
Bentley Continental GT V8: สุนทรียะแห่งการขับขี่ สไตล์ผู้ดีอังกฤษ อัปเดต 2025
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของรถยนต์หรูมากมาย แต่สำหรับแบรนด์ที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลาอย่าง Bentley ชื่อนี้ยังคงมีความหมายพิเศษเสมอ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง Bentley Continental GT V8 ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหรา สง่างาม และสมรรถนะที่เร้าใจ การได้สัมผัส Bentley Continental GT V8 เวอร์ชั่นล่าสุดในปี 2025 นี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความยอดเยี่ยมของยนตรกรรมจากประเทศอังกฤษ ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับขี่
Bentley Continental GT V8: มรดกแห่งความหรูหราและความแรง
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส สัญลักษณ์แห่งความหรูหราและสมรรถนะอันเป็นเลิศ ก่อตั้งมายาวนานกว่าศตวรรษ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน โรงงานที่เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ได้สร้างสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนถึงบารมีและความสง่างาม สู่สายตาชาวโลกอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากซีดานสุดหรูอย่าง Flying Spur และ SUV อเนกประสงค์ Bentayga แล้ว Continental GT ก็คือผลงานชิ้นเอกที่เป็นตัวแทนของแบรนด์ในกลุ่มสปอร์ตคาร์พรีเมียม
Continental GT ในเจเนอเรชันที่ 3 นี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอทั้งรุ่นตัวถังคูเป้ และคอนเวอร์ทิเบิล มาพร้อมขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ในช่วงแรก เราได้เห็นพลังจากเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตร ให้กำลัง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นที่ยอมรับในสมรรถนะระดับสูง ต่อมาในปี 2021 Bentley ได้ยกระดับการนำเสนอด้วยเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่แม้จะเล็กลง แต่กลับมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าทึ่งไม่แพ้กัน และล่าสุด Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ก็ได้นำเสนอ Bentley Continental GT V8 เวอร์ชั่นอัปเดต สู่ตลาดเมืองไทย ทำให้ผู้ที่หลงใหลในสุนทรียศาสตร์แห่งการขับขี่ได้มีโอกาสสัมผัสยนตรกรรมชิ้นนี้อย่างใกล้ชิด
นิยามใหม่แห่งความสง่างาม: การออกแบบภายนอก
ในการรีวิวครั้งนี้ ผมได้สัมผัส Bentley Continental GT V8 รุ่นเริ่มต้น ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันสะท้อนถึงรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ แม้จะเป็นรุ่นพื้นฐาน แต่ก็สามารถสั่งเพิ่มออปชันภายนอกเพื่อปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการได้อย่างอิสระ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อราคาโดยรวมของรถ
ตัวถังสีดำ Onyx ที่ผสานเฉดสีน้ำเงินเข้มอย่างลงตัว สร้างมิติที่โดดเด่นเหนือใคร เป็นสีที่เคยปรากฏในรุ่น Continental และ Flying Spur รุ่น Speed มาก่อน สะท้อนถึงความเข้มข้นและทรงพลัง กระจังหน้าทรง Matrix แบบรังผึ้งถูกตกแต่งด้วยสีดำเงา โดดเด่นด้วยโลโก้ปีกนกอันเป็นสัญลักษณ์ของ Bentley พร้อมชุดระบายอากาศในกันชนหน้า ไฟหน้า LED แบบ Full Matrix LED พร้อมระบบ High Beam Assist ส่องสว่างอย่างแม่นยำในทุกสภาพแสง กรอบไฟหน้าทั้งวงเล็กและวงใหญ่ เสริมด้วยไฟ DRL แบบ LED ที่สะท้อนถึงความทันสมัย ชายล่างกันชนหน้าตกแต่งด้วยลิปคาร์บอนไฟเบอร์สีเข้ม เพิ่มความดุดัน
เมื่อมองจากด้านข้าง การออกแบบหลังคาที่ลาดเอียงลงอย่างนุ่มนวล ไม่เพียงแต่เพิ่มความสง่างาม แต่ยังคงความสบายของห้องโดยสารด้านหลังได้อย่างลงตัว ดีไซน์บังโคลนหน้าและหลังได้แรงบันดาลใจจากรถ Bentley รุ่นคลาสสิก สะท้อนถึงความหรูหราเหนือกาลเวลา กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูน ให้มุมมองที่ชัดเจน มือจับประตูสีดำสนิท เมื่อเปิดประตูจะมีไฟส่องสว่างใต้ประตูในยามค่ำคืน ช่องระบายอากาศข้างบังโคลนหน้า-หลัง กลมกลืนไปกับเส้นสายของตัวรถ
