
เมอร์เซเดส-เบนซ์: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ไฟฟ้าและความยั่งยืน พร้อมการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดโลกและไทย
ในโลกแห่งยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคไฟฟ้าและการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนไม่ใช่เพียงกระแส แต่คือทิศทางที่ชัดเจนของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ได้ประกาศผลประกอบการอันน่าประทับใจในไตรมาสแรกของปี 2564 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง ข้อมูลยอดขายที่เผยออกมาบ่งชี้ถึงการเติบโตที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) ซึ่งเป็นสัญญาณอันดีของการก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว
การเติบโตทั่วโลก: ขุมพลังแห่งยอดขายและทิศทางแห่งอนาคต
ตัวเลขยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 สูงถึง 590,999 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 22.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง แรงผลักดันสำคัญมาจากตลาดใหญ่อย่างประเทศจีนที่มียอดส่งมอบสูงถึง 222,520 คัน เติบโตถึง 60.1% สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและความต้องการที่สูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเองก็มียอดขายรวม 88,318 คัน เพิ่มขึ้น 12.5% โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ลักชัวรีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถครองตำแหน่งผู้นำได้อย่างแข็งแกร่ง
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ สัดส่วนของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (xEV) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในยุโรป รถยนต์ 1 ใน 4 คันที่ขายภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์และสมาร์ท เป็นรถยนต์กลุ่ม xEV สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ สำหรับภาพรวมตลาดโลก รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า 100% มียอดขายคิดเป็น 10% ของยอดขายทั้งหมด หรือประมาณ 59,000 คัน โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% มียอดขายสูงถึง 16,000 คัน
การเปิดตัว Mercedes-EQA ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่น โดยสามารถกวาดยอดจองได้ถึงประมาณ 20,000 คัน นับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคพร้อมที่จะเปิดรับยานยนต์ไฟฟ้าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์มากยิ่งขึ้น การเติบโตของยอดขายรถยนต์นั่งและรถตู้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 21.8% เป็นผลมาจากการตอบรับที่ดีเยี่ยมของรุ่น New S-Class ที่มียอดจองกว่า 50,000 คัน รวมถึงกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ SUV ที่เติบโตถึง 54.3% และกลุ่มรถยนต์ E-Class ที่เพิ่มขึ้น 23.9% ยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้องการ
กลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า: การขยายไลน์อัพที่ครอบคลุมและทันสมัย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีแผนที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในปี 2564 นี้ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว จะมีการเพิ่มอีก 3 รุ่น รวมเป็น 6 รุ่นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว Mercedes-EQS รถยนต์รุ่นแฟลกชิพที่ได้รับการยกย่องว่าจะเข้ามาพลิกประสบการณ์การขับขี่และการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงขยายการเติบโตของกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โดยตั้งเป้าที่จะนำเสนอรถยนต์ประเภทนี้ให้ครอบคลุมราว 30 รุ่นจนถึงสิ้นปี 2564
สำหรับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถตู้ไฟฟ้าที่มียอดขายเติบโตสูงถึง 150% หรือ 1,200 คัน ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นสถิติใหม่ที่น่าประทับใจ การเปิดตัวรถตู้รุ่นใหม่ Citan ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 พร้อมรุ่นไฟฟ้าตามมาในปีถัดไป จะทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นแบรนด์ที่มีรถตู้ไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์
ตลาดประเทศไทย: การฟื้นตัวอย่างน่าภาคภูมิใจและตำแหน่งผู้นำที่แข็งแกร่ง
ในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของลูกค้า ด้วยยอดขายรถยนต์ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกสูงถึง 3,178 คันในไตรมาสแรกของปี 2564 ส่งผลให้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มรถยนต์ลักชัวรีได้อย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้มาจากหลายปัจจัย ทั้งนวัตกรรมที่โดดเด่น บริการที่เป็นเลิศ วิสัยทัศน์ในการพัฒนายานยนต์ รวมถึงเครือข่ายดิจิทัลที่ทันสมัย
การบริหารจัดการปริมาณรถยนต์ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม ประกอบกับการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลากหลายที่สุดในตลาดไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ Mercedes-AMG กลุ่มรถยนต์ SUV และกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ความสำเร็จยังรวมถึงยอดจองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์ลักชัวรีจากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 อีกด้วย
เพื่อตอบรับความต้องการของตลาดและผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 15 รุ่นในปี 2564 โดยเฉพาะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอีกหลายรุ่น เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC: นิยามใหม่ของ Compact SUV สมรรถนะสูง
หนึ่งในรุ่นที่สร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย คือการเปิดตัว Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ซึ่งมาพร้อมราคา 3,190,000 บาท ยนตรกรรมคอมแพ็ค SUV ที่ผสมผสานสมรรถนะอันดุดันเข้ากับความอเนกประสงค์และการออกแบบสไตล์สปอร์ตตามปรัชญาของ Mercedes-AMG ได้อย่างลงตัว
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1,991 ซีซี พ่วงเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 306 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที สะท้อนถึงขีดความสามารถด้านสมรรถนะที่เหนือชั้น
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ AMG specific radiator grille ไฟหน้า LED high-performance ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่จาก AMG ขนาด 19 นิ้ว การออกแบบที่เฉียบคมและสปอร์ต สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งในสไตล์ AMG Interior ที่มอบความรู้สึกเร้าใจ ควบคู่ไปกับความหรูหราและความสะดวกสบาย พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa เบาะนั่ง AMG Sport seat ที่โอบกระชับ พร้อมการตกแต่งด้วยด้ายสีแดง และไฟ Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี สร้างบรรยากาศที่หลากหลายตามอารมณ์ของผู้ขับขี่
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic: SUV อัจฉริยะสำหรับคนเมือง
นอกจากรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง AMG แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้นำเสนอ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ซึ่งเป็นรถยนต์คอมแพ็ค SUV เจเนอเรชันที่ 2 ที่ประกอบในประเทศไทย ราคา 2,399,000 บาท โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความลุยเข้ากับความคล่องตัว เหมาะสำหรับชีวิตคนเมืองสมัยใหม่
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ไฟหน้า LED High Performance การออกแบบเส้นสายที่สะท้อนความเป็น SUV ผสมผสานกับความปราดเปรียวของ Compact Car ได้อย่างลงตัว ชุดแต่ง Crossover รอบคัน ราวหลังคา และไฟท้าย LED ใหม่ เสริมความโดดเด่น
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นความสปอร์ต โมเดิร์น และกว้างขวางยิ่งขึ้น ด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package หน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้ว จำนวน 2 จอ ที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว รองรับระบบปฏิบัติการ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่สามารถสั่งการด้วยเสียง (Hey, Mercedes) การสัมผัสหน้าจอ หรือ Touchpad ดีไซน์ใหม่ ช่องแอร์ดีไซน์คล้ายใบพัดเครื่องบินเจ็ต พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa และ Ambient Light 64 สี
ระบบมัลติมีเดีย MBUX ถือเป็นจุดเด่นสำคัญ ด้วยความสามารถในการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของผู้ขับขี่ผ่านระบบ AI พร้อมฟังก์ชันที่น่าสนใจ อาทิ ระบบนำทางใหม่พร้อม GPS แม่นยำและแผนที่ 3 มิติ, ระบบ AR Navigation, Personal Profiles ที่จดจำการตั้งค่าของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์ และ Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับภาษาต่างๆ
ขุมพลังของ The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรใน 8.7 วินาที พร้อมอัตราการปล่อยไอเสียต่ำและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม
เทคโนโลยี Mercedes me connect ช่วยเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ฟังก์ชันเด่น ได้แก่ ระบบโทรฉุกเฉินอัตโนมัติ (Mercedes-Benz emergency call system), การตรวจสอบสภาพรถยนต์จากระยะไกล (Vehicle Monitoring, Vehicle Set-up), ระบบแจ้งเตือนการเข้ารับบริการ (Maintenance Management) และการนัดหมายเข้ารับบริการออนไลน์ (Online Booking)
อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืนและนวัตกรรม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้า นวัตกรรม และความยั่งยืน การเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดโลกและประเทศไทย ยืนยันถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค และวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า
ด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งรถยนต์สันดาป รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% รวมถึงการพัฒนารถยนต์เพื่อการพาณิชย์ให้ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการสร้างอนาคตยานยนต์ที่ยั่งยืน
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า อย่ารอช้า! ค้นหาเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นที่ใช่สำหรับคุณ และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สัมผัสความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่จะพาคุณไปสู่อีกระดับของการเดินทาง