ติดตั้งราวหลังคาเพิ่มความสามารถในการบรรทุกสัมภาระ, เสาอากาศแบบครีบฉลาม, ไฟเลี้ยวกระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า, ปัดน้ำฝนหน้า-หลังพร้อมระบบไล่ฝ้า และกล้องมองหลังขณะถอย (ฝาท้ายยังคงเป็นแบบเปิดมือปกติ)
ล้อและสีตัวถัง: สไตล์ที่ใช่ในแบบคุณ
ล้ออัลลอย: มาพร้อมชุดล้อลายใหม่สีทูโทน ขนาด 17 นิ้ว ที่ออกแบบมาให้เข้ากับบุคลิกของ Xpander Cross 2026 ได้อย่างลงตัว
สีตัวถัง: มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเขียวใหม่ (Green Bronze Metallic), สีขาวมุก (Quartz White Pearl), สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Gray) พร้อมตัวเลือกสีทูโทนอีก 2 สไตล์ คือ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof) ที่เพิ่มความสปอร์ตพรีเมียม
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง อเนกประสงค์ และหรูหรา
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Cross 2026 สัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือความกว้างขวางและบรรยากาศที่พรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งภายในด้วยธีมสีดำตัดสีน้ำเงิน และประดับด้วยสีเงิน ให้ความรู้สึกเรียบหรูแต่ยังคงความสปอร์ต
พวงมาลัยและมาตรวัด: พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบสี่ก้าน ยกชุดมาจาก Pajero Sport มาพร้อมปุ่มควบคุมที่ใช้งานสะดวก หน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกราฟฟิกที่คมชัดและทันสมัย แสดงข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วน
ระบบความบันเทิง: หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto ให้คุณเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย
ความสะดวกสบาย: มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold, ช่องเสียบ USB-A และ USB-C, ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์, ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 และระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระ ปรับระดับความแรงพัดลมได้ตามต้องการ
ระบบตัดแสงสะท้อน: กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้า: ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงภายนอก ให้ความสะดวกและปลอดภัย
เส้นทางทดสอบ: จากเมืองสู่ดอยช้าง ประสบการณ์ที่หลากหลาย
การทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross 2026 เริ่มต้นจากตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าสู่ดอยช้าง เส้นทางทดสอบครอบคลุมหลากหลายสภาพถนน ตั้งแต่ในเมือง ออกชานเมือง และที่สำคัญคือเส้นทางขึ้นเขาที่มีโค้งสลับซับซ้อนและแคบในบางช่วง ระยะทางรวมกว่า 200 กิโลเมตร ทำให้เราได้สัมผัสสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่
การขับขี่บนถนนดำ: ความประทับใจแรก
พวงมาลัยและการควบคุม: สัมผัสแรกคือพวงมาลัยที่มีน้ำหนักเบาในย่านความเร็วต่ำ แต่จะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น ให้การควบคุมที่มั่นคงแม่นยำ น้ำหนักกำลังดีไม่เบาจนเกินไป ไม่ต้องคอยประคองพวงมาลัยให้เมื่อยล้าแม้ในความเร็วสูงหรือทางโค้งสลับซับซ้อน วงพวงมาลัยคืนตัวได้คล่องตัวกว่าเดิม แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าขนาดวงพวงมาลัยใหญ่ไปนิดสำหรับรถประเภทนี้
สมรรถนะเครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์ ECO-Dynamic CVT ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้อย่างเพียงพอ อัตราเร่งไม่จัดจ้านแบบติดเท้า แต่เป็นการเร่งที่ต่อเนื่อง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลในการขับขี่ การแซงต้องเผื่อระยะไว้พอสมควรเพื่อความปลอดภัย ในช่วงทางขึ้นเขา สามารถใช้โหมด Ds หรือโหมด D ปกติ ก็สามารถไต่ความชันขึ้นไปได้อย่างไม่ยากลำบาก แม้ในขณะโดยสาร 4 ท่านก็ตาม
ระบบช่วงล่าง: จุดเด่นที่น่าประทับใจ
หนึ่งในสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของ Mitsubishi Xpander Cross 2026 คือระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับเซ็ตใหม่ทั้งหมด รวมถึงการเปลี่ยนชุดโช้คอัพด้านหลังให้มีขนาดแกนเท่ากับ Pajero Sport ให้ความรู้สึกที่หนึบ แน่น นุ่ม ไม่กระด้าง แม้ในขณะขับผ่านพื้นถนนที่ไม่เรียบ อาจมีอาการดีดเล็กน้อยบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบาย ช่วงทางโค้งเลี้ยวสลับไปมา อาการโคลงค่อนข้างน้อย แม้ว่าตัวรถจะมีความสูงสไตล์ SUV และเมื่อมีน้ำหนักกดทับมากขึ้น ช่วงล่างจะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น คาดว่าน่าจะปรับเซ็ตมาเพื่อรองรับการใช้งานหลายท่านพร้อมสัมภาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร: ความสงบที่เหนือความคาดหมาย
Mitsubishi Motors ได้เพิ่มฉนวนกันเสียงในหลายจุดของตัวรถ ทำให้เสียงจากเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนนเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างน้อย แม้ในขณะที่กดคันเร่งเรียกกำลังหรือขับด้วยความเร็วสูง ก็ยังได้ยินเสียงเครื่องยนต์ไม่ดังจนผู้โดยสารต้องทัก เมื่อขับด้วยความเร็วสูงกว่า 100 กม./ชม. ขึ้นไป จะได้ยินเสียงลมที่ไหลผ่านชัดเจนขึ้น ซึ่งถือเป็นปกติของรถทุกประเภท
ระบบเบรก: ความมั่นใจในทุกการชะลอความเร็ว
ระบบดิสก์เบรกหน้าและดรัมเบรกหลังให้กำลังเบรกที่เหมาะสมกับสมรรถนะของรถ มีการปรับเซ็ตให้สามารถชะลอความเร็วได้อย่างนุ่มนวล น้ำหนักแป้นเบรกมีความหน่วงกำลังดี และสามารถเบรกหยุดได้อย่างมั่นใจ เป็นฟิลลิ่งเบรกที่เหมาะสำหรับรถครอบครัวอย่างแท้จริง
เส้น