ล้ออัลลอยสีดำเงา ขนาด 21 นิ้ว ลาย Five Tri-Spoke ตัดกับสีเงิน เป็นการผสมผสานที่ลงตัว ยาง Pirelli PZero ขนาด 265/40 ZR21 สำหรับล้อหน้า และ 305/35 ZR21 สำหรับล้อหลัง เป็นการรับประกันถึงประสิทธิภาพการยึดเกาะ ชายล่างประตูตกแต่งด้วยลายคาร์บอนไฟเบอร์ เสริมบุคลิกสปอร์ต ฝากระโปรงท้ายตกแต่งด้วยสปอยเลอร์ขนาดเล็ก สัญลักษณ์ปีกนกและตัวอักษร Bentley ส่องประกาย ไฟท้าย LED ทรงกลมพร้อมกรอบ รับกับดีไซน์กันชนหลังที่ลงตัว ท่อไอเสียคู่รูปทรงเลข 8 ซ้าย-ขวา ฝังอยู่ในกันชน เสริมด้วยลิ้นสปอยเลอร์หลังลายคาร์บอนไฟเบอร์ เติมเต็มภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง ไฟตัดหมอกหลัง และเซ็นเซอร์กะระยะจอดหน้า-หลัง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (รุ่นเริ่มต้นมาพร้อมกล้องมองหลัง) สัญลักษณ์ V8 บนบังโคลนหน้าทั้งสองข้าง ตอกย้ำขุมพลังอันน่าภาคภูมิใจ
ตัวรถมีขนาดใหญ่ตามสไตล์รถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ด้วยความยาว 4,850 มม. ความกว้าง 1,954 มม. และความสูง 1,405 มม. ระยะฐานล้อ 2,851 มม. น้ำหนักตัวรถ 2,164 กก. พัฒนาบนแพลตฟอร์ม MSB ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ในเครือ Volkswagen Group รวมถึง Bentley Flying Spur, Bentley Mulliner Bacalar และ Porsche Panamera (971) ซึ่งเป็นการการันตีถึงความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
สัมผัสแห่งความหรูหราที่ปรับแต่งได้: ภายในห้องโดยสาร
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT V8 คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหราที่เหนือระดับ แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถัน การเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมเป็นสิ่งที่ Bentley ให้ความสำคัญสูงสุด การตกแต่งสีดำ Beluga Nappa ที่ตัดกับเบาะหนังแท้คุณภาพสูง เป็นการแสดงออกถึงรสนิยมที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรา หนังที่ใช้คัดสรรจากวัวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าอันบริสุทธิ์ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ซึ่งมั่นใจได้ว่าปราศจากริ้วรอยจากแมลงหรือสิ่งรบกวนอื่นๆ
เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต โอบกระชับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อมระบบความจำ 2 ตำแหน่ง ให้ความสบายสูงสุดในการเดินทางไกล การเข้าสู่เบาะหลังอาจต้องอาศัยสวิตช์ปรับเบาะหน้าเล็กน้อย แต่พื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลังนั้นเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้น หรือสำหรับเด็กๆ ด้วยการออกแบบตามสไตล์รถคูเป้ ส่วนวัสดุบุหลังคาคุณภาพสูงสีดำ สร้างความรู้สึกที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว
คอนโซลหน้าหุ้มด้วยหนังแท้ ผสมผสานกับลายไม้ Veneer สีดำ Piano Black ที่เงางาม สะท้อนความพิถีพิถันและความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน หุ้มหนังแท้ พร้อมก้านจับที่กระชับมือ ควบคุมระบบเครื่องเสียง โทรศัพท์ และมาตรวัดได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมก้าน Cruise Control ที่ใช้งานง่าย และ Paddle Shift สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ เพิ่มอรรถรสในการขับขี่
มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถปรับการแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว รอบเครื่องยนต์ หรือข้อมูลอื่นๆ จอแสดงผลกลางแบบ TFT แสดงข้อมูลสำคัญ เช่น วันที่ สถานีวิทยุ และแผนที่นำทางได้อย่างครบถ้วน
หน้าจอสัมผัส HD ขนาด 12.3 นิ้ว มอบประสบการณ์ความบันเทิงและการสื่อสารที่ยอดเยี่ยม รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน iOS, Android, Bluetooth, Wi-Fi และ USB 4 ตำแหน่ง ระบบนำทางที่แม่นยำ ช่วยให้การเดินทางราบรื่น ลำโพง Bentley 10 จุด กำลังขับ 650 วัตต์ มอบระบบเสียงที่ทรงพลัง นาฬิกาเข็มอนาล็อกสุดคลาสสิก ช่องแอร์ดีไซน์เหนือกาลเวลา พร้อมสวิตช์ปรับแบบกด/ดึง เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์หรูสไตล์ยุโรป
