
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย): เปิดมิติใหม่แห่งประสบการณ์ “Friend with Benz” พร้อมยกระดับความหรูหราด้วย MANUFAKTUR Exclusive ณ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในแบรนด์ที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่งและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างน่าประทับใจ คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในปี 2568 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความผูกพันอันลึกซึ้งกับลูกค้าชาวไทยผ่านกลยุทธ์การตลาดที่เน้นคุณค่าและความหมาย พร้อมเปิดตัวยนตรกรรมสุดพิเศษ และโปรแกรมการปรับแต่งรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า Top-End Luxury อย่างแท้จริง ณ มหกรรมยานยนต์อันทรงเกียรติ ณ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025
“Friend with Benz”: สร้างคอมมูนิตี้แห่งแรงบันดาลใจและความหลงใหลในยนตรกรรม
หัวใจสำคัญของการสื่อสารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในปีนี้ คือการต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ “The Meaning of Benz” เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสามารถเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างงดงาม สำหรับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มอเตอร์ โชว์ 2025 นี้ ทางแบรนด์ได้ยกระดับการสร้างความสัมพันธ์ไปอีกขั้น ด้วยการเชิญชวนผู้ที่มี “Passion for Benz” มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่เรียกว่า “Friend with Benz” แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความหลงใหล และการเดินทางแห่งชีวิต การสร้างพื้นที่ให้กลุ่มคนที่มีความรักในแบรนด์ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และแบ่งปันประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังและจะสร้างความแตกต่างในตลาดรถยนต์ลักชัวรีได้อย่างแน่นอน
Mr. Martin Schwenk ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์นี้ว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นมากกว่าแบรนด์รถยนต์หรู เราคือส่วนหนึ่งของเรื่องราวชีวิตผู้คนในประเทศไทย การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าของเราคือหัวใจสำคัญ และ ‘Friend with Benz’ คือก้าวต่อไปที่เราต้องการจะเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอันอบอุ่นของเรา”
ภายในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ 2025 บูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี) จะเป็นศูนย์รวมของผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ ที่ซึ่งผู้เข้าชมจะได้พบปะกับผู้ที่มีความสนใจร่วมกัน รวมถึงได้สัมผัสกับยนตรกรรมจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ครบทุกเซกเมนต์
MANUFAKTUR Exclusive: ปลดปล่อยจินตนาการไร้ขีดจำกัดในรถยนต์สุดหรู
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเอกลักษณ์และความพิเศษที่เหนือกว่า โปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive คือคำตอบที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งใจนำเสนอในปีนี้ โดยโปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้า Top-End Luxury อย่างแท้จริง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “MADE TO MEASURE” หรือ “สร้างสรรค์ตามความต้องการ” ลูกค้าสามารถร่วมออกแบบรถยนต์ในฝันของตนเองได้อย่างอิสระ โดยครอบคลุมตั้งแต่ S-Class, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach ไปจนถึง G-Class ซึ่งเป็นโมเดลต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR
ความเป็นไปได้ในการปรับแต่งนั้นมีมหาศาล ตั้งแต่การเลือกสีตัวถังภายนอกที่มีให้เลือกมากกว่า 50 เฉดสี การตกแต่งภายในที่หลากหลายกว่า 20 แบบ ไปจนถึงแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่ให้คุณสามารถกำหนดรายละเอียดทุกอณู ทั้งภายนอกและภายใน การปรับแต่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกออปชัน แต่เป็นการสะท้อนตัวตน รสนิยม และเรื่องราวของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น สำหรับ G-Class เพียงรุ่นเดียว สามารถสร้างสรรค์รูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านรูปแบบ ซึ่งหมายความว่า G-Class ทุกคันที่วิ่งอยู่บนท้องถนน จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีวันซ้ำใคร
เปิดตัว 3 สมาชิกใหม่แห่งตระกูล Mercedes-AMG: พลัง ความหรูหรา และความโดดเด่น
ในโอกาสพิเศษนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดตัว 3 ยนตรกรรมใหม่ล่าสุดจาก Mercedes-AMG ที่สะท้อนถึงขีดสุดของสมรรถนะและสุนทรียภาพแห่งการขับขี่:
Mercedes-AMG G 63: ไอคอนแห่งความแข็งแกร่งและสมรรถนะอันไร้กาลเวลา
“เพื่อนใหม่สายลุย” คันนี้ คือนิยามของความสมบูรณ์แบบในรถยนต์ออฟโรดระดับตำนาน ด้วยการผสานความแข็งแกร่งทนทาน สมรรถนะอันดุดัน และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัวภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ประกอบด้วยมือโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร พร้อมระบบ Mild Hybrid ที่ช่วยเสริมการออกตัวให้เฉียบคมและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ช่วยให้การขับขี่ราบรื่นและแม่นยำ การอัพเกรดดีไซน์รอบคันตามแบบฉบับ AMG, ระบบช่วงล่าง Active Hydraulic, ระบบเบรกสมรรถนะสูง, และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ยกระดับ G 63 ให้เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ Mercedes-AMG G 63 ราคาเริ่มต้น 18,800,000 บาท
