
Bentley Continental GT V8: ปลดปล่อยพลัง V8 ขุมพลังอังกฤษ สัมผัสความหรูหราเหนือระดับที่ครองใจนักเลงรถทั่วโลก
ในโลกแห่งยนตกรรมสุดหรูที่เต็มไปด้วยความสง่างามและสมรรถนะอันไร้ที่ติ มีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่สามารถยืนหยัดท้าทายกาลเวลาและรักษาฐานะ “อัครยานยนต์” อันทรงเกียรติไว้ได้ หนึ่งในนั้นคือ Bentley แบรนด์สัญชาติอังกฤษที่สืบทอดประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษ การเดินทางของ Bentley บนถนนทั่วโลกไม่ใช่เพียงการเดินทางของยานพาหนะ แต่เป็นการเดินทางของสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความประณีต และสมรรถนะที่เหนือกว่าใคร สำหรับเหล่าผู้นิยมชมชอบในความงามอันเลอค่า จิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่เร้าใจ และสถานะที่บ่งบอกถึงบารมี Bentley Continental GT V8 คือนิยามที่สมบูรณ์แบบ
ด้วยโรงงานอันเก่าแก่กว่า 70 ปีในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ Bentley ไม่ได้ผลิตเพียงยนตกรรมซีดานระดับผู้บริหารอย่าง Flying Spur หรือ SUV สุดหรูอย่าง Bentayga เท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถสปอร์ตคูเป้พรีเมียมที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกอย่าง Bentley Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมานานกว่า 3 ปี มีทั้งรูปแบบ Coupe และ Convertible ที่ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ในช่วงแรก Bentley Continental GT มาพร้อมขุมพลัง W12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะสุดยอดเครื่องยนต์ที่ยืนหยัดมายาวนาน แต่เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ Bentley ได้นำเสนอทางเลือกที่ “เล็กแต่ทรงพลัง” ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ อันน่าทึ่ง
ล่าสุด ต้นปี 2021 บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด หรือ Bentley Bangkok ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้นำเสนอ Bentley Continental GT V8 สู่สายตาชาวไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้จัดแสดงและเปิดให้จับจองในงาน Bangkok Motor Show 2021 ก่อนจะส่งมอบสู่มือผู้ครอบครองอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การมาถึงของ Bentley Continental GT V8 นี้ สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการรถยนต์หรูในประเทศไทยเป็นอย่างมาก
เส้นสายแห่งความสง่างาม ผสานความดุดัน: การออกแบบภายนอกของ Bentley Continental GT V8
รถยนต์ที่ผมได้มีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้คือ Bentley Continental GT V8 ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นพื้นฐาน แต่ได้รับการตกแต่งที่สะท้อนถึงรสนิยมอันสูงส่ง แม้จะเป็นรุ่นพื้นฐาน แต่ Bentley ก็เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมในส่วนของการตกแต่งภายนอกได้ตามความต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีผลต่อราคาของตัวรถที่สูงขึ้นตามไปด้วย
แรกสัมผัส ตัวรถมาในสีดำเฉดพิเศษ (Onyx) ที่ผสมผสานกับเฉดสีน้ำเงินเข้มได้อย่างลงตัว เพื่อสร้างมิติและความล้ำลึกให้กับสีดำ ให้ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร สีนี้เคยถูกนำไปใช้ในรุ่น Continental และ Flying Spur รุ่น Speed มาก่อน ทำให้ตัวรถดูดุดันและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น กระจังหน้าแบบ Matrix (Radshell) ดีไซน์รังผึ้งสีดำเงางาม โดดเด่นด้วยขอบโครเมียม พร้อมโลโก้ปีกนกอันเป็นสัญลักษณ์ของ Bentley และตัวอักษร “B” ที่บ่งบอกถึงความพิเศษ ชุดระบายอากาศบริเวณกันชนหน้าถูกออกแบบมาอย่างลงตัว รับกับไฟหน้า Full Matrix LED ที่มีระบบไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist มาพร้อมกรอบไฟหน้าแบบ Front Headlamp Bezels ทั้งวงเล็กและวงใหญ่ และไฟ DRL แบบ LED ที่เพิ่มมิติความสปอร์ตให้กับด้านหน้าของรถ เสริมด้วยสเกิร์ตใต้กันชนหน้าที่ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนสีเข้ม ช่วยเพิ่มความดุดันและความเป็นสปอร์ตให้แก่ตัวรถ
