
Bentley Continental GT V8: ยนตรกรรมสุดหรู สปอร์ต เร้าใจ ท้าทายทุกเส้นทาง
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ความเร็ว ความหรูหรา และสมรรถนะขั้นสูงคือหัวใจสำคัญ Bentley Continental GT V8 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความสง่างามเหนือกาลเวลา ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษในฐานะสุดยอดยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากแดนผู้ดีอังกฤษ แบรนด์ Bentley ได้รังสรรค์รถยนต์ที่ตอบสนองทุกความปรารถนาของเหล่าผู้ที่หลงใหลในความประณีต การออกแบบที่โดดเด่น และพละกำลังอันทรงพลัง สำหรับผู้บริหารระดับสูง เซเลบริตี้ และนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ การครอบครอง Bentley คือการแสดงออกถึงรสนิยมและสถานะที่ไม่เหมือนใคร
Bentley Continental GT V8 คือบทพิสูจน์ถึงวิศวกรรมยานยนต์ชั้นเลิศที่ผลิตจากโรงงานอันทรงเกียรติของ Bentley Motors ที่เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 70 ปี นอกเหนือจากรถซีดานหรูหราอย่าง Bentley Flying Spur และ SUV ตระกูล Bentayga แล้ว Bentley Continental GT เจเนอเรชันที่ 3 ยังคงเป็นรถสปอร์ตคูเป้และเปิดประทุนที่ครองใจตลาดทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ในช่วงแรกของการเปิดตัว Bentley Continental GT มาพร้อมขุมพลัง W12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงถึง 635 แรงม้า และแรงบิด 900 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในสมรรถนะอันเหนือชั้น ต่อมา Bentley ได้นำเสนอทางเลือกที่ประหยัดน้ำมันและคล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ซึ่งล่าสุดในปี 2021 บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด หรือ Bentley Bangkok ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ได้นำเสนอ Bentley Continental GT V8 สู่สายตาชาวไทยอย่างเป็นทางการ ในงาน Bangkok Motor Show 2021 และได้เปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่แฝงด้วยความดุดัน
Bentley Continental GT V8 ที่ได้ทดลองขับในครั้งนี้คือรุ่นพื้นฐาน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามและรายละเอียดอันประณีตตามแบบฉบับ Bentley โดยมีตัวถังสีดำสนิทเฉด Onyx ที่ผสานกับเฉดสีน้ำเงินเข้มอย่างลงตัว สร้างมิติและความโดดเด่นเฉพาะตัว สีนี้เป็นสีพิเศษที่เคยใช้ในรุ่น Continental และ Flying Spur รุ่น Speed มาก่อน
ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Matrix (Radshell) ทรงรังผึ้งสีดำตลอดทั้งชิ้น พร้อมโลโก้ปีกนกอันเป็นเอกลักษณ์ และตัวอักษร B อันสง่างาม ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ชุดกันชนหน้าล้อมรอบด้วยชุดไฟหน้า Full Matrix LED อันล้ำสมัย พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist กรอบไฟหน้าคู่แบบ Front Headlamp Bezels ทั้งวงเล็กและวงใหญ่ รวมถึงไฟ DRL แบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยสเกิร์ตใต้กันชนหน้าสีดำเข้ม
เมื่อมองจากด้านข้าง การออกแบบหลังคาที่ลาดเอียงอย่างนุ่มนวลไม่มากนัก ช่วยเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารตอนหลัง ในขณะที่บังโคลนหน้าและหลังยังคงสะท้อนถึงดีไซน์คลาสสิกเหนือกาลเวลาของ Bentley กระจกมองข้างทรงสปูนพร้อมไฟเลี้ยวในตัวให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจน มือเปิดประตูสีดำ เมื่อเปิดประตูจะพบกับไฟส่องสว่างที่ส่องลงพื้นในยามค่ำคืน บังโคลนซ้าย-ขวาติดตั้งช่องระบายอากาศสีดำที่กลมกลืนไปกับตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว สีดำตัดกับสีเงิน แบบ 5 ก้านคู่ Five Tri-Spoke มาพร้อมยาง Pirelli รุ่น PZero ขนาด 265/40 ZR21 สำหรับล้อหน้า และ 305/35 ZR21 สำหรับล้อหลัง สเกิร์ตข้างลายคาร์บอนช่วยเสริมความดุดันให้รถดูเตี้ยลงและสปอร์ตยิ่งขึ้น
ท้ายรถตกแต่งด้วยสปอยเลอร์ขนาดเล็กบนขอบฝากระโปรงท้าย โลโก้ปีกนกและตัวอักษร Bentley อันสง่างาม ไฟท้าย LED ทรงกลมพร้อมกรอบ ดีไซน์กันชนหลังที่ลงตัวพร้อมท่อไอเสียคู่รูปทรงเลข 8 ซ้าย-ขวา ที่ฝังอยู่ภายในกันชน และลิ้นสปอยเลอร์เสริมด้านหลังลายคาร์บอน ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ให้รถดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ไฟตัดหมอกหลังและเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถฝังอยู่ในกันชนหน้าและหลัง (สำหรับรุ่นเริ่มต้นจะมีกล้องมองหลังมาให้) และสัญลักษณ์ V8 บนบังโคลนหน้าซ้าย-ขวา คือรายละเอียดที่บ่งบอกถึงพละกำลังอันน่าทึ่ง
