
เปิดตัว Mitsubishi Xpander 2026: ปรับโฉมครั้งใหญ่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือกว่า
ตลาดรถ MPV 7 ที่นั่ง กำลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ และการปรับโฉมของแบรนด์เดิม ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และหนึ่งในรุ่นที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026 คือ Mitsubishi Xpander ที่เพิ่งเปิดตัวโฉมใหม่ ด้วยการปรับปรุงทั้งภายนอก ภายใน และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
Mitsubishi Xpander 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับโฉม (Minorchange) เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นการ Major Minorchange ที่มีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบสำคัญหลายส่วน ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ตและทันสมัยขึ้น ระบบช่วงล่างที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการขับขี่ และที่สำคัญที่สุดคือ การเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันและทันสมัยที่สุดในตลาด เพื่อให้ Xpander 2026 เป็นรถ MPV ที่ครบเครื่องที่สุดในsegment
ดีไซน์ภายนอก: สปอร์ต ทันสมัย และโดดเด่นกว่าเดิม
Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมกับแนวคิดการออกแบบใหม่ที่เน้นความสปอร์ตและความพรีเมียมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการออกแบบด้านหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาษาการออกแบบ Dynamic Shield ในรุ่นใหม่ล่าสุดของ Mitsubishi ไฟหน้าเปลี่ยนจากทรงเดิมมาเป็น T-Shape LED ที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัย พร้อมด้วยไฟ DRL (Daytime Running Light) แบบ LED ที่เรียวเล็กและคมกริบ กระจังหน้าสีดำเงาขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกดุดันและพรีเมียมยิ่งขึ้น กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มีเส้นสายที่เฉียบคม และไฟตัดหมอกแบบ LED ที่จัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ลงตัว
ด้านข้างของตัวรถ ยังคงความยาวและขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวางเช่นเดิม แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เช่น คิ้วขอบล้อสีดำที่ดูหนาขึ้น เพิ่มความรู้สึกเป็นรถ SUV มากขึ้น เส้นสายด้านข้างยังคงความลู่ลม แต่มีการปรับปรุงให้ดูมีมิติมากขึ้น เสาอากาศแบบครีบฉลาม (Shark Fin Antenna) ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยและลดเสียงรบกวน
ด้านท้ายของ Xpander 2026 มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าประทับใจไม่แพ้ด้านหน้า ไฟท้ายเปลี่ยนเป็นทรง T-Shape LED เช่นกัน ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกับไฟหน้า ลายเส้นไฟเบรกแบบ LED-illumination Tube ที่สวยงามและโดดเด่น กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ที่ดูแข็งแรงและมีมิติมากขึ้น และที่สำคัญคือ การเพิ่ม Ground Clearance จากเดิม 205 มม. เป็น 220 มม. ซึ่งเป็น Ground Clearance ที่สูงที่สุดในกลุ่มรถ MPV 7 ที่นั่งในตลาด ทำให้ Xpander 2026 สามารถลุยได้มากกว่า และไม่ต้องกังวลเรื่องการขับขี่บนถนนขรุขระหรือน้ำท่วมขัง
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง สะดวกสบาย และพรีเมียมยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงความกว้างขวางและความสะดวกสบายตามแบบฉบับของ Xpander ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งาน แต่มีการปรับปรุงรายละเอียดหลายอย่างเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่และนั่งโดยสารดีขึ้นอย่างชัดเจน
การออกแบบแผงคอนโซลหน้าเปลี่ยนมาเป็นแนวคิด Horizontal Axis ที่เน้นเส้นสายแนวนอน ทำให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางและโปร่งสบายยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งมีความพรีเมียมมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้วัสดุบุผิวนุ่ม (Soft Touch) ในหลาย ๆ จุด พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ ทรงกลมขนาดใหญ่ จับกระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมระบบต่าง ๆ เช่น ระบบเครื่องเสียง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
หน้าจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ให้ข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วนและเข้าใจง่าย ระบบปรับอากาศเป็นแบบดิจิตอล ปรับอุณหภูมิแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง มีระบบ Cool Max ที่ช่วยลดอุณหภูมิในห้องโดยสารได้อย่างรวดเร็ว และ Heater สำหรับการใช้งานในสภาพอากาศหนาว
เบาะที่นั่งบุด้วยวัสดุ Heat Guard ที่ช่วยสะท้อนความร้อน ทำให้รู้สึกสบายมากขึ้นแม้จอดตากแดดเป็นเวลานาน เบาะแถว 2 และ 3 ยังคงพับราบได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บสัมภาระ ช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่มีอยู่เดิมได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น และมีการเพิ่มช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ในตำแหน่งที่มากขึ้น
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: จัดเต็มและทันสมัยที่สุดในตลาด
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Mitsubishi Xpander 2026 คือการเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดเต็มและทันสมัยที่สุดในตลาด เทียบเท่ากับรถใน Segment ที่สูงกว่า ทำให้ Xpander 2026 เป็นรถ MPV 7 ที่นั่งที่ปลอดภัยที่สุดในกลุ่มอย่างไม่ต้องสงสัย
เทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญ ประกอบด้วย:
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC): ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถในสภาวะที่เสียสมดุล เช่น การเข้าโค้งด้วยความเร็ว หรือการหักหลบกะทันหัน
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCL): ป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัวบนพื้นผิวลื่น เช่น โคลน ทราย หรือน้ำแข็ง
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA): ช่วยให้รถไม่ไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS): ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ทำให้สามารถควบคุมทิศทางของรถได้
ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD): กระจายแรงดันน้ำมันเบรกไปยังล้อทั้ง 4 อย่างเหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพการเบรกสูงสุด
ระบบเสริมแรงเบรก (BA): เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกทันทีที่เหยียบเบรกกะทันหัน เพื่อระยะเบรกที่สั้นลง
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (ESS): ไฟฉุกเฉินจะกะพริบอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกกะทันหัน เพื่อเตือนรถคันหลัง
ถุงลมนิรภัย: คู่หน้า และด้านข้าง รวม 6 ใบ
กล้องมองภาพด้านหลัง: พร้อมเซ็นเซอร์กะระยะถอยจอด
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ: ล็อกประตูเมื่อรถมีความเร็วเกิน 15 กม./ชม.
ระบบไฟนําทางหลังดับเครื่องยนต์ (Coming Home Light): ไฟหน้าจะเปิดทิ้งไว้ 30 วินาทีหลังดับเครื่องยนต์ เพื่อความสะดวกในการเดินไปยังที่พัก
ระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก (Welcome Light): ไฟหน้าจะเปิดเมื่อปลดล็อกประตู เพื่อความสะดวกในการเข้าสู่รถ
ระบบ Cruise Control: ควบคุมความเร็วอัตโนมัติบนพวงมาลัย
ขุมพลังและสมรรถนะ: เกียร์ใหม่ เพิ่มความประหยัด
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล แต่มีการปรับปรุงครั้งสำคัญที่ระบบส่งกำลัง โดยเปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มาเป็น เกียร์อัตโนมัติ Eco-dynamic CVT ที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่
เกียร์ CVT ใหม่นี้ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ ราบรื่น ไหลต่อเนื่อง และลดรอบเครื่องยนต์ในช่วงความเร็วคงที่ ทำให้ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น โดยมีอัตราเร่งในช่วงความเร็วต่ำที่นุ่มนวล และสามารถรักษาความเร็วในช่วงความเร็วสูงได้อย่างมีเสถียรภาพ ระบบช่วงล่างได้รับการอัปเกรดใหม่ โดยเฉพาะโช้คหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้ความรู้สึก แน่น หนึบ และนุ่มนวล ในเวลาเดียวกัน การเข้าโค้งทำได้อย่างมั่นใจ และการขับขี่บนถนนขรุขระก็ให้ความสบายสูงสุด
ราคาและการจัดจำหน่าย
Mitsubishi Xpander 2026 มี 2 รุ่น ได้แก่
รุ่น GLS-LTD: ราคา 789,000 บาท (เพิ่มขึ้น 10,000 บาท เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม)
รุ่น GT: ราคา 863,000 บาท (