บริเวณคอนโซลเกียร์ ตกแต่งด้วยหัวเกียร์สีเงินโครเมียมสลับหนังสีดำ การเลือกเกียร์ตั้งแต่ R ถึง D และ M ทำได้ง่ายดายเพียงกดที่หัวเกียร์รูปตัว B ส่วนการจอดรถ ใช้ปุ่ม P ที่อยู่ด้านหลังหัวเกียร์ คอนโซลเกียร์ตกแต่งด้วยสีดำ Piano Black, โครเมียม และสีเงินด้าน รายล้อมด้วยปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของตัวรถ ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า สปอยเลอร์หลังที่สามารถเปิด-ปิดได้ และโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Bentley, Comfort และ Custom ซึ่งแต่ละโหมดจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และพวงมาลัย ให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ เบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง ปุ่ม Push Start สำหรับสตาร์ทเครื่องยนต์
ด้านระบบความปลอดภัย Bentley Continental GT V8 มาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่เพียงพอ เช่น ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot, ถุงลมนิรภัยรอบคัน, และระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง TPMS แต่หากต้องการระบบ Head-up Display, Adaptive Cruise Control หรือกล้องรอบคัน ก็สามารถสั่งเพิ่มเป็นออปชันพิเศษได้
สมรรถนะ V8 เทอร์โบคู่: พลังที่เหนือความคาดหมาย
แม้จะลดขนาดเครื่องยนต์ลง แต่ Bentley Continental GT V8 ก็ยังคงมอบสมรรถนะที่น่าประทับใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร (3,993 ซีซี) พละกำลังสูงสุด 550 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 770 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 จังหวะ (8-speed Bentley Dual-Clutch transmission) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time
ตามข้อมูลโรงงาน Bentley Continental GT V8 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กม./ชม. และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.0 วินาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถสปอร์ตคูเป้ขนาดนี้
ประสบการณ์ขับขี่จริง: ดุดัน สง่างาม และคล่องตัว
จากการทดลองขับเป็นเวลา 1 วัน ในสภาพการจราจรที่หลากหลาย ทั้งในกรุงเทพฯ และการเดินทางออกนอกเมือง ผมได้สัมผัสถึงบุคลิกที่หลากหลายของ Bentley Continental GT V8
เสียงเครื่องยนต์ V8 คำรามอย่างดุดันเมื่อกดคันเร่งหนักๆ ให้ความรู้สึกเร้าใจ แรง G ที่ถ่ายทอดสู่ผู้ขับขี่นั้นหนักหน่วง แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลแบบรถสปอร์ตพรีเมียม แม้จะมีขนาดตัวที่ใหญ่และน้ำหนักกว่า 2 ตัน แต่ Continental GT V8 กลับให้การตอบสนองที่คล่องแคล่วเกินคาด การขับขี่ในชีวิตประจำวันทำได้อย่างสบายๆ และการขับออกถนนใหญ่ ก็ยังคงให้ความรู้สึกมั่นคง และสง่างาม
ในการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สามารถจับเวลาได้เฉลี่ย 4.65 วินาที ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขจากโรงงาน สะท้อนถึงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 จังหวะ ทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีอาการกระตุกหรือหน่วง ให้ความรู้สึกต่อเนื่องในการเร่งแซง ยิ่งเมื่อใช้งานร่วมกับ Paddle Shift ยิ่งเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่
โหมดการขับขี่ทั้ง 4 โหมด ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:
Sport: เน้นความดุดันของเสียงท่อไอเสีย การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่เฉียบคมขึ้น ช่วงล่างจะหนึบขึ้น และพวงมาลัยจะมีน้ำหนักมากขึ้นเล็กน้อย
Bentley: เป็นโหมดการขับขี่ทั่วไป ที่ระบบจะคำนวณและปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ มอบความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความสบาย
Comfort: เน้นความนุ่มนวลของช่วงล่าง เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง หรือการเดินทางที่ต้องการความผ่อนคลาย
Custom: ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าการทำงานของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และพวงมาลัย ได้ตามความต้องการส่วนบุคคล
ช่วงล่างถุงลมสามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ และทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ได้อย่างลงตัว ในโหมด Comfort จะมอบความนุ่มนวล ในขณะที่โหมด Sport จะให้ความหนึบแน่นที่ทรงประสิทธิภาพ การเก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนทำได้อย่างยอดเยี่ยม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time มอบความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน พวงมาลัยไฟฟ้า ให้การตอบสนองที่แม่นยำ น้ำหนักเบาหรือหนักขึ้นตามโหมดการขับขี่ ทำให้รู้สึกถึงการควบคุมรถที่เฉียบคม ไม่แพ้คู่แข่งจากเยอรมนี
สรุป: ยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
ตลอดระยะเวลา 1 วัน ที่ได้ทดลองขับ Bentley Continental GT V8 ผมประทับใจเป็นพิเศษกับการเซ็ตอัพช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม และพลังของเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ที่เพียงพอต่อการขับขี่ด้วยความเร็วสูง และการแซงอย่างเฉียบฉับไว ด้วยราคา 17.3 ล้านบาท (สำหรับรุ่นที่ทดสอบ) แม้ว่าออปชันบางรายการ เช่น กล้องรอบคัน อาจจะยังไม่เพียงพอสำหรับบางสถานการณ์ แต่ความสามารถในการสั่งเพิ่มออปชันต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกตามความต้องการ ทำให้ Bentley Continental GT V8 เป็นรถที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มองหาความสง่างาม สไตล์อังกฤษแท้ๆ และสมรรถนะอันเป็นเลิศได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Bentley Continental GT V8: อนาคตแห่งมอเตอร์สปอร์ต
เรื่องราวของ Bentley ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่รถยนต์หรูสำหรับใช้งานทั่วไป แต่ยังรวมถึงการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตด้วย Bentley ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการลงประลองความเร็วและความอึดในรายการ FIA GT3 Championship โดยได้เปิดตัวรถที่พร้อมสำหรับการแข่งขันอย่าง Continental GT3 มาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์สำหรับใช้งานบนถนนจริงได้
Bentley Continental GT V8S: อีกระดับของความเร้าใจ
สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้นไปอีกระดับ Bentley Continental GT V8S เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งในรุ่น Coupe และ Convertible โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 20.99 ล้านบาท รุ่น V8S นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบที่สง่างามของ Bentley ไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่เพิ่มความสปอร์ตด้วยช่องรับลมดีไซน์พิเศษ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสาร หรูหราด้วยเบาะหนังปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง คอนโซลที่ตกแต่งด้วยไม้หรือหนังตามความต้องการ ระบบอินโฟเทนเมนต์หน้าจอ 8 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่หลากหลาย
เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 528 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่น Coupe ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 309 กม./ชม. ส่วนรุ่น Convertible ทำได้ 4.7 วินาที และ 308 กม./ชม. ตามลำดับ ช่วงล่างและระบบความปลอดภัยจัดเต็ม พร้อมระบบเบรกคาร์บอน-เซรามิก เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
ติดต่อเพื่อสัมผัสประสบการณ์ Bentley
สำหรับผู้ที่สนใจในยนตรกรรม Bentley Continental GT V8 หรือ V8S สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อชมตัวรถและทดลองขับได้ที่ Bentley Bangkok โดย AAS Auto Service ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อสัมผัสกับสุนทรียศาสตร์แห่งการขับขี่ สไตล์ผู้ดีอังกฤษ ที่จะเติมเต็มทุกการเดินทางของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้น