ตัวรถมีขนาดใหญ่ตามสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ด้วยความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,954 มม. ความสูง 1,405 มม. และระยะฐานล้อ 2,851 มม. น้ำหนักรวม 2,164 กก. บนแพลตฟอร์ม MSB platform ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ในเครือ Volkswagen Group อย่าง Bentley Flying Spur, Bentley Mulliner Bacalar รวมถึง Porsche Panamera (971)
ภายใน: ความหรูหราที่มาพร้อมความประณีตในแบบฉบับ Bentley
สำหรับรุ่นพื้นฐาน การตกแต่งภายในยังคงไว้ซึ่งความหรูหราอย่างมีระดับ แต่มีการตัดออปชันบางรายการออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับระดับราคา หากต้องการเพิ่มออปชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่ง วัสดุตกแต่ง หรือระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์อย่าง Bang & Olufsen ก็สามารถสั่งเพิ่มได้ตามต้องการ ซึ่งจะมีผลต่อราคาโดยรวม
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa Beluga สีดำสนิท เบาะนั่งถูกออกแบบมาอย่างโฉบเฉี่ยวและกระชับสรีระ พร้อมปรับด้วยระบบไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง วัสดุหนังแท้คุณภาพสูงที่คัดสรรมาจากแหล่งผลิตชั้นนำในทวีปยุโรป ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและทนทาน แม้การเข้าสู่เบาะหลังอาจต้องใช้สวิตช์ปรับเบาะจากด้านหน้า แต่พื้นที่ก็เพียงพอสำหรับการเดินทางในระยะสั้นๆ สำหรับรถสปอร์ตคูเป้ หลังคาภายในบุด้วยวัสดุคุณภาพสูงสีดำ
คอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังแท้ผสมผสานกับลายไม้ Veneer สีดำ Piano Black สร้างความมันเงาและความหรูหรา สะท้อนถึงความประณีตและดีไซน์ร่วมสมัย
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน หุ้มด้วยหนังแท้ ให้การจับที่กระชับมือ ควบคุมระบบเครื่องเสียง การรับโทรศัพท์ และมาตรวัดต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมก้านควบคุม Cruise Control แบบธรรมดาที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัยซ้าย (อาจต้องศึกษาการใช้งานเล็กน้อย) และ Paddle Shift สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ เพิ่มอรรถรสในการขับขี่
มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ทั้งความเร็ว รอบเครื่องยนต์ รวมถึงข้อมูลต่างๆ เช่น วันที่ คลื่นวิทยุ และแผนที่ บนหน้าจอ TFT กลาง
หน้าจอสัมผัส HD ขนาด 12.3 นิ้ว ให้ความบันเทิงและการสื่อสารที่ครบครัน รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน iOS, Android, Bluetooth, WiFi และ USB 4 ตำแหน่ง พร้อมระบบนำทาง ลำโพง Bentley 10 ตำแหน่ง กำลังขับ 650 วัตต์ มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถยนต์ยุโรปหรูอย่าง Bentley คือนาฬิกาเข็มอนาล็อก ช่องลมแอร์แบบคลาสสิกที่ควบคุมด้วยสวิตช์แบบหมุน/กด
บริเวณคอนโซลเกียร์ หัวเกียร์ตกแต่งด้วยโครเมียมสลับหนังสีดำ สามารถเลื่อนเกียร์จาก R ถึง D และ M ได้โดยการกดที่หัวเกียร์รูปตัว B ส่วนปุ่ม P สำหรับจอดรถจะอยู่ด้านหลังหัวเกียร์ คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black, โครเมียม และสีเงินด้าน ล้อมรอบด้วยปุ่มควบคุมต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวรถ ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า สปอยเลอร์หลังที่สามารถเปิด-ปิดได้ และระบบเลือกโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Bentley, Comfort และ Custom
รถมาพร้อมเบรกมือไฟฟ้า แต่ระบบ Auto Brake Hold จะทำงานเมื่อเหยียบเบรกจนสุดเท่านั้น ปุ่ม Push Start อยู่ตรงกลางปุ่มเลือกโหมดการขับขี่
ระบบความปลอดภัยพื้นฐานประกอบด้วย ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS สำหรับทั้ง 4 ล้อ หากต้องการระบบ Head-up Display, Adaptive Cruise Control หรือกล้องรอบคัน จะต้องสั่งเพิ่มเป็นออปชัน
สมรรถนะ: พลัง V8 ที่เร้าใจเกินคาด
Bentley Continental GT V8 พิสูจน์ให้เห็นว่าการลดขนาดเครื่องยนต์ลงไม่ได้หมายถึงการลดทอนสมรรถนะลงแต่อย่างใด เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด (8-speed Bentley Dual-Clutch transmission) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time