เมื่อมองมาที่ด้านข้าง การออกแบบหลังคาที่ลาดเอียงลงมาอย่างนุ่มนวล ช่วยเพิ่มความสบายในการโดยสารสำหรับผู้ที่นั่งด้านหลัง ขณะที่เส้นสายบริเวณบังโคลนหน้าและหลัง ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์คลาสสิกของ Bentley ในอดีต กระจกมองข้างทรงสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ที่เปิดประตูเป็นแบบสีดำเรียบหรู เมื่อเปิดประตูออก แสงไฟบริเวณใต้ประตูจะส่องสว่างขึ้นในยามค่ำคืน ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและบ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Bentley บริเวณบังโคลนหน้า-หลังทั้งสองข้าง มีช่องระบายอากาศที่ออกแบบมาอย่างกลมกลืนกับตัวรถ ล้ออัลลอยสีดำตัดกับสีเงิน ขนาด 21 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ Five Tri-Spoke เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่เสริมความเข้มให้กับตัวรถ พร้อมยาง Pirelli PZero ที่รีดสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ ด้วยขนาด 265/40 ZR21 สำหรับล้อหน้า และ 305/35 ZR21 สำหรับล้อหลัง สเกิร์ตข้างลายคาร์บอนยิ่งตอกย้ำความเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูง
ส่วนท้ายของ Bentley Continental GT V8 ก็ไม่น้อยหน้า สปอยเลอร์หลังขนาดเล็กที่ติดอยู่ขอบฝากระโปรงท้าย เพิ่มความพลิ้วไหวและความสง่างาม โลโก้ปีกนกและตัวอักษร Bentley ที่คุ้นเคย ไฟท้าย LED ทรงกลมพร้อมกรอบดีไซน์ที่เข้ากันได้ดีกับตัวรถ กันชนหลังได้รับการออกแบบมาอย่างลงตัว พร้อมท่อไอเสียคู่ทรงเลข 8 ซ้าย-ขวา ที่ฝังอยู่ในกันชน และลิ้นสปอยเลอร์เสริมใต้กันชนหลังลายคาร์บอน ช่วยเติมเต็มความดุดันและความปราดเปรียวให้กับท้ายรถ ไฟตัดหมอกหลังติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน เซ็นเซอร์กะระยะสำหรับจอดรถทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการขับขี่ (แม้รุ่นเริ่มต้นจะมาพร้อมกล้องมองหลังเท่านั้น) และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ สัญลักษณ์ “V8” อันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงขุมพลังที่ซ่อนอยู่บริเวณบังโคลนหน้าทั้งสองข้าง
ด้วยมิติตัวถังที่ใหญ่ตามยุคสมัย ในรูปแบบคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง (2+2) ที่มีความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,954 มม. และความสูง 1,405 มม. พร้อมฐานล้อ 2,851 มม. และน้ำหนักรถ 2,164 กก. Bentley Continental GT V8 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MSB ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ในเครือ Volkswagen Group ซึ่งรวมถึง Bentley Flying Spur, Bentley Mulliner Bacalar และรถยนต์จากค่าย Porsche อย่าง Panamera (971) การใช้แพลตฟอร์มร่วมกันนี้ช่วยให้ Bentley สามารถผสานวิศวกรรมที่ล้ำสมัยเข้ากับความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว
ภายในที่หรูหราไร้ที่ติ: การตกแต่งที่สะท้อนรสนิยมอันสูงส่ง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT V8 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหรูหราที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน แม้จะเป็นรุ่นพื้นฐาน แต่ Bentley ก็ได้ตัดออปชันบางรายการออกไปเพื่อให้มีความเหมาะสมกับราคาและตำแหน่งทางการตลาด แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความประณีตสูงสุดของ Bentley และหากต้องการเพิ่มเติมออปชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่ง ระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์อย่าง Bang & Olufsen หรือการปรับแต่งพิเศษอื่นๆ ก็สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ
ภายในห้องโดยสารนี้ได้รับการตกแต่งด้วยหนัง Nappa Beluga สีดำ อันหรูหรา ผสานกับเบาะนั่งที่ได้รับการออกแบบมาอย่างภูมิฐาน ใช้วัสดุหนังแท้คุณภาพสูงที่คัดสรรมาจากสัตว์กินพืชที่เลี้ยงในพื้นที่สูงของทวีปยุโรปเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งหนังคุณภาพเยี่ยมที่ปราศจากริ้วรอยจากแมลงกัดต่อย ทำให้ได้หนังที่สวยงามไร้ที่ติ เบาะนั่งคู่หน้าเป็นทรงสปอร์ต โอบกระชับสรีระ ปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 12 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง แม้พื้นที่วางขาจะค่อนข้างจำกัดตามสไตล์รถคูเป้ แต่ก็ยังมอบความสบายที่เพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้น การเข้า-ออกเบาะหลังทำได้สะดวกด้วยสวิตช์ปรับเบาะที่อยู่บริเวณด้านข้างของเบาะหน้า วัสดุหุ้มหลังคาภายในห้องโดยสารเป็นสีดำคุณภาพสูง ยิ่งเพิ่มความรู้สึกหรูหราและอบอุ่น
