• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

รีเทิร์นรักหรือแค่เคลียร์ใจ? “โก๊ะตี๋–ใบมิ้นต์” กลับมาคุยหลังดราม่าบอกเลิก ฝ่ายชายพูดประโยคเดียว ทำแฟนๆ สงสัยหนัก

admin79 by admin79
December 22, 2025
in Uncategorized
0
รีเทิร์นรักหรือแค่เคลียร์ใจ? “โก๊ะตี๋–ใบมิ้นต์” กลับมาคุยหลังดราม่าบอกเลิก ฝ่ายชายพูดประโยคเดียว ทำแฟนๆ สงสัยหนัก

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2566: ถอดบทเรียนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคหลังโควิด

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรของตลาดที่ขึ้นลงมาหลายครั้ง แต่ปี 2566 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในประเทศไทย แม้ว่าความคาดหวังจะสูงจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2565 แต่ภาพรวมกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ตลาดกลับเข้าสู่ภาวะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ และความซบเซาได้ยืดเยื้อต่อเนื่องมาจนถึงช่วงปลายปี แม้แต่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงที่ปกติแล้วตลาดจะคึกคัก กลับไม่สามารถสร้างโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่งได้ และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2567 สัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนก็ยังคงเป็นสิ่งที่รอคอย

Property Mentor ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อประเมินผลการดำเนินงานในปี 2566 และค้นหาว่าใครคือผู้ที่สามารถยืนหยัดและก้าวข้ามผ่านความท้าทายนี้ไปได้

รายได้รวม: ภาพรวมที่สะท้อนความท้าทาย

ตลอดปี 2566 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 41 แห่ง สามารถสร้างรายได้รวมกันกว่า 371,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงเล็กน้อยประมาณ 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้รวม 376,141 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกรายบริษัท จะพบว่าถึง 25 จาก 41 บริษัท มีรายได้รวมลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพรวมการชะลอตัวนั้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

บริษัทที่เผชิญกับรายได้ที่ติดลบอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ L.P.N. Development (LPN) ที่มีรายได้ลดลงราว 28%, Eastern Star Real Estate (ESTAR) และ Country Group Development (CGD) ที่มีรายได้ติดลบใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ Raimon Land (RML) ก็มีรายได้ลดลงถึง 26%, Lalin Property (LPH) -23%, Major Development (MJD) -22%, และ Siamese Asset (SA) -21%

แม้แต่บริษัทชั้นนำอย่าง Land and Houses (LH) ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านความแข็งแกร่ง ก็ยังมีรายได้รวมติดลบถึง 18% สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในกลุ่ม Top 10 บริษัทที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 ถึง 5 บริษัท มีรายได้รวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2565 นอกจาก Land and Houses แล้ว ยังมี AP (Thailand) (AP) ที่รายได้ลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1%, Supalai (SPALI) -10%, Pruksa Holding (PPH) -9%, และ Origin Property (ORI) ที่มีรายได้รวมลดลงประมาณ 4%

แสนสิริ ผงาดขึ้นแท่นผู้นำรายได้รวม 39,082 ล้านบาท

เมื่อพิจารณา 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้รวมสูงสุดในปี 2566 พบว่า:

แสนสิริ (SIRI): 39,082 ล้านบาท (เติบโต 12%)
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 38,399 ล้านบาท
ศุภาลัย (SPALI): 31,818 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 30,170 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 26,132 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 24,487 ล้านบาท
ยูนิเวนเจอร์ (UV): 17,672 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 16,169 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 15,157 ล้านบาท
สิงห์ เอสเตท (S): 15,066 ล้านบาท

รายได้จากการขาย: ตัวชี้วัดที่แท้จริงของความแข็งแกร่ง

การประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริง ควรพิจารณาจาก “รายได้จากการขาย” เป็นหลัก เนื่องจากรายได้รวมอาจรวมถึงรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ หรือการขายสินทรัพย์ ซึ่งอาจไม่สะท้อนถึงศักยภาพหลักของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง มีรายได้จากการขายรวมกัน 268,460 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีรายได้จากการขายรวม 299,979 ล้านบาท โดยมีถึง 30 จาก 41 บริษัท ที่มีรายได้จากการขายลดลง

กรณีที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ Raimon Land (RML) ที่รายได้จากการขายลดลงถึง 78%, L.P.N. Development (LPN) เกือบ 40%, และ Land and Houses (LH) ถึง 38% แม้แต่ AP (Thailand) (AP) ซึ่งเป็นผู้นำตลาด ก็ยังมียอดขายลดลงเล็กน้อยที่ 2%

ความน่าสนใจอยู่ที่ Top 10 บริษัทที่มีรายได้จากการขายสูงสุด มีถึง 8 บริษัทที่มีรายได้จากการขายลดลง สะท้อนถึงความท้าทายของตลาดโดยรวม

เอพี (ไทยแลนด์) โชว์ฟอร์ม! ขึ้นแท่นผู้นำยอดขาย 36,927 ล้านบาท

เมื่อวิเคราะห์รายได้จากการขาย 10 อันดับแรก พบว่า:

เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 36,927 ล้านบาท (เติบโต 7%)
แสนสิริ (SIRI): 32,829 ล้านบาท (เติบโต 7%)
ศุภาลัย (SPALI): 30,836 ล้านบาท
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 23,370 ล้านบาท (เติบโต 13%)
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 22,357 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 18,966 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 10,019 ล้านบาท
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 8,840 ล้านบาท (ลดลง 24%)
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 7,619 ล้านบาท
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF): 7,171 ล้านบาท

บริษัทที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่เริ่มเก็บเกี่ยวผลจากการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยในปี 2566 มีรายได้จากการขายสูงถึง 5,835 ล้านบาท เติบโตกว่า 103% จากปี 2565 ที่มีรายได้ 2,870 ล้านบาท

กำไรสุทธิ: มาตรวัดสุดท้ายของความสำเร็จ

แม้รายได้จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ แต่ “กำไรสุทธิ” คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงของความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

ในปี 2566 บริษัททั้ง 41 แห่ง มีกำไรสุทธิรวมกัน 44,165 ล้านบาท ซึ่งลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิรวม 49,602 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น มีกว่า 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน ซึ่งบางบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3-4 ปีตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 และกว่า 20 บริษัท มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อน

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยืนหนึ่ง! กำไรสูงสุด 7,495 ล้านบาท

สำหรับ 10 อันดับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรสูงสุดในปี 2566 มีดังนี้:

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH): 7,495 ล้านบาท (ได้รับผลบวกจากการขายโรงแรม 2 แห่ง มูลค่า 2,500 ล้านบาท เข้ากองทุน)
ศุภาลัย (SPALI): 6,083 ล้านบาท
เอพี (ไทยแลนด์) (AP): 6,054 ล้านบาท
แสนสิริ (SIRI): 5,846 ล้านบาท (เติบโต 42%)
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI): 3,160 ล้านบาท (ลดลง 25%)
เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC): 2,525 ล้านบาท
ควอลิตี้ เฮ้าส์ (QH): 2,503 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง (PPH): 2,339 ล้านบาท
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) (FPT): 1,865 ล้านบาท
เซ็นทรัลพัฒนา (CPN): 1,610 ล้านบาท (ประมาณการจากกำไรก่อนหักภาษี 1,975 ล้านบาท)

บทเรียนและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย

ผลการดำเนินงานในปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัด กำลังเผชิญอยู่ ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น:

ภาวะเศรษฐกิจมหภาค: อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัว, อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น, และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ
กำลังซื้อของผู้บริโภค: ความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, ภาระหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง, และการปรับตัวของพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้การตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องใช้ความรอบคอบมากขึ้น
ต้นทุนการก่อสร้าง: ราคาวัสดุก่อสร้างที่ยังคงผันผวนและสูงขึ้น เป็นอีกปัจจัยที่กดดันต้นทุนและอัตรากำไรของผู้พัฒนา
การแข่งขันในตลาด: แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัว แต่การแข่งขันในบางเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะโครงการระดับกลางถึงบน ยังคงเข้มข้น
กฎระเบียบและมาตรการภาครัฐ: นโยบายการกำกับดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และมาตรการอื่น ๆ ของภาครัฐ อาจส่งผลต่อการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ซื้อ
ความต้องการที่อยู่อาศัย: แม้จะมีความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่เสมอ แต่ความสามารถในการซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา

การมองไปข้างหน้า: กลยุทธ์สู่การเติบโตในยุคใหม่

สำหรับผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ และทั่วประเทศ การจะก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ไปได้ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ ๆ

การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่อง: การควบคุมต้นทุนการก่อสร้าง, การบริหารจัดการกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ, และการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสถาบันการเงิน เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด
การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์: การเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตลาด, การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป, การให้ความสำคัญกับทำเลที่ตั้ง, และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ จะช่วยสร้างความแตกต่าง
การสร้างความแข็งแกร่งทางการตลาด: การใช้กลยุทธ์การตลาดที่หลากหลาย, การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง, และการนำเสนอโปรโมชั่นที่น่าสนใจ จะช่วยกระตุ้นยอดขาย
การ diversification ของรายได้: การมองหาแหล่งรายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากการขายโครงการ เช่น การพัฒนาธุรกิจให้เช่า, การบริหารจัดการสินทรัพย์, หรือการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จะช่วยกระจายความเสี่ยง
การให้ความสำคัญกับ ESG (Environmental, Social, and Governance): การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน, การคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม, และการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและดึงดูดนักลงทุนและลูกค้าที่ใส่ใจ

แม้ว่าปี 2566 จะเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับหลายบริษัทใน อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่ก็เป็นบทเรียนอันล้ำค่าที่ทำให้เราได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ การวิเคราะห์เชิงลึกเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการวางแผนกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จในอนาคต

ในปี 2567 นี้ คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่ด้วยความเข้าใจในปัจจัยขับเคลื่อนตลาด, การปรับตัวที่รวดเร็ว, และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทที่สามารถเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และปรับกลยุทธ์ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง จะสามารถคว้าโอกาสและก้าวไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างแน่นอน

หากท่านเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, นักลงทุน, หรือผู้ที่สนใจในตลาดนี้ การทำความเข้าใจกับบทวิเคราะห์นี้อย่างถ่องแท้ คือก้าวแรกที่สำคัญในการวางแผนกลยุทธ์เพื่ออนาคตที่มั่นคงและเติบโตอย่างแข็งแกร่งใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

Previous Post

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ ศรีสะเกษยังเดือดกัมพูชาขนโดรนถล่มหลายจุด ไทยยิงสกัดโต้กลับ

Next Post

มาดามแป้ง พูดแค่ 2 คำ หลัง ทีมชาติไทย แพ้ เวียดนาม ชวดแชมป์บอลซีเกมส์ 2025

Next Post
มาดามแป้ง พูดแค่ 2 คำ หลัง ทีมชาติไทย แพ้ เวียดนาม ชวดแชมป์บอลซีเกมส์ 2025

มาดามแป้ง พูดแค่ 2 คำ หลัง ทีมชาติไทย แพ้ เวียดนาม ชวดแชมป์บอลซีเกมส์ 2025

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Part 2: N1906041_บางคร งความเจ บของคนเล ยงด .. ก ค อว นท พ อแม ต วจร งมาร บล กเขากล บไ
  • Part 2: N1906043_หากค ณถ กเล ยงด มาโดยบ คคลท ไม ใช พ อแม จงด แลบ คคลน นให ด ถ งแม
  • Part 2: N1906042_ล กนอกไส หากเราทำความด ไว ก บใครโดยท เราไม ได คาดหว งอะไร ส กว นค
  • Part 2: N1906044_สาม ท เก บเง น 10 ป เพ อสร างร านให ภรรยา ความเง ยบท ทำให หลายคนต อ
  • Part 2: N1906045_หากค ณเป นคนหน งท เร ยนจบมาได เพราะม พ อและแม เป นฮ โร อย าล มพวกเ

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.