ตามข้อมูลจากโรงงาน รถรุ่นนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.0 วินาที
ประสบการณ์การขับขี่: ความสุขุมที่ซ่อนเร้นความเร่าร้อน
ตลอดระยะเวลาที่ได้ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ในเมืองหลวงของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการขับขี่ในสภาพการจราจรที่หลากหลาย เสียงเครื่องยนต์ V8 ยังคงคำรามอย่างดุดัน ยามที่กดคันเร่งอย่างหนัก แรง G ที่กระทำต่อผู้ขับขี่นั้นน่าประทับใจ ท่ามกลางความยาวเกือบ 5 เมตร และน้ำหนักกว่า 2 ตัน การควบคุมรถกลับมีความคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ผสมผสานกับความสุขุมในการขับขี่ประจำวัน ทำให้การเดินทางในทุกช่วงเวลามีความสมบูรณ์แบบ
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 3 ครั้ง โดยผลลัพธ์เฉลี่ยอยู่ที่ 4.65 วินาที ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขที่โรงงานแจ้งไว้มาก เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีการกระตุก หรือหน่วงใดๆ เหมือนเกียร์อัตโนมัติทั่วไป การใช้ Paddle Shift ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
โหมดการขับขี่ทั้ง 4 รูปแบบ มอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:
Sport: เน้นความเข้มข้นของการขับขี่ เสียงท่อไอเสียจะดังหนักแน่นและเร้าใจ ช่วงล่างจะหนึบขึ้น และพวงมาลัยจะมีน้ำหนักแข็งขึ้นเล็กน้อย
Bentley: เน้นการขับขี่ทั่วไป รถจะคำนวณและปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับเส้นทางได้อย่างเต็มที่
Comfort: เน้นความนุ่มนวล ช่วงล่างจะนุ่มนวลเป็นพิเศษ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเมือง
Custom: ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นกำลังของเครื่องยนต์ หรือความหนึบ/นุ่มของช่วงล่าง
ช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ และทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ได้อย่างลงตัว ในโหมด Comfort จะเน้นความนุ่มนวล ในขณะที่โหมด Sport จะให้ความหนึบแน่นแต่ไม่แข็งกระด้าง ระบบ Full-Time 4WD ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน พวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับน้ำหนักได้ตามโหมดการขับขี่ ให้ความคมแม่นยำไม่แพ้คู่แข่งจากเยอรมนี
บทสรุป: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่ไร้ที่สิ้นสุด
ตลอดระยะเวลา 1 วัน ที่ได้สัมผัส Bentley Continental GT V8 การเซ็ตช่วงล่างและการควบคุมรถถือว่ายอดเยี่ยม พละกำลังจากเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่เพียงพอที่จะมอบความสนุกสนาน และความเร้าใจในการแซงได้อย่างเฉียบฉับไว
อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาค่าตัวที่ 17.3 ล้านบาท (สำหรับรุ่นพื้นฐาน) อาจรู้สึกว่าออปชันบางอย่าง โดยเฉพาะกล้องรอบคัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในที่แคบๆ ควรมีมาให้ตั้งแต่ต้น แต่ข่าวดีคือ ออปชันอื่นๆ ส่วนใหญ่สามารถสั่งเพิ่มได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังแท้ ลายไม้ หรือระบบเครื่องเสียงชั้นนำ
สำหรับผู้ที่มองหายนตรกรรมสปอร์ตหรูสัญชาติอังกฤษแท้ๆ ที่ผสานความสง่างามเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจ Bentley Continental GT V8 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
ขอขอบคุณ บริษัท เอเอสเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด หรือ Bentley Bangkok ที่ให้ความอนุเคราะห์รถยนต์ Bentley Continental GT V8 ในการทดลองขับครั้งนี้
สิ่งที่ประทับใจ:
ดีไซน์ภายนอกที่สง่างามและดุดัน
การตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่ใช้งานได้ดีกว่า Bentley รุ่นก่อนๆ
เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ที่ตอบสนองได้อย่างคล่องแคล่ว
พวงมาลัยที่คมและช่วงล่างที่นุ่มหนึบตามสไตล์รถสมรรถนะสูง
ความยืดหยุ่นในการเลือกปรับแต่งออปชันภายใน ทั้งโทนสี ลายไม้ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ตามความพึงพอใจ
Bentley Continental GT3: ก้าวสู่สังเวียน FIA GT3 Championship
Bentley ได้เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน FIA GT3 Championship โดยการเปิดตัวรถแข่ง Continental GT3 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อลงสนามแข่งขันโดยเฉพาะ รถคันนี้ได้เผยโฉมครั้งแรกในงาน Goodwood Festival of Speed ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2013
