
เผยโฉม Mitsubishi Xpander Minorchange 2026 สปอร์ตพรีเมียม ครบครันทุกฟังก์ชัน เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการอัปเกรดออปชั่นสำคัญในราคาที่เข้าถึงง่าย ดึงดูดกลุ่มลูกค้าครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถ MPV 7 ที่นั่ง คุณภาพสูง
ในตลาดรถยนต์ MPV (Multi-Purpose Vehicle) ขนาด 7 ที่นั่ง กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากการเข้ามาของ Toyota Veloz และการปรับโฉมครั้งสำคัญของผู้เล่นเดิมอย่าง Suzuki XL7, Toyota Sienta และ Mitsubishi Xpander ทำให้ผู้บริโภคที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ 3 แถว ต้องพิจารณาตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ Mitsubishi Xpander ใหม่ 2026 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งที่น่าจับตามอง ด้วยการอัปเกรดที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปี 2026 ได้อย่างลงตัว
Mitsubishi Xpander 2026: มิติใหม่แห่ง MPV 7 ที่นั่ง
นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561 Mitsubishi Xpander ได้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของมิตซูบิชิ ด้วยยอดจำหน่ายสะสมที่มากกว่า 30,000 คัน ตอกย้ำความนิยมในกลุ่มรถ MPV ที่ต้องการความคุ้มค่า สมรรถนะที่ดี และความสะดวกสบายสำหรับครอบครัว ในปี 2026 นี้ Mitsubishi Xpander Minorchange ได้รับการปรับโฉมครั้งสำคัญ ทั้งในด้านดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น ห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย และการอัปเกรดออปชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นและพรีเมียม
Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยและมีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น ด้วยภาษาการออกแบบ Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ไฟหน้าแบบ T-Shape ที่เปลี่ยนจากเดิมเป็น LED-illumination Tube ดีไซน์ใหม่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวและสปอร์ต พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการส่องสว่างในเวลากลางคืน กระจังหน้าสีดำดีไซน์ใหม่ให้ความรู้สึกพรีเมียมยิ่งขึ้น พร้อมกันชนหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูแข็งแรงและบึกบึน
ส่วนด้านหลังของรถ ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเช่นกัน กับไฟท้ายดีไซน์ใหม่ทรง T-Shape ที่ดูสวยงามและทันสมัย ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับรุ่นพี่อย่าง Pajero Sport เส้นสายที่คมชัดและโฉบเฉี่ยวบริเวณชายกันชนด้านล่าง ช่วยเสริมให้ตัวรถดูมีมิติและมีสมรรถนะสูงยิ่งขึ้น
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการอัปเกรดในรุ่นปี 2026 นี้ คือการเพิ่มล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ สีทูโทน ที่ช่วยเสริมให้ตัวรถดูสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น ขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้นนี้ ยังส่งผลให้ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) เพิ่มขึ้นเป็น 220 มม. ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่ม ทำให้ Xpander 2026 สามารถลุยเส้นทางขรุขระหรือน้ำท่วมขังได้ดีกว่าคู่แข่ง
นอกจากนี้ เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin Antenna) ดีไซน์ใหม่ ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกพรีเมียมและความทันสมัยให้กับตัวรถ ในส่วนของสีภายนอก ก็มีสีใหม่ สีเทา Graphite Gray ที่ได้รับการเพิ่มเข้ามา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสีทูโทนที่ดูหรูหราและมีสไตล์
ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย สไตล์ ‘Omotenashi’
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความกว้างขวางและสะดวกสบายตามปรัชญาการออกแบบ ‘Omotenashi’ ของมิตซูบิชิ ซึ่งหมายถึงการบริการที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด การออกแบบห้องโดยสารเน้นเส้นสายแนวนอน (Horizontal Axis) ที่ช่วยให้ตัวรถดูโปร่ง โล่ง และกว้างขวางยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้ภายในมีความประณีตและใส่ใจในทุกสัมผัส
เบาะที่นั่งได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความสบายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในแถวที่ 2 และ 3 ที่มาพร้อมวัสดุหุ้มเบาะแบบหนังสังเคราะห์พิเศษ ที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารในวันที่อากาศร้อน ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกเย็นสบายตลอดการเดินทาง แม้จะไม่ได้มีระบบปรับอากาศแยกอิสระ แต่การออกแบบพัดลมระบายอากาศที่ติดตั้งบริเวณแถว 2 และ 3 ที่มีคอยล์เย็นเพิ่มเติม (Dual Blower) ช่วยให้ลมเย็นกระจายไปทั่วถึงทั้งคัน
พวงมาลัยทรงกลมได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย ให้ความกระชับมือและควบคุมได้สะดวก ระบบปรับอากาศเป็นแบบดิจิตอลที่สามารถปรับแรงลมและความเย็นได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยฟังก์ชัน Heater และ Cool Max ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในทุกสภาพอากาศ หน้าจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ที่แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย
จุดเด่นอีกอย่างในห้องโดยสารคือการเพิ่มหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง ฟังเพลง หรือดูวิดีโอได้อย่างสะดวกสบาย ช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่มีอยู่หลายตำแหน่ง รวมถึงช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ตลอดการเดินทาง
สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยเทคโนโลยี Eco-dynamic CVT
Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตัวเดิมที่พิสูจน์แล้วถึงความทนทานและประหยัดน้ำมัน แต่สิ่งที่ได้รับการอัปเกรดครั้งสำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ Eco-dynamic CVT ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจ
เกียร์ CVT ใหม่นี้ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ไร้รอยต่อ และทำงานที่รอบเครื่องยนต์ต่ำกว่าเดิม ซึ่งส่งผลให้การประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การตอบสนองในช่วงออกตัวอาจไม่ได้จัดจ้านมากนักตามสไตล์เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แต่เมื่อถึงช่วงความเร็วเดินทาง การทำงานของเกียร์จะราบเรียบและเงียบสงบ รองรับการขับขี่ทางไกลได้อย่างสบาย
ช่วงล่างได้รับการปรับปรุงใหม่ ด้วยการเปลี่ยนโช้คอัพหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เทียบเท่ากับรุ่น Pajero Sport (แต่ปรับค่าความหนืดให้เหมาะสมกับ Xpander) ช่วยเพิ่มความแน่นและความมั่นคงในการขับขี่ ช่วงล่างที่แน่นแต่ยังคงความนุ่มนวล ทำให้รถเกาะถนนได้ดีขึ้นในขณะเข้าโค้ง และให้ความสบายในการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
นอกจากนี้ ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold ยังได้รับการเพิ่มเข้ามา ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง โดยเฉพาะในการจราจรติดขัด ระบบ Auto Hold จะช่วยรักษาแรงเบรกไว้โดยอัตโนมัติเมื่อรถหยุด ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา
ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน มั่นใจทุกเส้นทาง
ในด้านความปลอดภัย Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน เทียบเท่ากับรถยนต์ในระดับเดียวกัน ด้วย:
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถในสภาวะที่เสียสมดุล
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCL) ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัวหรือเร่งความเร็วบนพื้นผิวที่ลื่น
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ช่วยให้รถไม่ไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน
ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ช่วยกระจายแรงเบรกไปยังล้อที่เหมาะสม
ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ช่วยเพิ่มแรงเบรกในกรณีฉ