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: ความสปอร์ตหรูหราในยนตรกรรมเปิดประทุน
“เพื่อนใหม่สายสปอร์ต” ที่ผสานเสน่ห์อันเย้ายวนของรถโรดสเตอร์ระดับลักชัวรี เข้ากับสมรรถนะอันเหนือชั้นของ Mercedes-AMG เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่สร้างขึ้นตามแนวคิด “One Man, One Engine” ให้กำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 295 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive ปรับจูนมาอย่างพิถีพิถันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดทั้งบนถนนปกติและสนามแข่ง การออกแบบที่เน้นความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ควบคู่ไปกับความหรูหราภายในห้องโดยสาร พร้อมระบบหลังคาผ้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ทำให้ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ ราคาเริ่มต้น 14,900,000 บาท เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและมีสไตล์
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: สมรรถนะขั้นสุดยอดแห่งตระกูล GT
“เพื่อนใหม่สายทรงพลัง” คือคำนิยามของ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ เจเนอเรชันที่ 2 ที่กลับมาเปิดตัวในประเทศไทยด้วยรหัสตัวถัง C192 เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ซึ่งติดตั้งในตำแหน่งอันเป็นเอกลักษณ์แบบ hot inside “V” สร้างพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. การปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ได้รับการออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในสนามแข่ง ควบคู่ไปกับการขับขี่ที่เร้าใจบนท้องถนน ระบบช่วยควบคุมการเลี้ยวล้อหลัง AMG Rear-Axle Steering, ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension, ระบบเบรกสมรรถนะสูง และการออกแบบตัวถังแบบ Wide Body ที่ดุดัน ล้วนเสริมให้ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ราคาเริ่มต้น 15,900,000 บาท เป็นสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการของผู้ขับขี่ที่แสวงหาที่สุดของสมรรถนะ
กลยุทธ์การตลาดที่แตกต่าง: มุ่งเน้นกลุ่มลักชัวรีและ AMG
จากข้อมูลยอดขายที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของตลาดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มียอดขาย 9,189 คันในปี 2567 ซึ่งถือเป็นการหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ได้ชี้แจงว่าส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด Entry-level และการแข่งขันจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากจีน ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ เลือที่จะไม่ลงแข่งขันในเกมด้านราคา แต่จะมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในกลุ่มตลาดลักชัวรี ที่มีศักยภาพในการเติบโตและลูกค้ามีกำลังซื้อที่มั่นคง
ความสำเร็จของ E-Class ใหม่ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ Mercedes-AMG CLE 53 Coupe ที่สามารถสร้างสัดส่วนการขายในกลุ่ม AMG ได้ถึง 30% สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ถูกต้อง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าตอกย้ำจุดยืนนี้ในปี 2568 โดยการเปิดตัว Mercedes-Benz Motor Show 2025 ครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ดังกล่าว ด้วยการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรม และประสบการณ์อันเหนือระดับ
โปรโมชั่นพิเศษ “Friend get Friend”: สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่แบ่งปันความหลงใหล
เพื่อส่งเสริมแนวคิด “Friend with Benz” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Friend get Friend” ที่มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่แนะนำเพื่อนเข้ามาซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2568 หรือที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการสร้างการมีส่วนร่วมและให้รางวัลแก่ผู้ที่สนับสนุนแบรนด์อย่างแท้จริง
สรุป
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดแสดงยานยนต์ แต่เป็นการเชิญชวนทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งประสบการณ์ที่เหนือกว่า ด้วยการสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ “Friend with Benz” ที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ การเปิดตัวโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่มอบอิสระในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมตามความต้องการ และการนำเสนอ 3 สมาชิกใหม่แห่งตระกูล Mercedes-AMG ที่สะท้อนถึงสมรรถนะและความหรูหราขั้นสูงสุด
หากท่านคือหนึ่งในผู้ที่มี “Passion for Benz” หรือกำลังมองหายนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนและยกระดับการใช้ชีวิต ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำนี้ด้วยตนเอง ณ บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งยนตรกรรมสุดหรู.