Bentley Continental GT3 ได้รับการปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอกให้มีอากาศพลศาสตร์ที่ลู่ลมมากขึ้น กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่พร้อมติดตั้งปีกคาร์บอนไฟเบอร์ ห้องโดยสาร ระบบกันสะเทือน และระบบเบรก ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะสมกับการแข่งขัน
ใช้เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4,000 ซีซี ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหลัง ด้วยการปรับแต่งเพื่อการแข่งขัน ทำให้ Bentley Continental GT3 มีน้ำหนักรวมประมาณ 1,000 กก. เท่านั้น รถรุ่นนี้เคยเผยโฉมในรูปแบบคอนเซ็ปต์ครั้งแรกในงาน Paris Motor Show 2012 และผ่านการทดสอบวิ่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน
Bentley Continental GT V8S: ความเร้าใจที่เหนือกว่า
สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้นไปอีกระดับ Bentley Continental GT V8S ทั้งในรุ่น Coupe และ Convertible มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยราคาเริ่มต้น 20,990,000 บาท
บริษัท เอเอสเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่าย Bentley อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้เปิดตัว Bentley Continental GT V8S เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีทั้งรุ่น Coupe และ Convertible ให้เลือก
ดีไซน์ของ Bentley Continental GT V8S ยังคงเอกลักษณ์ของ Bentley ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าทรงกลมคู่ กระจังหน้าสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่พร้อมฝากระโปรงยกสูงตรงกลาง เส้นสายตัวถังที่โค้งมนแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง เพิ่มความสปอร์ตด้วยช่องรับลมดีไซน์พิเศษ ไฟท้ายขนาดพอเหมาะ และล้ออัลลอย 20 นิ้ว รุ่น Coupe มาพร้อมเส้นหลังคาที่โค้งมน ส่วนรุ่นเปิดประทุนมีหลังคาผ้าใบคุณภาพดี
ภายในห้องโดยสาร ยังคงความหรูหราและสะดวกสบาย เบาะนั่งหนังดีไซน์สวย สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อมระบบอุ่นเบาะ คอนโซลหน้าสามารถเลือกตกแต่งด้วยไม้หรือหนังได้ตามต้องการ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ระบบ Infotainment มาพร้อมหน้าจอขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth รองรับ SD Card และมีฮาร์ดดิสก์ภายในขนาด 30GB
ขุมพลังของ Bentley Continental GT V8S คือเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4,000 ซีซี ให้กำลัง 528 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่น Coupe ทำความเร็วสูงสุดได้ 309 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ส่วนรุ่นเปิดประทุนทำความเร็วสูงสุด 308 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 11.35 กม./ลิตร
Bentley Continental GT V8S ติดตั้งช่วงล่างและระบบความปลอดภัยมาอย่างครบถ้วน ด้านหน้าเป็นแบบ Double Wishbone ด้านหลังเป็นแบบ Multi-link เน้นความนุ่มนวลและยืดหยุ่นแบบสปอร์ต ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ ทำจาก Carbon-Silicon มาพร้อมระบบ ABS, EBD, BA, ระบบช่วยการทรงตัว ESP และถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้าง
Bentley Continental GT V8S มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Coupe ราคา 20,990,000 บาท และรุ่นเปิดประทุน ราคา 22,600,000 บาท ท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเข้าชมตัวรถได้ที่โชว์รูม PAG ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
สัมผัสประสบการณ์ Bentley Continental GT V8 ที่เหนือระดับ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความหรูหรา สมรรถนะอันเร้าใจ และดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา Bentley Continental GT V8 คือยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ อย่ารอช้าที่จะเข้ามาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง และเป็นเจ้าของสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบนี้ได้แล้ววันนี้ที่ Bentley Bangkok พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำและบริการที่เหนือระดับ เพื่อให้คุณได้ค้นพบ Bentley ที่ใช่สำหรับคุณ.