คอนโซลหน้าได้รับการตกแต่งอย่างประณีต ผสมผสานระหว่างหนังแท้สัมผัสนุ่มนวลกับลายไม้ Veneer ชั้นดี สีดำ Piano Black ที่เงางาม สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตและความทันสมัย พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพดี ให้สัมผัสที่กระชับมือ ควบคุมการทำงานของเครื่องเสียง รับสายโทรศัพท์ และปรับตั้งค่าต่างๆ บนมาตรวัดดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบาย ด้านหลังพวงมาลัย มีก้านควบคุมระบบ Cruise Control แบบธรรมดา ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ในการใช้งานเล็กน้อย แต่ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางไกลได้อย่างดีเยี่ยม พร้อม Paddle Shift ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้เร้าใจยิ่งขึ้น
มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็ว หรือมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ จอแสดงผลแบบ TFT ที่อยู่ตรงกลางมาตรวัด สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น วันที่ คลื่นวิทยุ และแผนที่นำทางได้อย่างครบถ้วน จอสัมผัสกลางคอนโซลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูงระดับ HD มอบความบันเทิงและการสื่อสารที่หลากหลาย รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ iOS, Android, Bluetooth, Wi-Fi และ USB ถึง 4 ตำแหน่ง พร้อมระบบนำทางที่แม่นยำ ระบบเครื่องเสียง Bentley มาพร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง กำลังขับ 650 วัตต์ มอบประสบการณ์เสียงที่น่าประทับใจ เอกลักษณ์ของรถยุโรปหรูอย่าง Bentley ยังคงไว้ซึ่งนาฬิกาเข็มแบบอนาล็อก ช่องลมแอร์ดีไซน์คลาสสิก พร้อมสวิตช์เปิด-ปิดแบบดึง/กด ด้วยระบบไฟฟ้า
บริเวณคอนโซลเกียร์ หัวเกียร์ได้รับการตกแต่งด้วยโครเมียมสลับหนังสีดำ สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ตั้งแต่ R ถึง D และ M ได้อย่างง่ายดาย เพียงกดที่หัวเกียร์รูปตัว “B” สำหรับการจอดรถ ให้กดปุ่ม P ที่อยู่ด้านหลังหัวเกียร์ คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black, โครเมียม และสีเงินด้าน ล้อมรอบด้วยแผงควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของตัวรถอย่างครบครัน ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า ระบบเปิด-ปิดสปอยเลอร์หลัง และโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Bentley, Comfort และ Custom ระบบเบรกมือไฟฟ้ามาพร้อมฟังก์ชัน Auto Brake Hold ที่ทำงานเมื่อเหยี้ยบเบรกจนสุด เช่นเดียวกับระบบในรถยนต์ Mercedes-Benz ปุ่ม Push Start อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มเลือกโหมดการขับขี่
สำหรับระบบความปลอดภัย Bentley Continental GT V8 มาพร้อมระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot, ถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง TPMS 4 ล้อ หากต้องการระบบ Head-Up Display, Adaptive Cruise Control หรือกล้องรอบคัน ก็สามารถสั่งเพิ่มเติมได้ ซึ่งถือเป็นออปชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก
ขุมพลัง V8 เทอร์โบคู่: สมรรถนะที่เร้าใจ ตอบสนองทุกการขับขี่
แม้จะถูกลดขนาดลงจากเครื่องยนต์ W12 แต่ขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ของ Bentley Continental GT V8 ก็ยังคงมอบสมรรถนะที่น่าทึ่ง ด้วยปริมาตรความจุ 3,993 ซีซี ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด (8-speed Bentley Dual-Clutch transmission) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time ตามข้อมูลจากโรงงาน Bentley Continental GT V8 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.0 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถสปอร์ตคูเป้ขนาดใหญ่
ในการทดลองขับตลอด 1 วันเต็มในกรุงเทพมหานคร ผมได้สัมผัสถึงบุคลิกที่น่าทึ่งของ Bentley Continental GT V8 อย่างแท้จริง เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องในย่านความเร็วสูงนั้น ช่างเร้าใจและน่าหลงใหล การกดคันเร่งเพียงเล็กน้อยก็ให้การตอบสนองที่ฉับไวและทรงพลัง ส่งแรง G ที่ชัดเจนจนหลังติดเบาะ ความรู้สึกแรกคือรถยนต์ที่มีความยาวเกือบ 5 เมตร และน้ำหนักกว่า 2 ตัน อาจจะอุ้ยอ้ายและไม่คล่องตัว แต่กลับกลายเป็นว่า Bentley Continental GT V8 มีความคล่องตัวสูงเกินคาด สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนานในชีวิตประจำวัน ทั้งการขับขี่ทั่วไป หรือการขับขี่อย่างมีสไตล์
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ผมจับเวลาได้ 3 ครั้ง โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.65 วินาที (4.76, 4.66, 4.54 วินาที) ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขที่โรงงานแจ้งไว้เป็นอย่างมาก ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด ทำงานได้อย่างราบรื่น ไร้การกระตุก หรือความหน่วงที่รู้สึกได้เหมือนเกียร์อัตโนมัติทั่วไป การเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift ช่วยเพิ่มอรรถรสและความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม
Bentley Continental GT V8 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ที่ช่วยปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถยนต์ให้เข้ากับสถานการณ์และความต้องการของผู้ขับขี่:
Sport Mode: โหมดนี้เน้นความเข้มข้นของการขับขี่ เสียงท่อไอเสียจะมีความดุดันเร้าใจมากขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์จะไวขึ้น ระบบช่วงล่างจะหนึบขึ้นเล็กน้อย และพวงมาลัยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพื่อการควบคุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น
Bentley Mode: โหมดนี้เป็นการขับขี่แบบ “All-rounder” ที่สมดุลที่สุด ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และช่วงล่างให้เหมาะสมกับการขับขี่ทั่วไปโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลกับการปรับตั้งค่าใดๆ
Comfort Mode: โหมดนี้เน้นความนุ่มนวลเป็นพิเศษ ช่วงล่างจะถูกปรับให้มีความนุ่มนวลสูงสุด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางที่ต้องการความผ่อนคลาย
Custom Mode: โหมดนี้เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าบุคลิกของรถยนต์ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับตั้งค่าเครื่องยนต์ให้ตอบสนองเร็วขึ้น หรือการปรับตั้งค่าช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลหรือหนึบแน่นตามสไตล์ของผู้ขับขี่
ช่วงล่างที่เหนือชั้น: ผสานความนุ่มนวลและความหนึบแน่นได้อย่างลงตัว
ระบบช่วงล่างของ Bentley Continental GT V8 เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่ง แม้จะเป็นช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) แต่ก็สามารถปรับระดับความสูงต่ำของตัวรถได้ตามความเหมาะสม และทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ได้อย่างลงตัว ในโหมด Comfort ช่วงล่างจะมอบความนุ่มนวลที่น่าประทับใจ เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Sport ช่วงล่างจะถูกปรับให้มีความหนึบแน่นขึ้น โดยไม่รู้สึกกระด้างจนเกินไป ระบบช่วงล่างสามารถเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความยืดหยุ่นและการตอบสนองที่แม่นยำ
ยิ่งไปกว่านั้น การทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานและความเพลิดเพลินในการควบคุมรถได้อย่างเต็มที่ พวงมาลัยไฟฟ้าที่สามารถปรับน้ำหนักได้ตามโหมดการขับขี่ ให้ความรู้สึกคมแม่นยำไม่แพ้คู่แข่งจากเยอรมนี การควบคุมที่แม่นยำ ผสมผสานกับสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ทำให้ Bentley Continental GT V8 เป็นรถสปอร์ตที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
บทสรุป: สัญลักษณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และความเป็นอังกฤษแท้
ตลอดระยะเวลา 1 วันที่ได้ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 รถสปอร์ตคูเป้จากประเทศอังกฤษ ผมต้องขอยกย่องในเรื่องของการเซ็ตช่วงล่างและสมรรถนะที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม พลัง V8 เทอร์โบคู่ เพียงพอแล้วที่จะมอบความเร้าใจและความสนุกสนานในการขับขี่แซงหน้าคันอื่น ๆ ได้อย่างเฉียบฉับไว
อย่างไรก็ตาม ด้วยสนนราคาเริ่มต้นที่ 17,300,000 บาท (สำหรับรุ่นปี 2021) เมื่อเทียบกับออปชันมาตรฐานที่ให้มา อาจจะรู้สึกว่าน้อยไปนิด โดยเฉพาะกล้องรอบคัน ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม Bentley เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสั่งเพิ่มออปชันต่างๆ ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหนังแท้ ลายไม้ หรือระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ และหากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความเป็น “อังกฤษแท้” ความหรูหราอันไร้กาลเวลา และสมรรถนะอันเป็นเลิศ Bentley Continental GT V8 คือคำตอบที่ลงตัวสำหรับคุณ
Bentley Continental GT V8 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะบนล้อ ที่สะท้อนถึงมรดกอันยาวนาน ประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติ และนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่งของ Bentley มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลา สมรรถนะที่น่าตื่นตาตื่นใจ และความประณีตในทุกรายละเอียดที่ได้รับการรังสรรค์อย่างใส่ใจ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความพิเศษของ Bentley และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อย่ารอช้า! ติดต่อ Bentley Bangkok วันนี้ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับ Bentley Continental GT V8 เพื่อสัมผัสกับที่สุดแห่งยนตกรรมอังกฤษที่พร้อมจะเติมเต็มทุกการเดินทางของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bentley Continental GT3 (อ้างอิงจากบทความต้นฉบับ)
Bentley ได้เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน FIA GT3 Championship โดยได้เปิดตัวรถแข่ง Continental GT3 อย่างเป็นทางการในงานเทศกาลความเร็ว Goodwood Festival of Speed ประเทศอังกฤษ ในช่วงวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2013 ที่ผ่านมา Bentley Continental GT3 ได้รับการดัดแปลงรูปลักษณ์ภายนอกให้มีความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์มากขึ้น พร้อมกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่ และปีกคาร์บอนไฟเบอร์ ระบบช่วงล่างและเบรกได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะสมกับการแข่งขัน รถคันนี้ใช้เครื่องยนต์ V8 คู่เทอร์โบ ขนาด 4,000 ซีซี ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยการปรับแต่งเพื่อการแข่งขัน ทำให้ Bentley Continental GT3 มีน้ำหนักลดลงเหลือเพียงประมาณ 1,000 กก. เท่านั้น รถรุ่นคอนเซ็ปต์ของ Continental GT3 เคยเปิดตัวครั้งแรกในงาน Paris Motor Show 2012 และผ่านการทดสอบวิ่งอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายน
Bentley Continental GT V8S (อ้างอิงจากบทความต้นฉบับ)
สำหรับรุ่น Bentley Continental GT V8S ที่มาพร้อมกับราคาเริ่มต้น 20,990,000 บาท มีทั้งรูปแบบ Coupe และ Convertible ให้เลือก บริษัท เอเอสเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ได้นำเสนอรถสปอร์ต Bentley Continental GT V8S เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ดีไซน์ของ Bentley Continental GT V8S ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Bentley ไว้ได้อย่างครบถ้วน อาทิ ไฟหน้าทรงกลมคู่ กระจังหน้าสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ พร้อมฝากระโปรงหน้าที่ยกสูงตรงกลาง เส้นสายของรถมีความโค้งมนแต่ดูหนักแน่น บึกบึน การออกแบบช่องรับลมที่พิเศษช่วยเสริมความสปอร์ต ไฟท้ายขนาดพอเหมาะ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สำหรับรุ่น Coupe มาพร้อมเส้นหลังคาที่โค้งมนสวยงาม ส่วนรุ่น Convertible มาพร้อมหลังคาผ้าใบคุณภาพสูง
ภายในของ Bentley Continental GT V8S เต็มเปี่ยมด้วยความหรูหราและสะดวกสบาย เบาะนั่งหนังดีไซน์สวยงาม ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ คอนโซลหน้าสามารถตกแต่งได้ทั้งลายไม้และหนังตามความต้องการ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบอินโฟเทนเมนต์มาพร้อมหน้าจอขนาด 8 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth และใช้งาน SD Card ได้ พร้อมฮาร์ดดิสก์ในตัวความจุ 30GB
ระบบการขับเคลื่อน ใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4,000 ซีซี ให้กำลัง 528 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่น Coupe สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 309 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ส่วนรุ่น Convertible ทำความเร็วสูงสุดได้ 308 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 11.35 กม./ลิตร
ช่วงล่างและระบบความปลอดภัย ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิลวิชโบน ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ เน้นความนุ่มนวลและยืดหยุ่นแบบสปอร์ต ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ ทำจากคาร์บอน ซิลิกอน พร้อมระบบเบรก ABS, EBD, BA ระบบช่วยการทรงตัว ESP พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าและถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับเบาะหน้าและเบาะหลัง
Bentley Continental GT V8S มี 2 รุ่น คือ Coupe ราคา 20,990,000 บาท และ Convertible ราคา 22,600,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและชมตัวรถได้ที่โชว์รูม PAG ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน