
เมอร์เซเดส-เบนซ์: สถิติยอดขายสุดร้อนแรงทั่วโลกและภาพรวมตลาดรถหรูไทยในไตรมาสแรกปี 2564
ในยุคที่โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด แบรนด์รถยนต์หรูระดับตำนานอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวที่เหนือชั้น ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจในไตรมาสแรกของปี 2564 การส่งมอบรถยนต์รวมกว่า 590,999 คันทั่วโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มายาวนาน รวมถึงการตอบสนองต่อเทรนด์ตลาดโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดัน รถยนต์ไฟฟ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต
ภาพรวมตลาดโลก: การเติบโตที่น่าทึ่ง ขับเคลื่อนด้วยยอดขายในเอเชียและกระแสรถยนต์ไฟฟ้า
ตัวเลขยอดขาย รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลกที่ 590,999 คัน ในไตรมาสแรกปี 2564 ถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นถึง 22.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตนี้มาจากหลายทิศทาง ประการแรกคือ ความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในตลาดสำคัญอย่างประเทศจีน ซึ่งมียอดส่งมอบถึง 222,520 คัน เติบโตถึง 60.1% สร้างสถิติยอดขายเกือบ 100,000 คันภายในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลของตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ที่มียอดขายรวมเติบโตถึง 46.6%
อีกหนึ่งปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือ กระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของ รถยนต์ไฟฟ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในยุโรป สัดส่วนของรถยนต์ xEV ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์และสมาร์ท คิดเป็น 1 ใน 4 ของยอดขายทั้งหมด สำหรับตลาดโลก รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และ รถยนต์ไฟฟ้า 100% มีสัดส่วนถึง 10% ของยอดขายทั้งหมด หรือประมาณ 59,000 คัน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ราว 16,000 คัน ซึ่งรุ่น EQA ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด ด้วยยอดจองกว่า 20,000 คัน ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ Mercedes-EQ ในการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
“ปี 2564 เป็นปีที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ มุ่งมั่นที่จะขยายพอร์ตโฟลิโอ รถยนต์ไฟฟ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ครอบคลุมทุกความต้องการ เราไม่เพียงแต่จะนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในกลุ่ม EQ Series ทั้ง EQS, EQB และ EQE แต่ยังจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอีก 3 รุ่น รวมเป็น 6 รุ่นภายในปีนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น” มร. บริตตา ซีเกอร์ กรรมการในคณะกรรมการบริหารเดมเลอร์ เอจี และเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี กล่าวเสริม “เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่น EQS ซึ่งเป็นรุ่นแฟล็กชิปของเรา จะสามารถพลิกประสบการณ์การขับขี่ และยกระดับการเชื่อมต่อกับบริการดิจิทัลให้ดียิ่งขึ้นไปอีก”
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงให้ความสำคัญกับการนำเสนอ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่หลากหลาย โดยมีแผนจะขยายรุ่นรถยนต์กลุ่มนี้ให้มีมากถึง 30 รุ่นภายในสิ้นปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหายานยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะและความยั่งยืนได้อย่างลงตัว
การฟื้นตัวของตลาดรถหรูในไทย: เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1
ในประเทศไทย ตลาดรถยนต์หรูได้แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่น่าประทับใจในไตรมาสแรกของปี 2564 โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) สามารถทำยอดขายรถยนต์ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ถึง 3,178 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีแห่งอนาคต บริการที่ยอดเยี่ยม รวมถึงวิสัยทัศน์ของเราในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต”
ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตในประเทศไทย ได้แก่ การเพิ่มปริมาณรถยนต์ให้เพียงพอต่อความต้องการ การนำเสนอ รถยนต์รุ่นใหม่ ที่หลากหลายที่สุดในตลาดรถยนต์ไทย รวมถึงความนิยมที่สูงขึ้นของกลุ่มรถยนต์ Mercedes-AMG, รถยนต์ SUV และกลุ่ม รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากการเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ที่ผ่านมา โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถครองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์ลักชัวรีได้เช่นกัน” มร. โฟล์เกอร์ กล่าว “ในปีนี้ เรามีแผนที่จะเปิดตัว รถยนต์รุ่นใหม่ ถึง 15 รุ่น ซึ่งรวมถึง รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อีกหลายรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้อย่างตรงจุด”
เจาะลึกกลุ่มรถยนต์เฉพาะทาง: SUV, AMG และยานยนต์ไฟฟ้า
เมื่อเจาะลึกในรายละเอียดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ จะเห็นได้ว่ากลุ่มรถยนต์ SUV มีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 54.3% ทั่วโลก ตอกย้ำความนิยมของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ในส่วนของรถยนต์นั่ง รุ่น S-Class และ E-Class ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดย S-Class มียอดจองทะลุ 50,000 คัน และมียอดขายเพิ่มขึ้น 17% ในขณะที่ E-Class เติบโตถึง 23.9%
สำหรับแบรนด์ย่อย Mercedes-AMG ยังคงสร้างความแข็งแกร่งในตลาดโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ซึ่งในปี 2563 แบรนด์ Mercedes-AMG สามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นถึง 14.9% โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ที่เติบโตสูงถึง 33.9% การเปิดตัว Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ซึ่งเป็นคอมแพ็คเอสยูวีสายพันธุ์สปอร์ต ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยราคา 3.19 ล้านบาท รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,991 ซีซี พละกำลังสูงสุด 306 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.1 วินาที ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ดุดัน สปอร์ต สะท้อนเอกลักษณ์ของ AMG ได้อย่างชัดเจน
“เราเชื่อมั่นว่า Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่จะเข้ามาสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย” มร. โฟล์เกอร์ กล่าว “ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้น ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้รถรุ่นนี้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ในส่วนของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะ รถตู้ไฟฟ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก็กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในไตรมาสแรกของปี 2564 มียอดขายรถตู้ไฟฟ้าสูงถึง 1,200 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 150% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าในทุกเซกเมนต์ การเปิดตัวรถตู้รุ่น Citan ใหม่ พร้อมรุ่นไฟฟ้าที่จะตามมาในปีหน้า ยิ่งเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่จะเป็นผู้นำในกลุ่มรถตู้ไฟฟ้า
เทคโนโลยี MBUX และ Mercedes me connect: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภค ระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่มาพร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเรียนรู้และปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เข้ากับผู้ขับขี่แต่ละรายได้อย่างชาญฉลาด ฟังก์ชันอย่างระบบนำทาง 3 มิติพร้อม AR, Personal profiles ที่จดจำการตั้งค่าของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Linguatronic ที่รองรับการสั่งการด้วยภาษาธรรมชาติ ทำให้การขับขี่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
บริการ Mercedes me connect ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับรถยนต์และเครือข่ายบริการได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยฟังก์ชันที่หลากหลาย เช่น ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, การตรวจสอบสถานะรถยนต์จากระยะไกล, ระบบแจ้งเตือนการเข้ารับบริการ และการนัดหมายเข้ารับบริการออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับความสะดวกสบายและความอุ่นใจสูงสุด
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในเมือง
สำหรับตลาดประเทศไทย The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic (รหัส H247) รุ่นประกอบในประเทศ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามอง ด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความสปอร์ต ความอเนกประสงค์ และความคล่องตัวได้อย่างลงตัว รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีรุ่นนี้ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร 163 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.7 วินาที พร้อมอัตราการปล่อยไอเสียและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าประทับใจ
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย ด้วยชุดตกแต่ง AMG Interior package หน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้ว สองจอที่เชื่อมต่อกัน แสดงผลข้อมูลได้อย่างชัดเจน ระบบ MBUX ที่รองรับการสัมผัสและสั่งการด้วยเสียง พร้อมไฟ Ambient Light 64 เฉดสี เพิ่มบรรยากาศที่หลากหลายในการขับขี่
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic จำหน่ายในราคา 2,399,000 บาท พร้อมบริการ Mercedes me connect เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ
อนาคตของยนตรกรรม: ความยั่งยืนและนวัตกรรมคือหัวใจหลัก
การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในไตรมาสแรกปี 2564 ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขยอดขาย แต่คือเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า การลงทุนในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัล รวมถึงการให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนแบรนด์ไปสู่อนาคต
จากตัวเลขยอดขายที่น่าประทับใจทั่วโลก และการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงยืนยันตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์หรู และพร้อมที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมทั้งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่ยุคใหม่แห่งความยั่งยืนและนวัตกรรม
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ หรือสนใจในเทคโนโลยี รถยนต์ไฟฟ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ที่สุดล้ำ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษ ขอเชิญทุกท่านเยี่ยมชมโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อรับคำปรึกษาและข้อเสนอที่ดีที่สุด หรือทดลองขับ รถยนต์รุ่นใหม่ ที่คุณสนใจ เพื่อค้นพบอนาคตแห่งการขับเคลื่อนได้แล้ววันนี้