
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย): สานสัมพันธ์ ยกระดับประสบการณ์ สู่ชุมชน “Friend with Benz” พร้อมเปิดตัวยนตรกรรม AMG สุดพิเศษ ณ งาน Bangkok International Motor Show 2025
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับลักชัวรีที่หมุนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง การสร้างความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่า การต่อยอดจากความสำเร็จในปีก่อนหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ประกาศย้ำถึงพันธกิจในการยกระดับความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าชาวไทย ด้วยการเชิญชวนผู้ที่มี “Passion for Benz” มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจภายใต้ชื่อ “Friend with Benz” การเปิดตัวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้น ณ มหกรรมยานยนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี ณ บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568
“Friend with Benz”: การสร้างชุมชนแห่งผู้หลงใหลในเมอร์เซเดส-เบนซ์
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลยุทธ์นี้ว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและหยั่งรากลึกในสังคมไทย การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและตอกย้ำจุดร่วมทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราแตกต่างและโดดเด่นในตลาด”
ย้อนกลับไปในงาน Motor Show 2024 แคมเปญ “The Meaning of Benz” ได้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับแบรนด์ผ่านเรื่องราวอันลึกซึ้ง และในปี 2025 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้องการก้าวไปอีกขั้น ด้วยการต่อยอดไปสู่การสร้าง “คอมมูนิตี้” ที่แท้จริง ที่ซึ่งสมาชิกจะได้พบปะ แลกเปลี่ยน และจุดประกายแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน
“เราต้องการเชิญชวนผู้ที่มี Passion for Benz มาร่วมเป็น ‘Friend with Benz’ ไปด้วยกัน” มร. ชเวงค์ กล่าวเสริม “นอกจากการได้พบปะผู้คนที่มีความหลงใหลในแบรนด์เดียวกันแล้ว ที่บูธของเรา ผู้เข้าชมยังจะได้สัมผัสกับยนตรกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปิดตัว 3 สมาชิกใหม่จากตระกูล Mercedes-AMG ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา”
MANUFAKTUR Exclusive: นิยามใหม่แห่งการสร้างสรรค์ยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury
หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของการจัดแสดงในครั้งนี้ คือการเปิดตัว MANUFAKTUR Exclusive โปรแกรมปรับแต่งรถยนต์ระดับสูง ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า Top-End Luxury โดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซปต์ “MADE TO MEASURE” โปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถร่วมออกแบบรถยนต์ในฝันได้อย่างอิสระ ตั้งแต่รุ่น S-Class อันทรงเกียรติ ไปจนถึงไลน์อัพสุดยอดสมรรถนะอย่าง Mercedes-AMG และ Mercedes-Maybach รวมถึง G-Class อันเป็นต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR
“MANUFAKTUR Exclusive ไม่ใช่แค่การเลือกออปชัน แต่เป็นการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด” มร. ชเวงค์ อธิบาย “เรานำเสนอทางเลือกสีตัวถังที่มากขึ้นถึง 50 เฉดสี และการตกแต่งภายในด้วยเฉดสีอีกกว่า 20 รูปแบบ นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณสามารถปรับแต่งทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในได้ตามต้องการ ยกตัวอย่างเช่น สำหรับ G-Class โปรแกรมนี้สามารถสร้างสรรค์รูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านแบบ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าของรถได้อย่างแท้จริง”
โปรโมชั่น “Friend get Friend”: มอบสิทธิพิเศษเพื่อสานสัมพันธ์
เพื่อตอกย้ำแนวคิด “Friend with Benz” และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในชุมชน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Friend get Friend” ซึ่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าที่ชวนเพื่อนมาซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งที่งาน Motor Show 2025 และที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ สิทธิพิเศษนี้มีเฉพาะในช่วงเวลาที่งานเท่านั้น
3 สมาชิกใหม่จากครอบครัว Mercedes-AMG: ยกระดับนิยามแห่งสมรรถนะและดีไซน์
ไฮไลท์สำคัญของการเปิดตัวในครั้งนี้คือการปรากฏตัวของ 3 ยนตรกรรมใหม่จาก Mercedes-AMG ที่พร้อมจะเข้ามาเติมเต็มความเร้าใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูง:
Mercedes-AMG G 63: สัญลักษณ์แห่งความแกร่งเหนือกาลเวลา
The Mercedes-AMG G 63 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ออฟโรด แต่เป็นตำนานที่ผสานความแข็งแกร่ง สมรรถนะอันดุดัน และเอกลักษณ์ที่เหนือกาลเวลาได้อย่างลงตัว เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งประกอบขึ้นตามแนวคิด “One Man, One Engine” ผสานกับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 850 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 4.5 วินาที เสริมด้วยระบบ Mild Hybrid ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและตอบสนองได้อย่างฉับไว
Mercedes-AMG G 63 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สปอร์ตเปิดประทุน ผสมผสานความหรูหราและสมรรถนะสูงสุด
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ คือนิยามใหม่ของรถสปอร์ตเปิดประทุนระดับลักชัวรี ที่ผสานความงามสง่าเข้ากับสมรรถนะอันเหนือชั้นตามแบบฉบับ AMG เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้เพียง 3.9 วินาที ด้วยระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการขับขี่ที่หลากหลาย ทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่ง
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: เรือธงแห่งตระกูล GT ขุมพลังที่ไร้ขีดจำกัด
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ คือเจเนอเรชันที่ 2 ของตระกูล GT ที่กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในประเทศไทย ด้วยรหัสตัวถัง C192 เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ติดตั้งในตำแหน่ง “hot inside ‘V'” อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ส่งให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งระบบควบคุมเครื่องยนต์อย่างเหนือชั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการตอบสนองให้สูงสุด พร้อมการตกแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ด้วยลายเซ็นของผู้ประกอบ ที่บ่งบอกถึงความเป็น AMG อย่างแท้จริง
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท
กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นกลุ่มลักชัวรีและสมรรถนะของ AMG
ในภาพรวม ตลาดรถยนต์หรูในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มียอดขาย 9,189 คัน ซึ่งถือเป็นการหดตัวประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ระดับเริ่มต้น ที่มีการแข่งขันสูงและได้รับผลกระทบจากยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ เลือกที่จะมุ่งเน้นกลยุทธ์ไปที่ตลาดกลุ่มลักชัวรี และรถยนต์สมรรถนะสูงจาก AMG ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของลูกค้า
ตัวอย่างความสำเร็จของกลยุทธ์นี้ คือการเปิดตัว Mercedes-Benz E-Class ใหม่ ที่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% ในปีที่ผ่านมา และ Mercedes-AMG CLE 53 Coupe ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็สามารถสร้างสัดส่วนการขายในกลุ่ม AMG ได้ถึง 30% แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับยนตรกรรมกลุ่มนี้
การปรับแต่งที่เหนือระดับ: G-Class กับความพิเศษที่ไม่มีวันสิ้นสุด
สำหรับ Mercedes-AMG G 63 การปรับแต่งยังคงเป็นหัวใจหลัก โดยนอกจากออปชันมาตรฐานที่มีให้เลือกมากมายแล้ว ยังมี OPTIONAL EXTRA ที่ลูกค้าสามารถเลือกเพิ่มเติมได้อีกหลายรายการ ตั้งแต่สีตัวถังพิเศษแบบ MANUFAKTUR ล้ออัลลอย AMG ที่หลากหลาย ชุดแต่ง AMG Night Package และ Black Accents รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่ง “G manufaktur” ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในแบบ EXCLUSIVE หรือ SUPERIOR Line การผสมผสานเหล่านี้ทำให้ G-Class แต่ละคันมีความเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนบุคลิกและรสนิยมของเจ้าของได้อย่างแท้จริง
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: สุนทรีย์แห่งการขับขี่ในสนามแข่งและบนท้องถนน
ในส่วนของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ นอกเหนือจากสมรรถนะอันดุดันแล้ว ระบบ AMG SOUND ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ผู้ขับขี่สามารถปรับโทนเสียงของเครื่องยนต์และเทอร์โบผ่านระบบ AMG Real Performance Sound ได้หลากหลายระดับ ตั้งแต่ความสปอร์ตเร้าใจ ไปจนถึงความนุ่มนวลที่ลงตัว ผ่านระบบ AMG DYNAMIC SELECT ระบบปฏิบัติการ MBUX7 ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว ที่สามารถปรับระดับได้ถึง 32 องศา และจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลแบบ AMG-specific indicators ช่วยเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: ความสง่างามที่มาพร้อมพละกำลังที่เหนือกว่า
สำหรับ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ยังคงรักษา DNA ของรถสปอร์ตเปิดประทุนชั้นนำไว้ได้อย่างครบถ้วน ระบบ AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission และ RACE START ทำให้การออกตัวและการเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น ระบบ AMG Rear-Axle Steering ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้ง และระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ที่ปรับได้ 3 ระดับ ให้ความยืดหยุ่นในการขับขี่ตามสภาพถนนและสไตล์ของผู้ขับขี่
การตกแต่งภายในมาพร้อมระบบ MBUX7 หน้าจอขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า และจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว ที่มาพร้อม AMG-specific indicators พวงมาลัย AMG Performance steering wheel และเบาะ AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF ช่วยมอบความสบายและความหรูหราในทุกการเดินทาง
บทสรุป
การปรากฏตัวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงยนตรกรรมสุดหรู แต่เป็นการประกาศก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยการผสมผสานนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก การออกแบบที่ไร้ที่ติ และการสร้างสรรค์ชุมชนที่เชื่อมโยงผู้ที่มีความหลงใหลในแบรนด์เดียวกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านี้ ไม่ควรพลาดโอกาสในการเยี่ยมชมบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อค้นหา “เพื่อนใหม่” ของคุณ และก้าวเข้าสู่โลกแห่งความหรูหรา สมรรถนะ และแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด.