
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย): สร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษ ขยายวงกว้าง “Friend with Benz” สู่สายใยแห่งความผูกพัน และเปิดตัวยนตรกรรม AMG ระดับไอคอน ณ มอเตอร์โชว์ 2025
ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือดในตลาดรถยนต์ลักชัวรี โดยเฉพาะในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าแค่การผลิตและจำหน่ายยานพาหนะ แต่เป็นการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์การตลาดที่เปี่ยมด้วยความหมายยิ่งขึ้นไปอีกขั้น โดยมุ่งเน้นการขยายขอบเขตของชุมชน “Friend with Benz” ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เชิญชวนผู้ที่มีความหลงใหลในตราดาวอันเป็นที่รัก มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และแบ่งปันแรงบันดาลใจอันไร้ขีดจำกัด ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองทองธานี
การปรากฏตัวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักดาของการยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยการเปิดตัว Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ และ Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ สามสุดยอดรถยนต์สมรรถนะสูงจากตระกูล AMG ที่พร้อมจะมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการประเดิมการเปิดตัวโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของกลุ่มลูกค้า Top-End Luxury ให้สามารถรังสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแท้จริง
“เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นมากกว่าแบรนด์รถยนต์หรู แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ความภาคภูมิใจ และความหลงใหลที่สืบทอดมายาวนานในสังคมไทย” คุณมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ในปีนี้ “เราเชื่อมั่นว่า การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยืนยาวกับลูกค้า คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราแตกต่างและเป็นที่รักเสมอมา หากย้อนกลับไปใน Motor Show 2024 เราได้จุดประกายความรู้สึกร่วมผ่านแคมเปญ ‘The Meaning of Benz’ ที่สื่อสารถึงความหมายของแบรนด์ในมุมมองที่หลากหลาย ในปีนี้ เราจึงต้องการต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ที่อบอุ่นและเป็นกันเองยิ่งขึ้น ผ่านแนวคิด ‘Friend with Benz’ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรักในเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกัน”
“ภายในบูธของเราที่งาน Motor Show 2025 นี้ นอกจากจะมีการจัดแสดงยนตรกรรมครบครันทุกเซกเมนต์แล้ว เรายังภูมิใจนำเสนอ 3 ยนตรกรรมใหม่จาก Mercedes-AMG ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือน ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนถึง DNA แห่งสมรรถนะและความหรูหราในแบบฉบับ AMG อย่างแท้จริง” คุณชเวงค์ กล่าวเสริม “และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่เราต้องการเน้นย้ำ คือโปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ยกระดับการปรับแต่งรถยนต์ลักชัวรีไปอีกขั้นภายใต้คอนเซปต์ ‘MADE TO MEASURE’ เราเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่ม Top-End Luxury ตั้งแต่ S-Class ไปจนถึงไลน์อัพเรือธงอย่าง Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ G-Class ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบรถยนต์ของตนเองอย่างอิสระ ตั้งแต่การเลือกสีตัวถังภายนอกที่มีให้เลือกมากกว่า 50 เฉดสี การตกแต่งภายในกว่า 20 แบบ ไปจนถึงการคัดสรรแพ็กเกจตกแต่งพิเศษมากมาย ทำให้รถทุกคันที่ออกจากโปรแกรมนี้ กลายเป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน G-Class เพียงรุ่นเดียว เราสามารถสร้างสรรค์รูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านรูปแบบ”
เพื่อเป็นการตอกย้ำแนวคิด “Friend with Benz” และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายภายในชุมชน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้จัดแคมเปญสุดพิเศษ “Friend get Friend” ซึ่งมอบข้อเสนอสุดเร้าใจให้กับผู้ที่ชวนเพื่อนมาออกรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ งาน Motor Show 2025 หรือที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยข้อเสนอพิเศษนี้จะมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่หาได้เฉพาะในช่วงเวลานี้เท่านั้น
เปิดมิติใหม่แห่งสมรรถนะและสไตล์: 3 Yนตรกรรม Mercedes-AMG ที่จะมาเขย่าวงการ
ในปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ลักชัวรีในประเทศไทยยังคงมีพลวัตที่น่าสนใจ แม้ว่าภาพรวมยอดขายของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะมีการปรับตัวลงจากปีก่อนหน้าบ้าง ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดในกลุ่ม Entry Level ที่มีการแข่งขันสูง และการปรับกลยุทธ์ของแบรนด์ที่มุ่งเน้นไปยังกลุ่มตลาดบนที่มีกำลังซื้อและความต้องการเฉพาะตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การเปิดตัว Mercedes-Benz E-Class ใหม่ ที่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60% หรือรถยนต์ในตระกูล AMG อย่าง Mercedes-AMG CLE 53 Coupe ที่เข้ามาเสริมทัพ และสามารถสร้างสัดส่วนการขายในกลุ่ม AMG ได้ถึง 30% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นำเสนอยนตรกรรมที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตและสมรรถนะขั้นสูงอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดตัว 3 รถยนต์จากตระกูล Mercedes-AMG ซึ่งแต่ละรุ่นถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG ที่เน้นการประกอบเครื่องยนต์ด้วยมือจากวิศวกรเพียงคนเดียว เพื่อรับประกันถึงคุณภาพและความแม่นยำสูงสุด
Mercedes-AMG G 63: นิยามใหม่แห่งความแกร่ง ขับขี่เหนือชั้น
Mercedes-AMG G 63 ไม่ใช่เพียงรถ SUV แต่คือไอคอนแห่งวงการออฟโรด ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งของตัวถังเข้ากับสมรรถนะอันดุดันได้อย่างลงตัว พร้อมดีไซน์อันเป็นอมตะที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดั้งเดิม แต่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขุมพลังอันทรงพลัง: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 Bi-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการออกแบบและประกอบตามแนวคิด “One Man, One Engine” ผสานกับระบบ Mild Hybrid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและตอบสนองที่เฉียบคมยิ่งขึ้น ให้พละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที
เกียร์อัจฉริยะ: มาพร้อมเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-SPEED SPORTS TRANSMISSION ที่มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล แม่นยำ และรวดเร็ว พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยเพื่อการควบคุมที่เหนือกว่า
ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยช่วงล่างแบบ Active Hydraulic ที่ปรับการทำงานได้ 2 โหมด คือ Off-Road และ Sport เพื่อมอบเสถียรภาพสูงสุดในทุกสภาพเส้นทาง พร้อมระบบ Differential Lock แบบ 3 จุด ที่สามารถล็อกเฟืองท้ายได้เต็ม 100% เพื่อการตะกุยผ่านอุปสรรคที่ท้าทาย
ดีไซน์และออปชัน: โดดเด่นด้วย AMG Bodystyling, กระจังหน้า AMG Specific Grille, กันชนหน้า AMG-specific front bumper ที่เสริมทั้งความสปอร์ตและอากาศพลศาสตร์ ไฟหน้า MULTIBEAM LED, ซันรูฟไฟฟ้า, ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21 นิ้ว และครั้งแรกใน G-Class กับระบบ KEYLESS-GO ที่ประตูทุกบาน
ภายในที่หรูหราและทันสมัย: ห้องโดยสารได้รับการยกระดับด้วยหน้าจอ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับระบบ MBUX ขนาด 12.3 นิ้ว, พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa สลับ DINAMICA microfibre, ระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่ปรับโหมดการขับขี่ได้หลากหลาย, ระบบเสียง Burmester® Surround Sound System และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
Mercedes-AMG G 63 มีราคาเริ่มต้นที่ 18,800,000 บาท พร้อมตัวเลือกในการปรับแต่งเพิ่มเติมผ่านโปรแกรม MANUFAKTUR ที่จะทำให้รถทุกคันมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่เปิดประทุน สมรรถนะเร้าใจ
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรถยนต์เปิดประทุนสุดหรู กับสมรรถนะอันเร้าใจในแบบฉบับ AMG สะท้อนถึงการเดินทางที่เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน และความสามารถในการตอบสนองทุกการขับขี่บนทุกเส้นทาง
หัวใจ V8 อันทรงพลัง: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ซึ่งประกอบด้วยมือโดยช่างผู้เชี่ยวชาญภายใต้แนวคิด “One Man, One Engine” มอบพละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 295 กม./ชม.
ระบบขับเคลื่อน 4MATIC+: ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ แบบ All-wheel drive ถูกปรับแต่งมาเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งบนถนนทั่วไปและในสนามแข่ง
เทคโนโลยีที่เหนือชั้น: มาพร้อมระบบ AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วทันใจ, ระบบ AMG Rear-Axle Steering ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง, ระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ที่ปรับระดับได้ 3 ระดับ (Comfort, Sport, Sport+)
ดีไซน์ที่น่าหลงใหล: โดดเด่นด้วยกระจังหน้า AMG-specific radiator grille, ไฟหน้า DIGITAL LIGHT, หลังคาเปิดประทุนแบบ Fabric soft-top ที่เปิด-ปิดได้ภายใน 15 วินาที แม้ขณะรถเคลื่อนที่, สปอยเลอร์หลังไฟฟ้า, และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: ภายในตกแต่งอย่างหรูหราด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX7, หน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า, จอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม AMG-specific indicators, พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel หุ้มหนัง Nappa และเบาะ AMG Sport seats พร้อม AIRSCARF
Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+ มีราคาเริ่มต้นที่ 14,900,000 บาท พร้อมตัวเลือกสีภายนอก 7 เฉดสี และออปชันเพิ่มเติมมากมาย เช่น การตกแต่ง MANUFAKTUR, ระบบเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+: พลังอันไร้ขีดจำกัด สู่นิยามใหม่ของ GT
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ เจเนอเรชันที่ 2 คือการกลับมาของสุดยอดรถยนต์สปอร์ตตระกูล GT ที่พร้อมจะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าทุกขีดจำกัด ด้วยการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านสมรรถนะ การควบคุม และความสวยงาม
ขุมพลัง V8 ระดับซูเปอร์คาร์: เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ติดตั้งในตำแหน่ง Hot Inside “V” อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างพละกำลังสูงสุดถึง 585 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 315 กม./ชม.
ระบบขับเคลื่อนและช่วงล่างที่สมบูรณ์แบบ: ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อการเข้าโค้งที่รวดเร็วและปลอดภัย, ระบบเบรกสมรรถนะสูง AMG Sports Braking System, ระบบ AMG Rear-Axle Steering ที่ทำงานอัตโนมัติเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ, และระบบช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ที่ปรับการทำงานได้ 3 ระดับ
ดีไซน์ Wide Body อันทรงพลัง: มาพร้อมตัวถังแบบ Wide Body, กระจังหน้า AMG-specific radiator grille, ไฟหน้า DIGITAL LIGHT, และระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission ที่เปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที
สัมผัสประสบการณ์เสียง AMG: ระบบ AMG Real Performance Sound ที่ส่งเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบที่เร้าใจเข้าสู่ห้องโดยสาร สามารถปรับระดับเสียงได้หลากหลายโหมดตามความต้องการ
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: ภายในตกแต่งด้วยระบบ MBUX7, หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่ปรับระดับได้, จอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม AMG-specific indicators, พวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel, และเบาะหลังที่พับได้สำหรับรุ่น 2+2 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน
Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ มีราคาเริ่มต้นที่ 15,900,000 บาท มาพร้อมตัวเลือกแพ็กเกจตกแต่งภายนอกและภายในมากมาย เช่น AMG Night Package, AMG Night Package Plus, หรือ AMG DYNAMIC PLUS Package
สร้างสรรค์อนาคตแห่งยนตรกรรมสุดหรู: โปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive
สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง โปรแกรม MANUFAKTUR Exclusive คือคำตอบที่ดีที่สุด โปรแกรมนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่ม Top-End Luxury ได้สัมผัสประสบการณ์การสร้างสรรค์รถยนต์ที่สมบูรณ์แบบ “Made to Measure” โดยครอบคลุมตั้งแต่โมเดล S-Class, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach ไปจนถึง G-Class
อิสระแห่งการออกแบบ: เลือกสีตัวถังภายนอกได้มากกว่า 50 เฉดสี, การตกแต่งภายในที่หลากหลายกว่า 20 แบบ, พร้อมแพ็กเกจ MANUFAKTUR optional extra ที่จะช่วยเติมเต็มรายละเอียดทั้งภายนอกและภายในให้สมบูรณ์แบบ
เอกลักษณ์เฉพาะตัว: สำหรับ G-Class รุ่นเดียว สามารถสร้างสรรค์รูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกันได้มากถึง 1 ล้านรูปแบบ ทำให้รถทุกคันสะท้อนถึงรสนิยมและตัวตนของเจ้าของได้อย่างไม่มีใครเหมือน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เชิญชวนทุกท่านสัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และความเป็นส่วนตัว ที่บูธ A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี หรือที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว “Friend with Benz” และค้นพบรถยนต์ในฝันของคุณได้แล้ววันนี้
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนตัวตน ความสำเร็จ และความหลงใหลในยานยนต์ระดับสูงสุด อย่าพลาดโอกาสที่จะมาสัมผัสประสบการณ์อันเหนือระดับกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 หรือหากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายเพื่อทดลองขับยนตรกรรมที่น่าทึ่งเหล่านี้ เราพร้อมให้บริการท่านเสมอ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสุดพิเศษของคุณกับเมอร์เซเดส-เบนซ์.