
เปิดโลก “Friend with Benz”: ประสบการณ์เหนือระดับและการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เป็นหนึ่งเดียว ในงาน Bangkok International Motor Show 2025
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาดลักชัวรีมาโดยตลอด และสิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือการที่แบรนด์ระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz ประเทศไทย ไม่ได้เพียงแต่นำเสนอสุดยอดยนตรกรรม แต่ยังมุ่งมั่นสร้างรากฐานความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเปิดตัวแคมเปญ “Friend with Benz” ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 46 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลกว่าการขายรถยนต์ แต่เป็นการเชื้อเชิญให้ผู้ที่มี “Passion for Benz” มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้อันทรงคุณค่า แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และเฉลิมฉลองความเป็นที่สุดแห่งยานยนต์
Mercedes-Benz Motor Show 2025: คอมมูนิตี้แห่งผู้หลงใหลในตราดาว
ปี 2568 นี้ Mercedes-Benz ประเทศไทย ตอกย้ำกลยุทธ์การตลาดที่เน้นความหมาย (Meaningful Marketing) อย่างชัดเจน โดยต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์โฆษณา “The Meaning of Benz” ในปีก่อนหน้าที่สามารถเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภคชาวไทยเข้ากับแบรนด์ได้อย่างงดงาม ครั้งนี้เป็นการยกระดับไปสู่การสร้าง “คอมมูนิตี้” ที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเชิญชวนทุกท่านที่มีความรักและความภาคภูมิใจในแบรนด์ Mercedes-Benz มาเป็น “Friend with Benz” การมารวมตัวกันที่บูธ A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ไม่ใช่เพียงการมาชมรถยนต์รุ่นล่าสุด แต่คือโอกาสในการพบปะผู้คนที่มีหัวใจเดียวกัน สร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน และที่สำคัญที่สุด คือการได้สัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรมที่ Mercedes-Benz ตั้งใจนำมาจัดแสดงอย่างครบครันทุกเซกเมนต์
“สำหรับ Mercedes-Benz การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญที่เรายึดมั่นเสมอมา” มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เราไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยม แต่เราต้องการสร้างพื้นที่ที่ผู้หลงใหลในแบรนด์ของเราจะได้พบปะ พูดคุย และเติบโตไปด้วยกัน ในปีนี้ ‘Friend with Benz’ คือคำเชิญชวนที่เราอยากมอบให้กับทุกท่าน เพื่อมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นของเรา”
MANUFAKTUR Exclusive: นิยามใหม่ของการปรับแต่งยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury
นอกเหนือจากการสร้างคอมมูนิตี้แล้ว Mercedes-Benz ยังได้เปิดตัวโปรแกรม “MANUFAKTUR Exclusive” ซึ่งเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ลักชัวรีในประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยคอนเซ็ปต์ “MADE TO MEASURE” โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้ากลุ่ม Top-End Luxury ตั้งแต่ S-Class ไปจนถึงไลน์อัพเรือธงอย่าง Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ G-Class อันเป็นต้นกำเนิดของ MANUFAKTUR
“MANUFAKTUR Exclusive ไม่ใช่แค่การเลือกออปชันทั่วไป แต่คือการมอบอิสระในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมให้เป็นดั่งงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ” คุณชเวงค์อธิบายเพิ่มเติม “เราเข้าใจดีว่าลูกค้ากลุ่มนี้มองหาความแตกต่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัว โปรแกรมนี้จึงเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกเฉดสีภายนอกได้กว่า 50 แบบ และสีภายในอีกกว่า 20 แบบ รวมถึงแพ็กเกจตกแต่งพิเศษทั้งภายนอกและภายในที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างไร้ขีดจำกัด สำหรับ G-Class เพียงรุ่นเดียว เราสามารถสร้างสรรค์การตกแต่งที่แตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านแบบ ซึ่งหมายความว่า G-Class ทุกคันที่ออกจากโปรแกรมนี้ จะมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครอย่างแท้จริง”
นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของการผลิตรถยนต์แบบ Mass Production ไปสู่การสร้างสรรค์ “Personalized Luxury” ที่ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบรถยนต์ของตนเองได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุชั้นเลิศ สะท้อนถึงปรัชญา “One Man, One Engine” ที่ Mercedes-AMG ยึดมั่นมาโดยตลอด
3 ยนตรกรรม Mercedes-AMG ใหม่: พลัง สมรรถนะ และเอกลักษณ์ที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show 2025 คือการเผยโฉม 3 ยนตรกรรมใหม่ล่าสุดจากตระกูล Mercedes-AMG ซึ่งเป็นที่ยอมรับในด้านสมรรถนะอันดุดันและดีไซน์ที่เร้าใจ
Mercedes-AMG G 63: ราชาแห่งออฟโรด ผสานความหรูหราและสมรรถนะเต็มพิกัด
Mercedes-AMG G 63 คือนิยามใหม่ของ SUV สุดหรู ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งขั้นสุดสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด เข้ากับสมรรถนะอันทรงพลังและดีไซน์ที่เป็นอมตะ “G 63” ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ G-Class ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง พร้อมยกระดับด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ซึ่งเป็นผลผลิตจากแนวคิด “One Man, One Engine” โดย AMG ซึ่งเครื่องยนต์แต่ละลูกจะถูกประกอบด้วยมือโดยวิศวกรเพียงคนเดียว พร้อมเซ็นชื่อกำกับไว้บนแผ่นเพลทที่ฝากระโปรงเครื่องยนต์
“การทำงานภายใต้แนวคิด ‘One Man, One Engine’ ไม่ใช่แค่การสร้างเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่เป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด ความภาคภูมิใจ และคุณภาพที่ไร้ที่ติ” ผมให้ความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญ “ทุกองค์ประกอบได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด และ G 63 ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด”
ด้วยพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ควบคู่กับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ G 63 สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 4.5 วินาที ระบบ Mild Hybrid ยังเข้ามาช่วยเสริมอัตราเร่งในช่วงออกตัวได้อย่างเฉียบคมยิ่งขึ้น ดีไซน์ภายนอกได้รับการปรับปรุงให้มีความสปอร์ตและแอโรไดนามิกมากขึ้น พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น MULTIBEAM LED, กล้อง 360° พร้อม Transparent Bonnet เพื่อให้การขับขี่ออฟโรดปลอดภัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหรา พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง หน้าจอแสดงข้อมูล All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว และระบบปฏิบัติการมัลติมีเดีย COMAND Online ขนาด 12.3 นิ้ว ทำให้ G 63 เป็นการผสมผสานระหว่างความดิบ ดุดัน และความประณีตได้อย่างลงตัว
ราคาเริ่มต้น: 18,800,000 บาท
ไฮไลท์: ความเป็นที่สุดแห่งออฟโรด, เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo “One Man, One Engine”, ระบบ Mild Hybrid, ตัวถัง AMG bodystyling, เทคโนโลยี Transparent Bonnet
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่เปิดประทุนขั้นสูง
SL-Class คือตำนานของรถสปอร์ตเปิดประทุนหรู ที่ผสมผสานความสง่างามเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจ และ Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ คือวิวัฒนาการล่าสุดที่ยกระดับประสบการณ์นี้ไปอีกขั้น “SL 55” มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ประกอบขึ้นตามแนวคิด “One Man, One Engine” เช่นกัน ให้พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ all-wheel drive อันชาญฉลาด ทำให้สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที
“SL-Class ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์สปอร์ต แต่เป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ผสานความสนุกสนานของการขับขี่แบบเปิดประทุนเข้ากับเทคโนโลยีและสมรรถนะระดับสูงสุด” ผมกล่าวถึงเสน่ห์ของ SL-Class “การปรับปรุงให้มีความสปอร์ตและคล่องแคล่วมากขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา คือความท้าทายที่ AMG ทำได้อย่างยอดเยี่ยม”
ดีไซน์ภายนอกของ SL 55 โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille และเส้นสายที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลพลศาสตร์ หลังคาผ้าใบแบบ Fabric soft-top สามารถเปิด-ปิดได้ในเวลาเพียง 15 วินาที แม้ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบตามหลักการ “Art of Driving” ของ Mercedes-Benz ผสมผสานกับความสปอร์ตของ AMG ด้วยหน้าจอ MBUX7 ขนาด 11.9 นิ้ว และจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และเบาะ AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF ที่ช่วยเป่าลมอุ่นบริเวณคอ ทำให้การขับขี่เปิดประทุนมีความสบายยิ่งขึ้นในทุกสภาพอากาศ
ราคาเริ่มต้น: 14,900,000 บาท
ไฮไลท์: รถสปอร์ตเปิดประทุนหรู, เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo, ระบบขับเคลื่อน 4MATIC+, หลังคาผ้าใบเปิด-ปิดอัตโนมัติ, เทคโนโลยี AIRSCARF
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ (C192): พลังดิบจากสนามแข่ง สู่ท้องถนน
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์สมรรถนะสูงที่ถอดแบบมาจากสนามแข่ง Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ เจเนอเรชันที่ 2 (รหัสตัวถัง C192) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ “GT 63” นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นที่สุด ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่วางตำแหน่งแบบ “hot inside ‘V'” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ AMG เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ให้พละกำลังมหาศาลถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาสุดอัศจรรย์เพียง 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง
“Mercedes-AMG GT คือตัวแทนของรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง ทุกการออกแบบ ตั้งแต่เครื่องยนต์ไปจนถึงระบบอากาศพลศาสตร์ ล้วนมีเป้าหมายเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดในสนามแข่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างน่าทึ่ง” ผมกล่าวถึงปรัชญาเบื้องหลัง GT “การปรับแต่งระบบต่างๆ ให้ทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ GT 63 เป็นรถที่น่าเกรงขาม”
ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ พร้อมระบบช่วยเหลือการควบคุมการเลี้ยวล้อหลังแบบ AMG Rear-Axle Steering ช่วยให้ GT 63 สามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและมั่นคงแม้ในความเร็วสูง ช่วงล่างแบบ AMG RIDE CONTROL Sports Suspension สามารถปรับได้ 3 ระดับ เพื่อตอบสนองต่อสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตและเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ด้วยหน้าจอ MBUX7 และหน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว ที่มาพร้อม AMG-specific indicators พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel และระบบเสียง AMG Real Performance Sound ที่จะมอบประสบการณ์เสียงเครื่องยนต์อันเร้าใจ
ราคาเริ่มต้น: 15,900,000 บาท
ไฮไลท์: รถสปอร์ตสมรรถนะสูง, เครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo, อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที, ระบบขับเคลื่อน 4MATIC+, ระบบเลี้ยวล้อหลัง AMG Rear-Axle Steering, ระบบเสียง AMG Real Performance Sound
กลยุทธ์ที่เฉียบคม: เจาะตลาดลักชัวรีและ AMG
จากข้อมูลยอดขายปี 2567 ที่มีการปรับตัวลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ Entry-level ซึ่งมีการแข่งขันสูง และเผชิญกับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในทิศทางตลาดลักชัวรีเป็นอย่างดี การที่บริษัทฯ เลือกที่จะไม่ลงไปเล่นใน “เกมราคา” แต่หันมาเน้นกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการเจาะตลาดกลุ่มลักชัวรีและกลุ่ม Mercedes-AMG ที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง สะท้อนถึงความมั่นใจในแบรนด์และผลิตภัณฑ์
“การปรับกลยุทธ์มาเน้นตลาดบนเป็นสิ่งที่ถูกต้องและชาญฉลาด” ผมวิเคราะห์ “ในตลาดที่มีความซับซ้อนเช่นปัจจุบัน การสร้างความแตกต่างด้วยคุณค่า ประสบการณ์ และสมรรถนะที่เป็นเลิศ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์ลักชัวรีสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การเปิดตัว E-Class ใหม่ที่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% หรือ Mercedes-AMG CLE 53 Coupe ที่สามารถทำสัดส่วนการขายในกลุ่ม AMG ได้ถึง 30% ยิ่งตอกย้ำว่ากลยุทธ์นี้ได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย”
การนำเสนอ 3 รุ่นใหม่จาก Mercedes-AMG ในงาน Bangkok International Motor Show 2025 นี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โปรโมชั่นสุดพิเศษ: “Friend get Friend” สร้างชุมชนด้วยมิตรภาพ
เพื่อเป็นการส่งเสริมแคมเปญ “Friend with Benz” และตอกย้ำแนวคิดของการสร้างคอมมูนิตี้ Mercedes-Benz ได้นำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Friend get Friend” เพียงแค่ชวนเพื่อนมาซื้อรถ Mercedes-Benz ที่งาน Motor Show 2025 หรือที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ทั้งผู้ชวนและผู้ถูกชวนจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่มีเฉพาะช่วงเวลานี้เท่านั้น โปรโมชั่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ถือเป็นการสร้างคุณค่าที่นอกเหนือไปจากการซื้อขายรถยนต์
บทสรุป
Mercedes-Benz ประเทศไทย ในปี 2568 นี้ ไม่ได้มาเพียงแค่นำเสนอรถยนต์ แต่มาพร้อมวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการสร้าง “คอมมูนิตี้” ที่แข็งแกร่ง และยกระดับประสบการณ์ความเป็นเจ้าของยนตรกรรมลักชัวรีให้เหนือกว่าใคร ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Friend with Benz”, โปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สร้างสรรค์รถยนต์ในฝัน และการนำเสนอ 3 ยนตรกรรม Mercedes-AMG รุ่นใหม่ที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ นี่คือการประกาศศักดาว่า Mercedes-Benz คือผู้นำที่เข้าใจหัวใจของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Mercedes-Benz และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเป็นที่สุด พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่ทรงคุณค่า อย่าพลาดโอกาสในการเยี่ยมชมบูธ Mercedes-Benz หมายเลข A17 ณ งาน Bangkok International Motor Show 2025 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อเริ่มต้นประสบการณ์ “Friend with Benz” ของคุณได้แล้ววันนี้.